รู้กฎลดสกอร์ ตอน DMD

รู้กฎลดสกอร์
ตอน DMD
Distance Measureing Devices

“แค้ดดี้ระยะเท่าไหร่?”…130 ค่ะ, แต่ธงหลัง, ขึ้นเขา, ทวนลม, ฝนเพิ่งตก อากาศหนัก นายตีไปสัก 150 ละกันค่ะ… “ขอเหล็ก 7”… “เอ๊าสั้น!… ไม่น่าจะใช่ 150 นะ!” บทสนทนาแบบนี้คงเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอกันทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าต้องออกรอบโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของแค้ดดี้เจ้าบ้าน และความชำนาญอันไม่คงเส้นคงวาของนักกอล์ฟฝีมือระดับสมัครเล่นที่เป็นคนรักกีฬากอล์ฟกลุ่มใหญ่

ถึงแม้ทุกสนามจะมีหมุดระยะมาตรฐาน และพยายามแจ้งระยะ “คร่าวๆ” ด้วยการเพิ่มสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น สีของธง ว่าอยู่ในตำแหน่ง หน้า,กลาง,หลัง, หรือ เขียนระยะบนฝาท่อสปริงเกอร์ บนหมุดพิเศษ แต่นั่นก็ยังคงไม่เพียงพอ หากต้องการจะทราบระยะแบบ “เป๊ะๆ” แล้วยิ่งเมื่อตำแหน่งของลูกไม่ได้อยู่ใกล้ระยะอ้างอิง ต้องเดินนับก้าวหรือประมาณด้วยสายตา ความคลาดเคลื่อนก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก

ทางออกของปัญหานี้จริงๆ ก็มีมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้การเข้าถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เคยมีราคา “แพงเกินความจำเป็น” ก็ลดลงจนทำได้ง่ายขึ้นในปัจจุบัน เช่น กล้องวัดระยะระบบเลเซอร์ และ อุปกรณ์ GPS (ชิป รับสัญญาณจากดาวเทียม) ที่ฝังอยู่ในเครื่องมือชนิดต่างๆ ก็ผ่านการพัฒนามาเป็นลำดับ ตั้งแต่ PDA (หน้าตาคล้ายกับมือถือในปัจจุบัน) สำหรับกอล์ฟโดยเฉพาะ, คลิปหนีบหมวกที่ส่งเสียงได้, Smart Watch ในรูปแบบนาฬิกาข้อมือ ฯลฯ ตลอดจน App ต่างๆ ที่สามารถลงในมือถือที่ทุกคนต้องมีติดตัวอยู่แล้ว

บางท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วถ้ามีอุปกรณ์ชนิดต่างๆ ที่ว่ามา จะนำไปใช้ในสนามได้อย่างสบายใจได้หรือไม่ เพราะมีกฎกติกาที่เกี่ยวข้องในการแข่งขันระดับมาตรฐานว่าไว้อยู่ แต่เชื่อได้เลยว่า นักกอล์ฟทั่วไปน้อยคนนักจะเคยศึกษาอย่างละเอียด จนคิดว่า ถ้าจะตัดปัญหาไม่อยากยุ่งยากไปถกเถียงกัน ก็อย่าใช้เลยจะดีกว่า ทั้งๆ ที่รู้กันดีว่า หากสามารถทราบระยะได้ชัดเจน จะทำให้การเล่นของท่านมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างแน่นอน

กติกา ของ R&A ว่าไว้ดังนี้ครับ…

Rule 14-3 does not permit the use of any artificial device or unusual equipment for the purpose of gauging or measuring distance.
However, a Local Rule may allow the use of a distance-measuring device during a round of golf, to measure distance and distance alone.

ถ้าอ่านคร่าวๆ ก็ งงเด๊ๆ เพราะจั่วหัวมาก็ “ห้ามใช้” แต่ดันมีเปิดช่องบอกว่า “ใช้ได้” หากเป็น “Local Rule” และ สำคัญที่สุดก็คือ ต้องบอกแค่ “ระยะ” เท่านั้น ถ้าบอกข้อมูลอะไรมากกว่านี้ ถือว่าผิดกฎ ห้ามใช้ เช่นบอกค่าชดเชย Slope ความสูง ความเร็วลม ฯลฯ

แล้วจะใช้อย่างไรให้ไม่ผิดกฎ?

คำตอบมีอยู่อย่างชัดเจนใน คำอธิบายเพิ่มเติม นั่นก็คือ ถ้ามีแข่งเมื่อไหร่ แล้วใช้ฟังก์ชั่นมากเกินกว่าบอกระยะ เช่น เครื่องยิงเลเซอร์ที่มีชดเชยค่า Slope, โปรแกรมในมือถือที่ช่วยคิดคำนวณชดเชยเลือกเหล็กให้ ฯลฯ การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ คุณเข้าข่ายผิดกติกาแน่นอน ทางเลี่ยงก็คือ ต้องหาอุปกรณ์ที่ทาง R&A USGA รองรับว่าใช้ได้ไม่ผิดกฎ ซึ่งตรวจสอบกันได้ไม่ยาก และถึงแม้ว่าเครื่องมือรุ่นใหม่ๆ จะมีฟังก์ชั่นมาแบบครบๆ แต่ก็มักจะเลือกให้ปิด ไม่แสดงผลที่ผิดกฎได้ เรียกว่า ซื้อครั้งเดียว ใช้เล่นก็ได้ แข่งก็ดี ไม่ต้องจัดหาหลายชิ้นให้วุ่นวาย

นั่นก็แสดงว่าในเกมกอล์ฟมีการเปิดให้ใช้อุปกรณ์วัดระยะได้ “แบบมีเงื่อนไง” ไม่ได้ปิดตาย หรือเปิดให้ตลอด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นกรณีๆ ไป แต่มีแนวโน้มว่ากำลังจะผ่อนปรนมากยิ่งขึ้น โดยในการเล่นระดับสมัครเล่นทั้งหมด จะมีประกาศให้ใช้ได้ผ่าน Local Rule (หมายความว่า จะใช้ได้หรือไม่ ต้องดูประกาศเป็นหลัก ยังไม่อนุญาตแบบอิสระ) ส่วนการแข่งระดับอาชีพทัวร์ใหญ่ๆ ก็เริ่มอนุญาตให้ใช้ได้แล้วในบางรายการ แต่ทั้งนี้เพื่อเป็นการ “ทดลอง” เท่านั้น เพื่อหาข้อสรุปและฟังเสียงตอบรับถึงข้อดีข้อเสียในการใช้เครื่องมือกลุ่มนี้จากนักกอล์ฟระดับแข่งขันอาชีพ

แล้ว “ทำไม” หลายๆ ฝ่ายถึงได้หันมาสนับสนุนให้มีการใช้เครื่องมือวัดระยะในการแข่งขัน ?

เหตุผลนั้นมีหลากหลายมาก และเราก็พยายามหาข้อสรุปโดยรวมมานำเสนอดังนี้

– เล่นเร็วขึ้น
แน่นอนว่านักกอล์ฟไม่ต้องเสียเวลาถกเถียงกับแค้ดดี้ หรือมึนงงกับหมุดบอกระยะต่างๆ เพียงแค่ตรวจเช็คอุปกรณ์ของตัวเองก็ตอบได้ทันที ว่าระยะที่ถูกต้องจากจุดที่ต้องการทราบจนถึงธง เป็นเท่าไหร่

– ทราบระยะที่ต้องตีจริง
ถึงแม้จะรู้ว่าจากลูกถึงธงมีระยะแค่ไหน แต่การเล่นที่แท้จริงนั้นยังต้องคำนึงถึง “Slope” ทางขึ้น ทางลง หรือ “Elevation” ระดับความสูง ซึ่งปกติต้องชดเชยกันด้วย เพิ่ม ลด เบอร์เหล็ก ตามประสบการณ์ แต่ถ้ามีระบบที่ช่วยคำนวณให้เบ็ดเสร็จ ท่านก็แค่ตีตามระยะที่เครื่องมือบอก แต่อุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นนี้มักจะถูกห้ามใช้ในการแข่งขันส่วนใหญ่ ต้องศึกษาให้ดีก่อนนำไปใช้

– สร้างความมั่นใจ
แน่นอนว่า ทุกคนจะมีระยะเหล็กที่ฝึกซ้อมกันมา แต่จะแน่นอนแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่อง การมีระยะที่มั่นใจว่าถูกต้อง ย่อมจะช่วยให้เลือกหยิบเหล็กได้อย่างไม่ลังเล ส่วนผลลัพธ์ที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เล่นสภาพของลม การลงเหล็กในช็อตนั้น

– บอกระยะอุปกรณ์การเล่นของตัวเอง
ถึงแม้จะรู้ระยะแต่ละเหล็ก ระยะไดร์ฟ จากการฝึกซ้อม แต่นั่นเป็นเพียงระยะ “คร่าวๆ” หากต้องการจะทราบระยะจริงๆ ท่านสามารถชี้ชัดได้เลยจากเครื่องมือ ซึ่งบอกได้ละเอียดกว่า ทำให้รู้ระยะที่แท้จริงของตัวเอง เช่น เคยคิดว่าตัวเองตีเหล็ก 7 ได้ราว 150 หลา ก็อาจจะทราบว่าระยะ 158 หลา ก็เป็นระยะแม่นสุดของเหล็กนี้ ดีกว่าจะลดหรือเพิ่มเหล็ก แล้วไปจับโช้คดาวน์หรือเข่น จนทำให้เกิดความลังเล ไม่มั่นใจในช็อตนั้น
และอีกข้อที่แถมให้เอง นั่นคือ ความสุขจากการได้ใช้ของเล่น ที่ทำให้เราดูล้ำสมัย เป็นคนใส่ใจในรายละเอียด แต่อาจจะแถมมาด้วยความหมั่นไส้แกมอิจฉาจากเพื่อนๆ ดังนั้น ถ้าท่านมีใช้ก็อย่าลืมมีน้ำใจให้เพื่อนหยิบยืมด้วย

แล้วเครื่องไม้เครื่องมือชนิดไหนกันล่ะ ที่น่าสนใจ…

กล้องวัดระยะด้วยเลเซอร์ (Golf Rangefinder) มีความแม่นยำมากที่สุด มีความหลากหลายให้เลือก ไล่เรียงตั้งแต่ยี่ห้อดังๆ ฟังก์ชั่นครบ ทนทาน ราคาแพง จนมาถึง ราคาถูกอย่างเหลือเชื่อจากพี่จีน ที่ต้องลุ้นเอาเองว่า รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี ใช้งานได้จริง ซึ่งในกลุ่มนี้ มีอยู่ 2 ชนิด คือ 1. บอกระยะตามปกติ สามารถใช้ในการแข่งขันที่ Local Rule อนุญาตให้ใช้ได้ และ 2. บอกค่าระยะชดเชย Slope ซึ่ง ไม่สามารถใช้ในการแข่งขันที่มีการรับรองระดับสมัครเล่นหรืออาชีพได้ แต่ถ้าใช้แล้วรับรองว่าจะติดใจ เล่นกอล์ฟง่ายขึ้นเยอะ

กลุ่ม อุปกรณ์ GPS ซึ่งนับว่า เป็นของใหม่มาแรง เพราะปัจจุบัน GPS เป็นมาตรฐานที่ถูกรวมเข้าไปอยู่ในเครื่องมือสื่อสารส่วนใหญ่อยู่แล้ว มีความแม่นยำสูงเพียงพอที่จะใช้งานจริงจังได้ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ ต่อยอดอีกแค่นิดหน่อย มือถือของท่าน ก็สามารถกลายเป็นเครื่องมือบอกระยะที่มีความเชื่อถือได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการป้อนข้อมูลของผู้ผลิต ว่าใครจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ โดยรวมก็คือค่าที่ได้จะแค่คร่าวๆ เท่านั้น ไม่ละเอียดยิบเหมือนยิงจากกล้องเลเซอร์
รูปร่างหน้าตาของ เครื่องบอกระยะระบบ GPS มีทั้งเหมือนกับเครื่อง PDA ในยุคแรกๆ หนาๆ ใหญ่ๆ หน่อย เมื่อเริ่มเปิดตลาดแนะนำตัว ราคาแน่นอนว่าแพงและใช้งานด้านกอล์ฟเป็นหลัก ความแพร่หลายจึงค่อนข้างน้อยไปหน่อย แต่เมื่อมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่บรรจุเอาเทคโนโลยีล้ำหน้าแต่ราคาถูกลง ทำให้แค่ลงโปรแกรม เลือกสนามที่ไปออกรอบ ก็ใช้ดูระยะได้เลยทันที หลักๆ ก็ทั้งค่าย ไอโฟน และ แอนดรอยด์ มีครบ

และรุ่นล่ามาแรง มาในรูปทรงนาฬิกาข้อมือ Smart Watch จากหลายค่าย กำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากประยุกต์ใช้งานกับเรื่องสุขภาพได้หลากหลาย เช่น วิ่ง จักรยาน ฟิตเนส ทนทานเพียงพอสำหรับการใช้หนัก อย่างไตรกีฬา หรือ มาราธอน ได้อย่างสบายๆ และแน่นอนว่า มีฟังก์ชั่นดีๆ สำหรับใช้เล่นกอล์ฟให้เลือกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ออกมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด เป็นปุ่ม เป็นกระดุม สำหรับติดกับอุปกรณ์กอล์ฟชนิดต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ทั้งระยะทางและวงสวิง ตลอดจนการเล่น เรียกว่า อุปกรณ์ GPS และ เซ็นเซอร์ชนิดต่างๆ มีสารพัด บรรยายยังไงก็ไม่มีหมด

ถึงแม้ว่าเครื่องไม้เครื่องมือจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วผลงานจะดีที่สุดก็อยู่ที่การกระทำในขั้นสุดท้าย นั่นคือตัวผู้เล่นเอง จริงอยู่ที่หลายท่านอาจจะบอกกว่า เครื่องมือดียังไงก็ไม่สู้ฝีมือดีได้ อันนี้ไม่เถียงเลยครับ แต่ถ้าหากฝีมือสูสีดู๋ดี๋กันอยู่ ใครมีลูกเล่นที่เหนือกว่า อุปกรณ์ดีกว่า ย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบ แถมยังใช้ข่มขวัญคู่ต่อสู้อีกด้วย (ในกรณีที่เก่งพอๆ กันนะครับ แต่ถ้าฝีมือห่างชั้น ขืนไปงัดของดีมาอวด แล้วยังแพ้อยู่ อันนี้คงโดนอำแย่ 555)

สุดท้ายแล้ว กีฬาก็คือกีฬา จะแพ้หรือชนะยัง ก็ไม่สำคัญเท่าการเล่นอย่างสมศักดิ์ศรีและมีเกียรติ ที่ให้กับคู่ต่อสู้และกับตัวเอง ยิ่งอุปกรณ์สมัยใหม่ เลือกเปิดปิดได้ตามใจชอบ คงไม่มีใครมาคอยตามจับผิดทุกฝีก้าว เราก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ตรงนี้เอง สิ่งเหล่านี้ก็ดาบสองคมทั้งนั้น เลือกใช้ให้ถูกวิธี ว่าไปตามกฎกติกา รับรองว่า สนุกขึ้นอย่างแน่นอน

ขอให้เล่นกอล์ฟอย่างมีความสุขครับ