“วิ่ง ปั่น” อยู่บ้านให้สนุกกับ “Zwift”

ในช่วงนี้การอยู่กับบ้านเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเป็นการลดการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 แต่การอยู่บ้านเป็นเวลานานๆ หลายท่านอาจจะมีอาการเบื่อ อยากยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายกับกิจวัตรประจำวันที่ท่านเคยปฏิบัติ แต่ไม่สามารถออกไปตามสถานที่ออกกำลังต่างๆ ได้ เช่น สวนสาธารณะ, ฟิตเนส, สนามไดร์ฟ เป็นต้น 

วันนี้เรามีสิ่งที่เพิ่มสีสันให้การออกกำลังกายอยู่บ้านให้มีความสนุกสนาน และท้าทายมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้มีการวางแผนพัฒนาการฝึกซ้อมด้วยตนเองอีกด้วย เพียงแค่ท่านมองหาอุปกรณ์ ลู่วิ่ง เทรนเนอร์จักรยาน หรือจักรยานปั่นอยู่กับที่ …….

Zwift App มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องการวางแผนฝึกซ้อมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือปั่นจักรยานในแบบ indoor และที่พิเศษคือสามารถเชื่อมต่อข้อมูลการวิ่ง และการปั่นจักรยาน เข้ากับโลกออนไลน์ สามารถปั่นจักรยานแข่งขันกับเพื่อน หรือใครก็ได้ ขณะที่เรากำลังออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน

ขั้นตอนแรกเริ่มจากไปดาวน์โหลด Zwift app มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนให้เรียบร้อยก่อน (สามารถใช้งานได้ทั้ง IOS และ Android) ก่อนเข้ามาใน Zwift app ต้องเปิดบลูทูธของระบบสมาร์ทโฟนก่อน

ในขั้นตอนต่อมา เราต้องการจะวิ่ง หรือปั่นจักรยาน

-วิ่ง อุปกรณ์ ที่ต้องใช้ ได้แก่

1. สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต คอมพิวเตอร์ และ อินเตอร์เน็ต
2. Foot Pod
3.ลู่วิ่ง

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบแล้ว ก็ทำการเตรียมติดตั้ง Foot Pod กับรองเท้าวิ่ง โดยเริ่มจากใส่แบตเตอรี่ (ส่วนมากจะเป็นถ่านขนาด CR 2032) เมื่อใส่แบตเตอรี่เรียบร้อยแล้วตรวจสอบว่าปิดฝาแน่นดีหรือไม่ หลังจากนั้นก็ทำการติดตั้งเข้ากับรองเท้า โดยร้อยบริเวณเชือกรองเท้า

สำหรับจักรยานอุปกรณ์อาจจะมากกว่าการวิ่งสักหน่อย แต่รับรองว่าสนุกไม่แพ้กัน  การปั่นจักรยาน  อุปกรณ์ ที่ต้องใช้ ได้แก่

1. สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต คอมพิวเตอร์ และ อินเตอร์เน็ต
2. ANT+ USB
3.จักรยาน เสือหมอบ เสือภูเขา จักรยานแม่บ้าน จักรยานพับ ล้อโต ใช้ได้ทุกชนิดถ้าสามารถนำมาขึ้นเทรนเนอร์ได้
4.เทรนเนอร์ จะเป็นแบบจับดุม หรือ 3 ลูกกลิ้งใช้ได้หมด
5. Speed/Cadence Sensor รองรับการส่งสัญญาณแบบ ANT+
6.Heart Rate Sensor รองรับการส่งสัญญาณแบบ ANT+ (ไม่มีก็ใช้ได้)
7.Power Meter รองรับการส่งสัญญาณแบบ ANT+ (ไม่มีก็ใช้ได้)

ก่อนอื่นเลยมาดูกันก่อนว่าเทรนเนอร์จักรยานของเราเป็นแบบไหน ถ้าเป็นแบบสมาร์ทเทรนเนอร์ ตัวเทรนเนอร์เองจะมีตัวส่งสัญญาณ Bluetooth อยู่ในตัวอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ตัว Speed Sensor สามารถเชื่อมต่อกับ App Zwift แล้วเริ่มสนุกได้เลย

ส่วนเทรนเนอร์จักรยานแบบพื้นฐาน (แบบจับดุม) หรือแบบสามลูกกลิ้ง ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกัน โดยเริ่มจากทำการติดตั้ง Speed/Cadence Sensor ที่ตัวจักรยาน ใส่แบตเตอรี่ (ส่วนมากจะเป็นถ่านขนาด CR 2032) และปิดฝาให้เรียบร้อย นำไปติดตั้งบริเวณล้อหลังให้เรียบร้อย โดยตัว Speed/Cadence Sensor นี้จะส่งสัญญาณแบบ ANT+ เป็นส่วนมาก ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป (แต่ถ้าส่งสัญญาณ Bluetooth อยู่แล้วก็เข้าไปเปิด App Zwift รอได้เลย)

ขั้นตอนต่อมานำตัว ANT+ USB มาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อแปลงสัญญาณ Speed/Cadence Sensor จาก ANT+ เป็น Bluetooth

ต่อมาก็ทำการเปิด Bluetooth ที่สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ แล้วเปิด APP Zwift ที่ดาวน์โหลดมาเตรียมไว้ เมื่อเข้ามาใน Zwift แล้ว ให้ทำการ LOGIN หรือ เลือก I’M NEW สำหรับผู้เล่นใหม่ ทาง APP จะให้กรอกชื่อที่จะใช้ และ Email และกดยอมรับเงื่อนไขของ APP

ทำการเลือกประเภท  RUNNER , CYCLIST, BOTH, TRIATHLETE หลังจากนั้นให้เลือกประเภทของการออกกำลังกายให้ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ เช่น ฝึกซ้อม รักษารูปร่าง แข่งขัน เป็นต้น

ต่อมา APP จะถามหาอุปกรณ์เชื่อมต่อ ถ้าวิ่ง ให้เชื่อมต่อ FOOT POD และ ถ้าปั่นจักรยานให้เชื่อมต่อ Speed/Cadence Sensor  ให้กดเพื่อเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Bluetooth  โดย App จะ ค้นหาเซ็นเซอร์สักครู่ ถ้าค้นหาและเชื่อมต่อได้จะขึ้นสถานะ Connected แสดงว่าพร้อมแล้ว เตรียมวิ่งและปั่นจักรยานกันได้เลย ให้กด OK

อีกทั้งถ้าท่านใดมีอุปกรณ์เชื่อมต่อ Bluetooth อย่างเช่น สายคาดอกเซ็นเซอร์วัดชีพจร “Heart Rate” หรือนาฬิกาที่มีเซนเซอร์วัดชีพจร ก็สามารถนำมาเชื่อมต่อเพิ่มเติมได้   เพื่อส่งข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ไปแสดงผลและระดับโซนการเต้นของหัวใจ เพื่อฝึกซ้อมให้เป็นไปตามระดับโซนชีพจรครับ

โดย Zwift สามารถเลือกเส้นทางการวิ่งและปั่นจักรยานจากสนาม หรือ พื้นที่เกาะที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นระยะทาง ความชัน แบบไปกลับ อีกทั้งยังสามารถวางแพลนการฝึกซ้อมวิ่งได้หลากหลาย เช่น อินเตอร์วอล, คาร์ดิโอ, วิ่ง 5 กิโลเมตร, มาราธอน, ปั่นจักรยานขึ้นเขา เป็นต้น  เพื่อเตรียมพร้อมสู่สนามจริงอีกด้วย

ช่วงนี้อยู่บ้านถ้าอยากสนุกและได้สุขภาพไปพร้อมๆ กันก็ลองเล่นกันดูครับผม

ที่มา : https://zwift.com/
https://www.stepextra.com/
https://tsmactive.com/