บริบท….ของช่วงเวลา

บริบท….ของช่วงเวลา

แจ็ค นิคลอส  เคยกล่าวไว้นะครับว่า กอล์ฟเป็นกีฬาที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อฝีมือและความสามารถในการตีใน Shot แต่ละ Shot อย่างเดียว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องของจิตใจ ความรู้สึกและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในสนาม

ผมเคยเขียนไปหลายบทความ เรื่องของวิธีคิดในการเล่นกอล์ฟ แต่ไม่นานมานี้ หลังจากที่ได้พูดคุยกับโปรในระดับการแข่ง ผมกลับพบปัญหาอยู่ปัญหาหนึ่ง เกี่ยวกับสภาพอารมณ์บางอย่างที่ส่งผลต่อความกระตือรือร้นในการเล่น นั่นก็คือ  เมื่อไหร่ที่คุณตีสกอร์มาดีๆ แล้วมาตีพังในเวลาต่อมา จะทำให้การตอบสนองต่อการเล่นที่เหลือน้อยลง หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือ รู้สึกแย่ เบื่อ ไม่อยากตีอีกต่อไปแล้ว โมเมนตัมของการเล่นกอล์ฟทุก ตกไปอยู่จุดต่ำสุดของวัน / ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นกับนักกอล์ฟอาชีพและนักกอล์ฟระดับโลกเยอะมากๆ ผมได้นำสกอร์ของนักกอล์ฟที่ตีตกรอบใน PGA TOUR และ European Tour ทั้งหมดในรอบ 3 เดือนมาศึกษา พบว่ากว่า 85 % ของนักกอล์ฟที่ตีตกรอบในสองวันแรก จะมีหลุมที่พวกเขาตี Double Bogey หรือมากกว่า / ซึ่งแน่นอนว่าการตี Double Bogey หรือมากกว่าทำให้มีสิทธิตีตกรอบได้มากขึ้น เพราะมันทำให้อันดับของผู้เล่นถอยลงไป แต่ถ้าเราลองดูตัวเลขนั้นดีๆ เราจะพบว่าการทำ Double Bogey นั้นไม่ได้ทำให้พวกเขาตีตกรอบในทันที แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกรอบเกิดจากผลสืบเนื่องในหลุมต่อๆ ไป หลังจากการทำ Double Bogey นั้นไปแล้ว เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้กระทั้ง Dustin Johnson ก็เคยบอกว่า “การตีเสีย Double Bogey ไม่เท่าไร แต่การที่ตีมาดีๆ แล้วออก Double Bogey เป็นเรื่องที่ทำใจไม่ได้จริงๆ” เราจะเห็นได้เลยว่า การที่เราตีมาดีๆ แต่กลับมาตีพังในหลุมต่อไป ส่งผลต่อสภาพจิตใจอย่างมาก  และมีผลเหลือเกินกับอารมณ์ในการเล่นที่กำลังจะลดลงของวันนั้น แต่ถ้าเราวิเคราะห์กันจริงๆ เราจะพบว่าแท้จริงความรู้สึกแบบนั้น มันเป็นแค่ “บริบท….ของช่วงเวลา”

บริบท…ของ ช่วงเวลาก็คือ ความคิดและความรู้สึกต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในช่วงเวลาต่างๆ หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือช่วงเวลาทำให้มีผลต่อความรู้สึก ณ.เวลานั้นๆเป็นพิเศษ

ยกตัวอย่าง ถ้าวันพรุ่งนี้ เรารู้ว่าเราจะต้องเข้าคุกเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แน่นอนว่าความรู้สึกของเรา ณ.ปัจจุบันมันคงต้องย้ำแย่ ผิดหวังไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากนอนเสียใจอยู่ ณ ตอนนี้ แต่ตรงกันข้าม ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ในคุก อีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้เราจะได้เป็นอิสระหลังจากที่โดนจองจำมาทั้งอาทิตย์ ความรู้สึก ณ.ตอนนี้ของเราก็คือ ดีใจในอิสระที่จะเกิดขึ้น ตั้งเป้าหมายต่างๆว่าจะออกไปแล้วจะทำให้อะไร มีความสุขกับการมีเป้าหมาย ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์เดียวกัน เพราะยังไงเราก็ต้องเข้าคุกเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แต่สิ่งเดียวที่แตกต่างกันคือ ช่วงเวลาที่เราคิด…เมื่อช่วงเวลาเปลี่ยน บริบทแห่งความรู้สึกก็ย่อมเปลี่ยน

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ต่างกับการที่เราตีมาดีๆ แล้วมาตีพังเลย สมมุติว่า ถ้าเราตีมา 3 เบอร์ดี้ติดแล้วมาออก triple bogey  ในหลุมต่อมา แน่นอนว่าเราจะต้องรู้สึกแย่มากๆ ไม่อยากทำอะไร เบื่อกับการเล่นในวันนั้นไปทันที ทั้งๆ ที่สกอร์ ณ.ตอนนั้นก็เพียงแค่กลับไปอยู่ที่ Even Par ถ้าใครที่มักเจอเหตุการณ์และความรู้สึกแบบนี้ในสนาม  ลองบอกตัวดู ว่าจริงๆ มันก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ก็แค่สกอร์เรากลับไปอยู่ที่ Even Par เหมือนตอนที่เรายืนอยู่บน Tee-Off ในหลุมแรก ในหลุมแรกนั้น หรือกลับไปอยู่ในช่วงสกอร์ใดช่วงสกอร์หนึ่งก่อนที่เราจะไปเจอเหตุการณ์นี้ ตอนนั้นเรารู้สึกยังไง ปัจจุบันก็แค่รู้สึกมันใหม่ในแบบนั้นให้ได้ อย่าเอาตัวเองไปผูกกับหลุมที่ทำมาดีๆ เพราะถ้าเราผูกตัวเองเอาไว้กับมัน ช่วงเวลาที่เหลือของเราจะยิ่งแย่กว่าเดิม

ถ้าลองคิดแบบนี้แล้วยังไม่หาย ความเสียดายความเบื่อกับการเล่นกอล์ฟยังแทรกซึมเข้าร่างกาย ยาถอดพิษอีกเม็ดนึงก็คือ ลองเปลี่ยน บริบท…ของช่วงเวลา ในความคิดตัวเองซะใหม่ จากที่เราตี 3 เบอร์ดี้ติดแล้วมาออก triple bogey ในหลุมต่อมา ให้คิดว่าเราออก triple bogey มาตั้งแต่หลุมแรก และอีก 3 หลุมที่เหลือเราพึ่งทำ 3 เบอร์ติดมา ถ้าคุณสะกดจิตให้คิดแบบนี้ ความรู้สึกไม่อยากเล่นของคุณจะหายไปทันที โมเมนตั้มในการเล่นกอล์ฟของคุณที่หมดอารมณ์ตีในหลุมต่อไปจะกลับไปเป็นคนที่อยากตีต่อ เพื่อทำสกอร์กลับขึ้นมาอีกครั้ง แล้วคุณจะพบว่าจริงๆแล้วความรู้สึกแบบแย่แบบนั้นมันไม่มีอะไรเลย ที่เราเจ็บปวดกับมันมาก เป็นแค่ช่วงเวลา ณ ตอนนั้นทำให้เรารู้สึกไปเอง

โปรทิพย์ สีอัมพรโรจน์