สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ความสุข ภาค 2

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “ความสุข” ภาค 2

เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นฤดูกาลสอนกอล์ฟคลินิคให้กับเด็กๆ เยาวชนช้างทั้ง 4 ภาคอีกเช่นเคย มีเหตุการณ์ให้ทิพย์ประทับใจเสมอๆ ในแต่ละแคมป์ ฉบับนี้ เป็นเรื่องราวของน้องๆ ภาคเหนือค่ะ

วันแรกตอนปฐมนิเทศน์ ทิพย์บอกกับเด็กๆ ว่า “ในแคมป์ 2 วันนี้ น้องๆ มีคำถามอะไร ให้ถามพี่มาได้เลย ถ้าเป็นคำถามที่พี่ไม่ทราบ พี่ก็จะหามาให้”

เย็นวันนั้น มีเด็กมาถามเรื่องจิตวิทยาเยอะมากค่า บางคำถามเป็นคำถามที่ทิพย์ก็กำลังหาคำตอบอยู่เหมือนกัน แต่พอมีเด็กมาถาม มันกระตุ้นให้เราคิดออกมาเพื่อที่จะสอนพวกเขา พอเราได้ใช้ความคิด ใช้สมอง เรามองปัญหาของเด็กซึ่งเราก็เป็นเหมือนกัน เรากลับคิดออก มันเหมือนกับว่า เราได้ถอดตัวเราเองถอยออกมาห่างๆ ทำให้ได้เห็นข้อเท็จจริงและทางออก 
  มันทำให้เราฉุกคิดได้ว่า เราสามารถแก้ไขปัญหาที่เราเจอได้เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักตั้งคำถามเช็คตัวเราเองเหมือนกับที่เราค่อยๆ ตั้งคำถามเช็คปัญหาของเด็กนี่แหละ สุดท้าย เราจะเจอสาเหตุของปัญหา

การได้สอนเด็กๆ ช่วงปลายปีอีกครั้ง มันเหมือนกับทิพย์ได้ส่องกระจกดูตัวเอง เห็นข้อผิดพลาดของตัวเองที่บางครั้งแก้ไม่ออก แต่พอมันเป็นปัญหาของคนอื่น กลับแก้ออก

ช่วงเย็นวันแรก มีน้องมาถามคำถามด้วยความกังวลใจ คือ ในการแข่งขัน เขามักชิพฉึก ไม่ก็ท็อปทั้งๆ ที่ตอนซ้อมไม่มีอาการ  ทิพย์ได้ฟังดังนั้น ก็บอกน้องเขาไปว่า นี่แหละ คือ อาการเกร็ง หวังผล พอจะไปลุ้นผล จะเกิดอาการหน้าเร็วทำให้ท็อปลูก พอจะเน้นช็อตมากไป เกร็งอีก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่ทำงาน ทำให้สะโพกที่ควรหมุนก็ไม่หมุน ทีนี้ข้อมือกับสับลงดินก่อนโดนลูก ฉึกๆๆ

เมื่อคุยกับน้องเสร็จ พอดีว่า ภาคนี้ ทิพย์สอนอยู่ที่ฐานสวิง ไม่ได้ดูลูกสั้น จึงไม่เห็นท่าชิพของน้องเขา
ขณะที่ทิพย์กำลังจะเดินไปห้องอาหาร ทิพย์ได้หันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นว่า ฟ้ายังสว่างเล็กน้อย พอมีแสงอยู่ ทิพย์ยกข้อมือมาดูนาฬิกา ตอนนั้น เป็นเวลา17.51 น. ทิพย์คิดว่า เอาน่ะ เรียกน้องไปชิพให้ดูหน่อยละกัน  10 นาที ก่อนมืด เพราะเริ่มเข้าหน้าหนาว หกโมงเย็นฟ้าก็มืดแล้ว  น่าจะได้สัก 20 ลูกก็ยังดี เพราะพรุ่งนี้เป็นตารางออกรอบแต่เช้าตรู่ จะมีเวลาไม่มากในการดูน้องชิพและไม่อยากใส่อะไรไปที่น้องมากก่อนออกรอบ ทิพย์จึงเดินเข้าไปตามน้องในห้องอาหาร 
เห็นน้องตักข้าวมาแล้วกำลังจะนั่งกิน. (นึกสภาพเด็กตัวใหญ่ อ้วนๆ วัยรุ่น ความอยากอาหารของเด็กวัยนี้มากขนาดไหน)
ทิพย์เห็นแล้ว ทีแรกจะไม่เรียกน้องแล้วดีกว่า น่าจะกำลังหิว พึ่งออกกำลังกายเสร็จ 
แต่คิดอีกที ลองไปถามดูละกัน เผื่อน้องอยากให้ดูจริงๆ พอทิพย์เดินเข้าไปถามน้อง น้องกำลังตักหมูน้ำมันหอยใส่ปากพอดี น้องรีบวางลงทันที สายตาเป็นประกาย แล้วบอกว่า “ไปครับ เดี๋ยวค่อยมาทานทีหลังก็ได้”

ทิพย์ประทับใจมาก ไม่คิดว่า น้องจะไปชิพ น้องยอมอดทนต่อความหิว ความอยาก 
สุดท้าย ไปดูก็พบจริงๆ ว่า ถ้าชิพแล้วมีข้อมือทำงานในลักษณะนี้ ถ้าอยู่ในสถานการณ์กดดัน มันเล่นไม่ชัวร์แน่ ทิพย์ให้แบบฝึกหัดน้องไป ทั้งด้านจิตใจและเทคนิคช็อต น้องดีใจมาก บอกว่า เขามีปัญหานี้มา 2 ปีแล้ว แก้ไม่ได้สักที.  เราฟังแล้วก็ดีใจอยู่ข้างในลึกๆ รู้สึกว่า เด็กมันเอาถ่าน กระตือรือล้น ขวนขวาย 
  โบราณเคยพูดไว้ว่า. “เล่นพนันใช้เงินตัวเองแท้ๆ คนตำหนิ แต่ไปเอาความรู้ของเขา เขาชื่นชม ”   อืม…. มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ

ปล. พอสอนน้องตะวัน (เด็กอ้วนน่ารัก ที่ยอมสละความหิวมาเรียนรู้ต่อ) ไปได้สักพัก เดอะ แก๊งค์ ของน้องประมาณ 4 – 5 คน ไม่ยอมน้อยหน้า ขี่จักรยานมาขอเรียนลูกสั้นต่อด้วย (ฮะๆๆ เรียกได้ว่า แคมป์นี้ โปรทิพย์ เจอยิงคำถามรัวๆ สอนกันจนหมดเปลือกกันเลยทีเดียวค่ะ)

พึ่งรู้ว่า “สนุกจนลืมเหนื่อย” มันเป็นอย่างนี้นี่เอง