ความรัก กับ การพลัดพราก (1)

ใบบัว เริ่มโตขึ้น ฉายแววความเฉลียวฉลาด ดวงตาที่คมโตคู่นั้นมีพลังแฝงอย่างประหลาด ใบบัวเกิดมาท่ามกลางความรักความความอบอุ่น เริ่มออกเสียงได้แล้วโดยเฉพาะคำว่า..แม่

แพรถึงกับปิติเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อยเรียกด้วยความไร้เดียงสา แม่จ๋า แม่จ๋า
กาลเวลาผ่านล่วงเลยมา ก่อนที่แพรจะเริ่มตั้งท้องลูกคนที่สอง เย็นวันหนึ่งพบระล่ำระลักพูดกับแพรว่า
“แพรๆ พบฝันว่ามีชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ถือตะกร้ามายื่นให้โดยที่ในตะกร้าใบนั้นมีเด็กทารกหน้าตาขาวผ่องเป็นเด็กผู้ชายมายื่นให้พบ หลังจากที่พบรับไว้ พบก็สะดุ้ง แพร จริงๆนะพบอยากมีลูกเยอะๆ บ้านจะได้ไม่เหงา บ้านเราก็จะอบอุ่นลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเหมือนโบราณพูดไว้”

แพร…อดหัวเราะไม่ได้ และพูดต่อว่า “จะเลี้ยงไหวเหรอพบ ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะ?”
“ไหวซิแพร ทุกวันนี้เราก็พอมีกินมีใช้ จากการปลูกผักปลูกข้าวกินเอง แถมสวรรค์เบื้องบนประทานดอกบัวหลวงให้เราตัดไปขายได้โดยไม่ต้องลงทุน มีมะลิ ดอกจำปี จำปา ให้แพรร้อยมาลัยขายอีก ยังไงเราก็อยู่ได้แบบสบายมากแพร” พบหันมาส่งยิ้มให้แพรด้วยความภาคภูมิใจ
แพร… “จ้า” (หัวเราะ)

หลังจากสองผัวเมียคุยกันไม่นานนัก แพรก็ตั้งท้องลูกคนที่สอง ซึ่งเวลานี้ก็ย่างเข้ามา 3 เดือนกว่าแล้ว ส่วนใบบัวก็ช่างพูดช่างประจบทุกครั้ง ก็จะพากันลงเรือไปเก็บดอกบัวไปขายในตลาด ใบบัวก็ไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ไม่ดื้อไม่ซน เวลาอยู่ในเรือก็จะนั่งนิ่ง สายตาจะจับจ้องอยู่กับดอกบัวเหมือนคุ้นเคย แม้ใบบัวจะคืบคลานได้แล้วก็ตาม สามคนพ่อแม่ลูกเปี่ยมด้วยความสุขล้น พอถึงวันพระก็จะพากันไปไหว้พระทำบุญใส่บาตรที่วัดหนองบัว วัดต้นตระกูลของปู่ย่าตายายเป็นกิจวัตรตามที่ยายพริ้มเคยสั่งไว้

ท้องสองนี้ แพรไม่มีอาการแพ้ท้องเลยกลับทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มาลัยก็ขายดิบขายดีเป็นที่เลื่องลือไปทั้งสองฝั่งโขงว่าไม่มีใครร้อยมาลัยมีฝีมือได้เท่ามาลัยของร้านเจ้หมวยในตลาดที่เป็นฝีมือของแพร จนเดี๋ยวนี้บ้านใครมีงานบุญที่จะต้องใช้มาลัยก็จะต้องสั่งร้านเจ้หมวย ทำให้เจ้หมวยมีรายได้เพิ่มขึ้น เจ้หมวยจึงไม่ขาดการให้ความช่วยเหลือโดยการให้เงินเพิ่มจากเดิม ทำให้ครอบครัวของพบพอมีเงินเก็บไว้ให้ลูกโดยไม่ลำบาก เวลาใกล้พระอาทิตย์ตกดินของแต่ละวันครอบครัวพบก็จะพากันไปเดินเล่นริมโขง ห่อข้าวปลาอาหารไปรับประทานกันโดยแก้วยังคงเป็นพี่เลี้ยงให้อยู่เหมือนเคย

พบ… “เร็วๆฝนมาอย่างไม่มีเค้าเลย แพร แก้ว พาใบบัวขึ้นบ้านก่อน ส่วนสัมภาระเดี๋ยวพบจัดการเก็บให้เอง ไม่ต้องห่วง ไป๊รีบเข้าบ้านก่อน!”
“จ้ะๆ ไปเร็วแก้วอุ้มน้อง ฉันจะหยิบบางอย่างไปช่วยคุณพบเขา”
“ได้เจ้าค่ะคุณแพร”
ทั้งสามคนยังไม่ทันถึงบ้านเรือนไทยหลังเก่า ฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เหมือนฟ้าพิโรธโกรธใครมายังไงยังงั้น แพรรำพัน…
“แก้วรีบเช็ดตัวให้น้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวน้องจะไม่สบาย”
“เจ้าค่ะ คุณพบคงเปียกน้ำแย่เลยนะค่ะคุณแพร”
“เร็วๆเข้าเถอะรีบดูแลน้อง ฉันก็จะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอก็เหมือนกันแก้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“เจ้าค่ะ คุณแพร”

ฝนกระหน่ำตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา พบถือข้าวของพะรุงพะรังด้วยตัวเองเปียกปอนไปทั่วทั้งตัว
“พบเร็วรีบเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวจะไม่สบายเอา พรุ่งนี้วันโกนเราต้องไปเก็บดอกบัวไปส่งเจ้หมวยมากหน่อย เพราะเป็นวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำ เดี๋ยวไม่สบายเอา นี่จ้ะผ้าเช็ดตัวดูพบหนาวมากนะเนี่ย ดูซิตัวสั่นเชียว”…แพรเอามือจับตัวสามี
“แพร พบรู้สึกหนาวจับใจเลย แปลกจริง เหมือนจะเป็นไข้”
“แก้วรีบหยิบเสื้อหนาๆให้คุณพบเร็ว ผ้าห่มด้วย”

คืนทั้งคืนพบนอนหนาวสั่นเพราะฤทธิ์ไข้ จนหลับไปในที่สุด เสียงไก่ขันแล้วแต่พบก็คงนอนซมอยู่ด้วยฤทธิ์ของไข้เมื่อคืนที่ผ่านมา
แพร… “พบกินข้าวต้มร้อนๆที่แก้วนำมาให้หน่อยนะ วันนี้ไม่ต้องไปเก็บดอกบัวหรอก เดี๋ยวแพร แก้ว ลูกใบบัวจะค่อยๆพายเรือไปเก็บกันเองจ้ะ”
พบ…ค่อยๆพยุงตัวขึ้นมากินข้าวต้มผสมเกลือ “แพรจะเก็บดอกบัวไหวไหม เดี๋ยวพบพักสักหน่อยก็คงจะดีขึ้นนะแพร”

“ไม่เป็นไร แพรกับแก้วทำได้ มาลัยก็ร้อยไว้บ้างแล้วห่อไว้ในใบบัวนอกชานบ้าน เหลือไม่เท่าไหร่ก็จะครบตามที่เจ้หมวยสั่งไว้แล้วจ้ะ แพรเอามืออันเรียวงามลูบไปที่หน้าผากของพบ แหวนก้อยที่พบมอบให้แพรในวันที่แพรตั้งท้องลูกคนที่สองยังสวมไว้ที่นิ้วก้อยซ้าย แพรนึกถึงคำพูดของพบ… “แหวนก้อยนี้พบได้จากน้ำพักน้ำแรงจากการขายดอกบัว ดอกจำปาลาว เป็นสัญลักษณ์ของความรักอันยิ่งใหญ่ พบให้แพร รักเราเป็นนิรันดร์” แพรมองใบหน้าพบเหมือนอะไรบางอย่างแทรกเข้ามาในความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกพลัดพรากจากสิ่งที่รัก รู้สึกเศร้า…จนน้ำตาไหล แพรถามตัวเอง “ทำไม…เราถึงรู้สึกเศร้าเช่นนี้แพร เราไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย มันประหวั่นพรั่นพรึงจนรู้สึกกลัว เกิดอะไรขึ้นนะแพร เป็นคำถามที่แทรกเข้ามา แค่จะไปเก็บดอกบัว แต่ทำไมเกิดความอ้างว้าง เดียวดาย รู้สึกใจหายยังไงพิกล”

“แพรเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเงียบไป” พบกุมมือเมียรักไว้แน่น
“เปล่าจ้ะ พบพักผ่อนให้สบายเถอะ เดี๋ยวแพรจะรีบไปเก็บดอกบัวกับแก้วแล้วจะกลับมา”
พบ…ดึงตัวเมียรักมากอดไว้แน่น “แพร พบรักแพรรักลูกที่สุดในชีวิต เวลาทั้งหมดในชีวิตพบมีไว้เพื่อรักแพรและลูกเท่านั้นนะแพร”

แพร…น้ำตาไหลพราก ซ่อนความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่มีเสียงตอบจากแพรนอกจากเสียงสะอื้นเบาๆในหัวใจของแพร แพรค่อยๆ ยกวงแขนที่โอบกอดของพบที่ยังคงแนบแน่นอยู่ออกจากตัวแล้วรีบสลัดความรู้สึกที่กำลังอ่อนไหว เสียงเรียกของแก้วดังขึ้นทำให้แพรสะดุ้งสุดตัว… “คุณแพรขา แก้วกับน้องใบบัวพร้อมแล้วนะคะ”

มณีจันทร์ฉาย