คอลัมน์ในอดีต

วัดไพรพัฒนา

วัดไพรพัฒนา

สวัสดีค่ะ สบายๆ สไตล์ชุติกาญจน์ เก็บเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ในเรื่องการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันนะคะ

เปิดปฐมฤกษ์ ฉบับแรกแห่งปีขอความเป็นศิริมงคลนำทางให้ผู้เขียนและผู้อ่านพบสิ่งดีดีไปด้วยกัน ด้วยการพาไปเที่ยว วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ

เริ่มจากขอเล่าถึงประวัติของหลวงปู่แบบย่อๆ … “จากคำเล่าของคนท้องถิ่น หลวงปู่สรวง เดิมเป็นชาวกัมพูชา เดินทางมาอยู่ อ.ขุนหาญ และ อ.ขุขันธ์ แถบชายแดนตามเชิงเขาพนมดงรัก

ท่านเป็นผู้ทรงศีลปฏิบัติธรรมเสมอ ชาวบ้านจะเห็นว่าท่านเป็นผู้วิเศษและเรียกท่านว่า “ลูกเอ็อวเบ๊าะ” เป็นภาษาเขมร หมายถึงพระดาบสที่เป็นผู้รักษาศีลอยู่ตามถ้ำตามป่าเขา มักเดินธุดงค์ไปตามที่ต่างๆ ลำพัง หลวงปู่เป็นคนพูดน้อยจึงไม่ค่อยเล่าประวัติส่วนตัวให้ใครฟัง หลวงปู่เป็นพระที่มักน้อย สันโดษ สมถะ มีอุเบกขาสูงให้ความเมตตากับลูกศิษย์ทุกคนเท่ากัน ท่านอยู่อย่างเรียบง่ายกระท่อมเล็กๆ มีกระดานไม้ไม่กี่แผ่น แค่นอนได้ ทุกแห่งที่หลวงปู่จำวัดจะมีเสาไม้สูงปักอยู่ มีเชือกขาวขึงระหว่างกระท่อมและเสาไม้จะมีว่าวที่บุด้วยจีวรหรือกระดาษแขวนไว้เป็นสัญลักษณ์ ถ้าหลวงปู่อยู่จะชักขึ้นยอดเสาเหมือนว่าว

ปัจจุบันถ้าลูกศิษย์เอาของมาถวายท่าน ก็จะโยนเข้ากองไฟข้างๆ กระท่อม เมื่อมากราบนมัสการสรีระสังขารของหลวงปู่แห้งในโลงแก้ว และตั้งบนฐานที่ผู้มากราบไหว้จะเดินลอดได้ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีการสร้างรูปปั้นไก่ที่วัดเพราะแต่ก่อนเป็นป่าจะมีไก่ป่ามาก จึงสร้างเป็นสัญลักษณ์ไว้

พอตกเย็นเสียงระฆังดังขึ้นก็มีพระภิกษุเดินมาสวดมนต์ทำวัตรเย็นเสียงดังกังวาลจับใจ ปัจจุบันมีคนนับถือมากมายมากราบไหว้หลวงปู่ บริเวณวัดกว้างขวางสะอาดร่มเย็นจริงๆ”

ส่วนการเดินทางสบายค่ะ ขับรถไปชิวๆ ออกจาก กรุงเทพมหานคร ตอน 7 โมงเช้า แล้วไปแวะทานอาหารกลางวันที่ ลักษณาขาหมูตุ๋นยาจีน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ขอบอกว่าอร่อยหอมยาจีนจริงๆ และที่น่ารักคือ พนักงานในร้าน พอเดินเข้าร้านก็กล่าวสวัสดีพร้อมยกมือไหว้ ซึ่งหาได้ไม่ง่ายกับร้านอาหารธรรมดาทั่วๆ ไป แต่ทำให้ได้รู้สึกอบอุ่น

วันที่เดินทางไปพบกับอากาศหนาวพอดี ทำให้การเดินทาง

สบายมากเลย ประมาณบ่าย 3 โมงเย็นก็ถึงจุดหมาย เส้นทางภาคอีสานมีสถานที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ แล้วชุจะพาไปรีแล็กซ์ที่ไหนต่อ ติดตามได้ในฉบับต่อไปสวัสดีค่ะ