วัฒนธรรมประเพณีกับโควิด 19
3 เดือนกว่าจะเข้า 4 เดือนแล้วที่ประชากรโลกถูก โควิด19 โจมตีรุกราน
ประชากรโลกล้านกว่าคนเจ็บไข้ได้ป่วย ..นับแสนคนเสียชีวิตและสาหัสอยู่ในห้อง ICU
ประชากรโลกหลายร้อยล้านคน อดอยาก ขาดอาชีพ ขาดรายได้ และสำคัญที่สุดขาดอาหาร
ประชากรทั่วโลกเผชิญวิกฤตทุกหย่อมหญ้าไม่เลือกเพศ วรรณะ ฐานะ ยากจน ร่ำรวย นักบวช หรือโจรร้าย
ไวรัสอู่ฮั่น หรือโคโรน่าไวรัส หรือ โควิด19 จะเรียกอะไรก็ตามมันเป็นโรคร้ายภัยร้ายที่กำลังคุกคามมวลมนุษยชาติอยู่ในขณะนี้

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
มันติดต่อกันได้อย่างไร
มันจะป้องกันอย่างไร
มันจะรักษาอย่างไร
ทุกคนคงทราบดีกันอยู่แล้ว
เราได้ศึกษาเรียนรู้ กลับมาแล้วและเรากำลังต่อสู้กับมันอยู่อยู่เข้มข้นดุเดือด เพราะหากพลาดพ่ายแพ้ นั่นก็คือความตาย
เรากำลังต่อสู้กับไวรัสโควิด 19 โดยมีชีวิตเป็นเดิมพันหลายหมื่นคนพ่ายแพ้หลายล้านคนชนะ
เราจะเอาชนะ มัน อย่างเด็ดขาดได้เมื่อไหร่
ต่อเมื่อเราสามารถคิดค้นวัคซีนป้องกันและตัวยารักษา ต่อต้านกับมันนั่นแหละ
มองโลกในแง่บวกมนุษย์เราเก่ง คงอีกไม่นานนักหรอก …ที่เราจะเอาชนะมัน หวังเช่นนั้น …
แต่อย่างไรก็ตามตลอดเวลา 3 เดือนกว่าโควิด 19 นอกจาก จะทำลายชีวิตมนุษย์ไปนับหมื่น นับแสนคนแล้ว ยังได้ทำลายวัฒนธรรมจารีตประเพณีที่มวลมนุษยชาติร่วมปฏิบัติ มานับร้อยนับพันปี ลงอย่างหน้า สมใจและน่าเสียดายยิ่ง
อาทิเช่น วัฒนธรรมทักทายกันด้วยการสวมกอดซึ่งหมายถึงการแสดงความรักความอบอุ่นเมื่อเจอกันของชาวยุโรปกำลังกลับกลายเป็นสิ่งต้องห้าม
เพราะนั้นคือ การเผยแพร่ติดต่อเชื้อหวัดมรณะได้เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับการทักทายด้วยการสัมผัสแก้มซ้ายขวา
หรือจุมพิตฝ่ามือก็กำลังเป็นสิ่งต้องห้ามด้วย
ชาวมุสลิมเมื่อเจอกันก็จะจับมือ ให้สลามากุมกันทำกันเพียงยกมือแสดงเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น
การประกอบพิธีทางศาสนากิจถูกขอร้องให้เปลี่ยนแปลงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
บางศาสนาแต่เดิมขณะประกอบศาสนกิจให้ยืนนั่งชิดกันเพื่อป้องกันมารร้าย เข้าแทรกแซง ก็ขอให้ยืนนั่งห่างกันเมตรหรือ 2 เมตร
มิหนำซ้ำยังขอร้องให้เด็กและคนสูงอายุไม่ควรไปประกอบศาสนกิจยังโบสถ์วิหารวัดวาอาราม

นอกจากนี้วัฒนธรรมประเพณีที่ประชาชนเชื่อถือปฏิบัติ มานับพันปีก็ถูกขอร้องให้เลิก อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้ ยกตัวอย่างประเพณีสงกรานต์ของชาวเอเชียหลายชาติได้ถูกยกเลิกในบางแห่งหรือลดความสำคัญในการ ปฏิบัติลง
ครับ นอกจากประเพณีวัฒนธรรมที่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าพฤติกรรมของมนุษย์ ที่มีต่อสังคมก็อาจจะถูกเปลี่ยนแปลงไปด้วย
เช่นการรับประทานอาหารร่วมกัน ก็คงจะกลายเป็นต่างคนต่างกินจานเดียวตัวใครตัวมัน แยกกันนั่ง แยกกันสั่ง แยกกันกิน
การทักทายพูดคุยกันแม้แต่การประชุมปรึกษาหารือก็คงมีระยะห่างไม่เบียดเสียดใกล้ชิดกันเหมือนเก่าก่อน
การเดินทางคมนาคมในรถเมล์รถไฟรถสาธารณะคงจะมีการจำกัดจำนวนที่นั่งและการยืน
เช่นเดียวกันกับการแข่งขันกีฬา เชื่อได้ว่ากีฬาหลายประเภทที่เมื่อทำการแข่งขันแล้วจะก่อให้เชื้อไวรัสโควิด 19 แพร่ระบาด การอาจมีการปรับปรุงกฎกติกาหรืออาจถูกยกเลิกไปเลยก็ได้
ไวรัสอู่ฮั่น แรกเริ่มเกิดจากค้างคาว…
ไอ้ค้างคาวทำพิษแท้ๆ
หญ้าแพรก
