ความรัก คือ เวลา (1)

กาลเวลาล่วงเลยมาจนขณะนี้พบกับแพรเข้าสู่วัยแรกรุ่น…ยายพริ้มซึ่งสังขารร่วงโรยจนไม่สามารถเดินเหินเหมือนเดิมได้แล้ว ก็มีแต่พบกับแพรที่คอยดูแลปรนนิบัติอย่างสม่ำเสมอ ค่ำคืนของวันเพ็ญเดือน 12 ซึ่งตรงกับวันพระขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์ส่องแสงสว่างสดใสแผ่รัศมีกว้างไกลทรงกลดงดงามยามราตรีนี้ มีพบกับแพรที่นั่งเคียงข้าง และทำตามหญิงชราที่ร้องขอโดยให้นำร่างของเธอมานอนอยู่ที่ชานหน้าบ้านเรือนไทยหลังเก่าแก่กว่าร้อยปี พบกับแพรมองเห็นความชราและรอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏเด่นชัดท่ามกลางแสงจันทร์ และดวงดาวที่ระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในคืนวันลอยกระทง ซึ่งกระทงพญานาคที่ทั้งพบและแพรบรรจงประดิษฐ์อย่างสวยงามตามที่ยายเคยสอนไว้ตั้งแต่ตอนพลบค่ำ เพื่อเตรียมสักการะ ท่านปู่พญานาคราช ท่านย่าพญานาคี และพระแม่คงคา ฯลฯ พบ…แพร…ไม่ลืมที่จำนำดอกบัวหลวงสีชมพูสดใส มะลิหอม พร้อมเงิน 4 ตำลึง ตัดผม ตัดเล็บใส่ลงไปในกระทง ปักธูปเทียนผึ้งแท้ พร้อมสรรพ แต่ดูเหมือนพบกับแพรจะรู้ว่ากระทงจะยังคงตั้งให้จันทร์ส่องตลอดค่ำคืนนี้เป็นแน่แท้

พบและแพรมีความคิดในใจที่ไม่ต่างกัน ทั้งๆที่หญิงชราเคยสอนไว้เสมอว่า ไม่มีใครหลีกพ้นจากความตายไปได้ แต่ด้วยความรักและความผูกพันที่มีต่อหญิงชราทำให้พบ…แพร…มิอาจสะกดกั้นน้ำใสๆในแววตาไว้ได้ เหมือนจะล่วงรู้ว่าอีกไม่นานเขาทั้งสองต้องยอมรับกับความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้

“พบ…แพร”เสียงยายพริ้มแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด ขยับเข้ามาใกล้ๆยายอีกหน่อยซิลูก เด็กทั้งสองขยับตัวเข้าไปใกล้จนชิด และเอามืออันเหี่ยวย่นของหญิงชรามากุมไว้

สายตาของยายพริ้ม เหม่อลอยไปบนฟากฟ้าไกลและถอนหายใจแผ่วเบา

“พบ…แพร…ลูก ยายคงอยู่กับเจ้าทั้งสองได้ไม่นานถึงเวลาของยายแล้ว ยายขอย้ำให้หนูทั้งสองรับรู้ก่อนที่ยายจะจากโลกใบนี้ไป…”

“บ้านเมืองของเราเวลานี้กำลังจะเข้าสู่กลียุค มนุษย์ทำไม่ดีมีจิตใจใฝ่ชั่ว โลกจะเกิดภัยพิบัติ ผู้คนจะฆ่ากันตาย แต่ก็ไม่ได้สูญพันธุ์ จะเหลือแต่คนดีมีศีลที่รอดพ้นจากภัยพิบัติ ฟ้าดินจะลงโทษ น้ำจะมาล้างโลก ดังคำโบราณว่าไว้ น้ำจะท่วมฟ้าปลาจะกินดาว”

“มนุษย์เรานี่นะ ขนาดกับพญานาคก็ยังเอาเปรียบเขาเลย รู้ว่าพญานาคมีทรัพย์สมบัติมากมายก็ใช้เล่ห์กลอุบายปิดทางขึ้นลงของพญานาคจนพญานาคสาปแช่งให้เจริญเท่า “ช้างพับหูงูแลบลิ้น” หนูคงเข้าใจน่ะลูกว่ายายหมายถึงอะไร”

“มนุษย์เราเวลานี้ถูกกิเลสครอบงำอย่างแรงกล้า จนทำให้ปัญญาหยาบและไม่ตั้งอยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม เอาผลประโยชน์เป็นใหญ่ ช่วงของกลียุคเป็นช่วงของคนบนโลกถูกอกุศลกรรมครอบงำจิตใจ คนชั่วจะออกมาฆ่าฟันกันเอง มนุษย์เกิดความขัดแย้งมีความแตกต่างไปคนละแนวทางเปรียบเหมือนมนุษย์ที่พิการทั้งทางร่างกายและพิกลทางจิตใจ ภัยพิบัติก็จะรุนแรงมากขึ้นและจะส่งผลให้อายุของมนุษย์สั้นลงไปเรื่อยๆ”

“คนที่ประกอบแต่กุศลกรรมก็จะเป็นคนกลุ่มน้อย เมื่อเห็นมนุษย์ที่ต้องเข่นฆ่ากันเอง คนดีก็จะเกิดความสลดใจ ทำไมมนุษย์ต้องเข่นฆ่ากันเองก็จะพากันหลบหนี เมื่อคนชั่วเข่นฆ่ากันเองล้มตายจนเกือบหมดสิ้น คนดีถึงจะกลับออกมา แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้นภัยพิบัติซึ่งเกิดจากธรรมชาติและมนุษย์เป็นผู้ทำลายก็จะกลับมาทำลายมนุษย์บ้าง ยายพูดถึงตรงนี้คงจะเข้าใจกันนะ พบ…แพร…ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น” ยายพริ้มพูดแผ่วเบา พบกับแพรยังคงกุมมือหญิงชราไว้แน่น

แพรเอ่ยขึ้น “ยายจ๋าเหนื่อยแล้วเดี๋ยวหนูเอาน้ำมาให้ยายดื่มก่อน”

หญิงชราส่ายหน้าไปมา แล้วพูดต่อ “ไม่มีประโยชน์อันใดกับยายแล้วลูกจำยายให้ดีๆไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นให้ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมคำสอน บทสวดมนต์องค์แทนพระพุทธเจ้าทั้ง 8 องค์ จำไว้นะลูก ไหนลองท่องให้ยายฟังซิ”

พบกับแพร เริ่มท่อง นะโม 3 จบ

พุทธะ มะหามะณีระตะนะ ปะฏิมากะรัง ปูเชมิ ทุติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ
ตะติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ มะหาเตโช เจวะ มะหาปัญโญ
จะ มะหาโภโค จะ มะหายะโส จะ ภะวันตุ เม นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ
พระพุทธชินราช
กาเยนะ วาจายะวะ เจตะสา วา เทวะนะคะเร จักกิวัง สัสสะ ปัญจะมะมะหาราเชนะ ชินะราชะพุทธะรูปัง กะตัง นะมามิหังฯ
หลวงพ่อบ้านแหลม
สะทา วะชิระสะมุททะวะระวิหาเร ปะติฏฐิตัง นะระเทเวหิ ปูชิตัง ปัตตะหัตถัง พุทธะรูปัง อะหัง วันทามิ ทูระโต
หลวงพ่อโสธร
กาเยนะ วาจายะ เจตสา วา โสธะรัง นามะอิทธิปะฏิ หาริกะรัง พุทธะรูปัง อะหัง วันทามิ สัพพะโสฯ
หลวงพ่อโต

อิมินาสักกาเรนะ พุทธะมหานุภาโว
อิมินาสักกาเรนะ ธัมมะมหานุภาโว
อิมินาสักกาเรนะ สังฆะมหานุภาโว
อิเมยันตา มหาเตชา มหานุภาตะชาติกา มหามังคะละ สัมพุทตา อันตราเยวินาสะกา สัพพะถะสุขะ สัมพุทตา อเนกาคุณันตานานับปะโก สัพพะทุกขัง สัพพะภะยัง สัพพะโรคังวินาสสันติ สัพพะลาภัง สัพพะสุขัง ภะวันตุเมฯ
หลวงพ่อพระสุก
อิมินา สักกาเรนะ สุกัง นามะ พุทธะรูปัง อภิปูชะยามิ ตะมะหัง สุกะพุทธะรูปัง สิระสา นะมามิ
ตัสสานุภาเวนะ นิหาลาโภ โหมิ สุขิโต โหมิ อะโรโค โหมิ สัพพะสัมปัตติ สัทธิโย โหนตุ จะ มะมะ สัพะทา
หลวงพ่อพระเสริม
นะ เสริมส่ง โม เสริมสุข พุท เสริมโชค ธา เสริมลาภ ยะเสริมทรัพย์ อำนาจ วาสนา บารมี อะหัง วันทามิ สัพพะ โสตภี ภะวันตุเมฯ
หลวงพ่อพระใส
อะระหังพุทโธ โพธิชโย เสยยะคุโณ โพธิสัตโต มหาลาโภ ปิยัง มะมะ ภะวันตุโณ โหตุ สัพพะทาฯ

เสียงบทสวดจบลง…

“พบ…แพร นอนลงข้างๆยายนี่ลูก แขนทั้งสองของยายจะอยู่กับหนูทั้งสองจนลมหายใจสุดท้าย…เราเคยนอนดูดวงดาวเมื่อวันออกพรรษา หลังจากดูบั้งไฟพญานาคเมื่อหลายปีก่อน ยังจำได้ไหมลูก?”

“จำได้ครับยาย”
“จำได้ค่ะยาย”

“อีกไม่นานเมื่อทุกอย่างผ่านพ้น คนดีมีบุญอย่างพวกหนูจะได้อยู่ในยุคพระศรีอาริย์ หมั่นสร้างกรรมดีนะลูก”

พระอาทิตย์ส่องแสงในยามรุ่งอรุณ พระอาทิตย์พระจันทร์เป็นดวงเดียวกันแล้ว “ดูนั่น…มังกรคู่คาบแก้วสีทองเหลืองอร่ามหางเกี่ยวก้อยร้อยรัดแน่นอยู่บนดวงจันทร์ดวงอาทิตย์”

สายฝนโบกขรพรรษโปรยปรายพลิ้ว รุ้งทอทาบเจ็ดสี เช้าตรู่วันนี้จึงมีแต่น้ำตาของความปิติที่เกิดเป็นหลานยาย ยายสอนเสมอว่าเมื่อถึงกาลเวลาไม่มีใครหนีพ้นความตาย เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปในที่สุด

มณีจันทร์ฉาย