ภัสสร กุลจรัสภมร

ภัสสร กุลจรัสภมร
SOL for SKIN
“โด่ เร มี ฟา… ซอล!”
“เวลาอารมณ์ดี เราคงเคยฮัมเพลง ด้วยความสุข… แล้วถ้าผิวเรามีสุขภาพดี ผิวก็คงอยากร้องเพลงออกมาบ้างละค่ะ”

คุณออ (ภัสสร กุลจรัสภมร) เล่าถึงที่มาของ SOL for SKIN แบบรวบยอด ที่กว่าจะมาเป็นบทสรุปที่ลงตัวได้นั้น ชีวิตของสาวเก่งคนนี้ ต้องเจอกับมรสุมที่รุมเร้าเข้ามาจนแทบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว โดยเฉพาะกับปัญหาสุขภาพ

คุณออ เคยเป็นพนักงานประจำในบริษัทข้ามชาติ ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ พัฒนาแอพพิเคชั่นบนมือถือ เป็นสาวยุคใหม่ที่ต้องต่อสู้กับการแข่งขัน ชนิดที่เรียกว่ากระพริบตาไม่ได้เลย และยิ่งเมื่อถูกมองว่าเป็นผู้หญิง ก็ยิ่งต้องพยายามมากขึ้นไปอีก ต้องไม่เป็นตัวถ่วงใครในทีม ต้องแข่งกับเวลา แข่งกับคนอื่น และยังต้องแข่งกับตัวเอง พัฒนาศักยภาพให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนและโอกาสที่ดีจากสาขาอาชีพ

“อยู่ดีๆ ระบบประสาทของ ออ เหมือนถูกกั้นสัญญาณ โดยเฉพาะทางตาด้านซ้าย เริ่มจากหนังตาตก มองไม่ชัด เห็นภาพซ้อน ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ มองจอคอมแล้วเบลอ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก อาการทรุดหนักจนทำอะไรไม่ได้เลยภายในอาทิตย์เดียว”

คุณออ ต้องหยุดงานเพื่อไปรักษาตัว แต่ในช่วงแรกไม่ได้ผลเลย กินยาแรงๆ เพื่อจะได้รีบหายกลับไปทำงาน ก็ยังไม่หายสักที ตายังมองไม่เห็น เคี้ยวอาหารลำบาก และยังมีอาการข้างเคียงตามมาอีก คนอื่นเขาเจ็บป่วยเวลาพักผ่อนก็ยังทำอะไรอย่างอื่นได้บ้าง แต่คุณออใช้สายตาไม่ได้เลยยิ่งเครียด สิ่งเดียวที่ทำให้ต่อสู้ช่วงเวลาอันยากลำบากให้ผ่านพ้นไปได้ คือกำลังใจจากคุณบอย (อุดม เดชนพรัตน์) หวานใจหุ้นส่วนชีวิตที่ไม่ว่าจะตกทุกข์ได้ยากกันสักแค่ไหนก็ไม่เคยห่างกายไปไหนเลย

“จนกระทั่งคุณหมอได้วินิจฉัยพบว่า ออ เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นรุนแรงมาก สาเหตุเกิดจากต่อมไทมัสซึ่งปกติจะค่อยๆ ฝ่อลงไปเองเมื่อเป็นผู้ใหญ่ แต่ของเรากลับโตขึ้น ทำให้ต้องผ่าตัด แต่ก่อนจะผ่าตัดได้นั้น ก็ต้องรักษาอาการที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน จนในที่สุดก็ตัดสินใจลาออกมาเพื่อรักษาตัว”

การผ่าตัดต่อมไทมัสเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะตำแหน่งอยู่ลึกทางด้านหลัง ถ้าผ่าแบบปกติจะต้องตัดกระดูกซี่โครง หรือจะใช้วิธีส่องกล้องที่ทันสมัยกว่า แผลเล็กกว่า แต่ไม่ว่าวิธีไหนก็มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ใช้เวลาผ่าตัดนานหลายชั่วโมง ระหว่างผ่าตัดหัวใจคุณออหยุดเต้น จนต้องใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทราบเพราะสลบด้วยฤทธิ์ยา มารู้ทีหลังก็เมื่อคุณพยาบาลมาเล่าให้ฟังและเห็นรอยจากการปั๊มหัวใจ

หลังผ่าตัดชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากพนักงานบริษัทที่เคยทำงานหนัก ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ พักผ่อนน้อย เต็มไปด้วยความเครียด จนเป็นสาเหตุหนึ่งของการเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องมาพักรักษาตัวอยู่พักใหญ่ และผลพวงของการทานยาที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม ทำให้ผิวหนังแห้ง บาง แพ้ง่าย เส้นเลือดเปราะ ตัวบวม มีไขมันเกาะด้านหลังคอ

“ยังไง ออ ก็ยังรักสวยรักงามอยู่ค่ะ ระหว่างพักฟื้น ต้องคอยประคองตัว ระมัดระวังสุขภาพ เริ่มออกกำลังกายเบาๆ บ้าง ตัวก็ยังบวมๆ จากผลข้างเคียงของยา” คุณออ บรรยายถึงสภาพร่างกาย ระหว่างที่พักฟื้น

จังหวะนั้นคุณบอย ได้ทำโปรเจคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านความงามพอดี และจากกระแสการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องผิวพรรณ ซึ่งเดิมจะเป็นฝ่ายผู้หญิงที่เอาใจใส่มากกว่า ก็กลายเป็นว่าผู้ชายก็ใส่ใจมากขึ้น รวมถึงเด็กๆ ก็รู้จักการดูแลด้วยเช่นกัน จึงได้มาขบคิดกันว่าจะทำอะไรดีเพื่อตอบโจทย์นี้
“จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเรา คือการชอบเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน อย่าง ออ เองก็ชอบหาผลิตภัณฑ์มาดูแลพี่บอย แต่เขาก็ไม่ค่อยชอบนัก เพราะดูแล้วยุ่งยาก ไม่เหมาะกับแนวผู้ชายๆ ที่ต้องการอะไรง่ายๆ แต่ได้ผล จนมาลงตัวที่ เอสเซ้นต์บำรุงผิวแบบสเปรย์ ที่ใช้งานง่าย ไม่เหนอะหนะ ปลอดภัย”

“และหลังจากใช้เวลาในการค้นคว้าอยู่พักใหญ่ ก็ได้ข้อสรุปว่า ประเทศเกาหลีเหมาะที่สุดในการผลิตสินค้าตัวนี้ เพราะมีการพัฒนาและวิจัยสูตรเพื่อให้เหมาะสมกับความตั้งใจของเรา ประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาเราต้องทดลองใช้กันเองก่อน จนเห็นผลและเกิดความมั่นใจถึงจะกล้าแนะนำให้คนอื่นใช้”

“อะไรที่เรากลัว ไม่เอาเลย ยิ่งตัวเองเป็นคนผิวบาง แพ้ง่าย ไวต่อแสงแดด ก็ทดลองใช้เองจนเห็นผลภายในสองสัปดาห์ ทำให้เกิดความประทับใจ มั่นใจที่จะนำเสนอกับทุกคน และต่อไป ถ้าจะออกผลิตภัณฑ์ตัวไหนอีก ก็จะศึกษา พัฒนา และใช้เองก่อนแบบนี้อีกทุกตัวอย่างแน่นอน” คุณออ เน้นยำถึงนโยบายสำคัญที่นำมาใช้ในการคัดเลือกสินค้า

และหลังจากผ่านพ้นมรสุม จนพบกับความสว่างไสวได้อีกครั้ง คุณออ ก็ได้พบกับวิธีคิดแบบใหม่ให้กับชีวิต ซึ่งจะเปลี่ยนเธอไปตลอดกาล…
“เดิมเราเคยใช้ความคิดทั้งในทางบวกและทางลบ มาเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตดำเนินไปข้างหน้า แต่ทุกวันนี้ใช้ความคิดทางบวกให้มากขึ้น พยายามดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ เพราะยิ่งเครียด สุขภาพก็จะเครียดตามไปด้วย ถ้าภูมิคุ้มกันมีปัญหาก็ต้องย้อนกลับไปรักษาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ออไม่อยากกลับไปจุดนั้นอีกแล้วค่ะ”

“คนเรา มุ่งแต่ทำตัวเองเพื่อทำให้เก่งเท่าคนอื่น พยายามพัฒนาตัวเองตลอด แต่ละเลยการดูแลสุขภาพซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ต้องใช้ขับเคลื่อนในการพัฒนาตัวเองและความเจริญก้าวหน้า หากไม่ดูแลเขาแล้ว วันไหนเกิดประท้วงขึ้นมา เราก็ต้องหยุดทุกอย่างเพื่อดูแลเขา สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะหาเงินมาได้เท่าไหร่ แต่เราก็ต้องจ่ายมากกว่านั้นเพื่อรักษาสุขภาพเมื่อเกิดปัญหา ดังนั้น ก็ต้องรู้จักรักษาสุขภาพให้มากขึ้น”

“การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ… เมื่อสุขภาพดีก็จะมีแรงใช้เงินที่หามาได้ค่ะ”