มินจี คว้าเมเจอร์ที่สามในศึก วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ
มินจี คว้าเมเจอร์ที่สามในศึก วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ
มินจี ลี สาวจากออสเตรเลีย ซึ่งสตาร์ตรอบสุดท้ายในรายการเคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ ที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา ด้วยการนำ 4 สโตรก และเธอมองลีดเดอร์บอร์ดทุกครั้งที่มีโอกาส และแม้จะเสียโบกี้ในช่วงต้นของวันสุดท้ายแต่เธอไม่เคยตกจากตำแหน่งผู้นำเลยก่อนจะคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่สามในชีวิตไปครองสำเร็จ
“ฉันค่อนข้างรู้ว่าสถานการณ์ของฉันในตอนนั้น ๆ เป็นอย่างไรแน่” มินจีกล่าว “แต่การที่ฉันมองลีดเดอร์บอร์ดก็เพื่อยืนยัน ก่อนเริ่มรอบสุดท้ายฉันค่อนข้างตื่นเต้น ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอากาศร้อนหรือเปล่าที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ฉันดูค่อนข้างนิ่ง แต่ความจริงมันไม่ได้นิ่งอย่างที่หลายคนคิด”
มินจี จบสกอร์รอบสุดท้าย 2 โอเวอร์พาร์ 74 แต่อย่างน้อยเธอก็รักษาระยะอย่าง 2 สโตรกได้จนจบการแข่งขัน สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 284 ทำให้ มินจี คว้าแชมป์โดยทิ้ง ออสตัน คิม และ ชเนตตี วรรณแสน 3 สโตรก โดยสามอันดับแรกของรายการนี้เป็นเพียง 3 คนที่สามารถทำอันเดอร์สนามได้ในการแข่งขันที่ ฟิลด์ส แรนช์ อีสต์ แอท พีจีเอ ฟริสโก ที่กระแสลมเป็นอุปสรรคหลักของนักกอล์ฟในสัปดาห์ดังกล่าว
สาววัย 29 ปีจากออสเตรเลีย ซึ่งย้ายมาอาศัยในเท็กซัส มินจี ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ ๆ เออร์วิงคว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการที่ 11 ในอาชีพไปครอง และชัยชนะรายการนี้ทำให้เธอเดินตามรอย แคร์รี เว็บบ์ (7 รายการ) และ แจน สเตเฟนสัน (3 รายการ) ที่เป็นนักกอล์ฟสาวจากออสเตรเลียที่คว้าแชมป์รายการระดับเมเจอร์ได้อย่างน้อย 3 รายการ
ในช่วงกลางเก้าหลุมแรกแม้ มินจี จะพลาดเสีย 3 โบกี้ในช่วงสี่หลุม แต่เพื่อนร่วมก๊วนอย่าง อาฒยา ฐิติกุล มือสองของโลกจากประเทศไทยกลับไม่สามารถสร้างความกดดันอะไรได้ โดย อาฒยา ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์เมเจอร์รายการแรกเสียโบกี้ที่หลุมพาร์ 5 ทั้งสองหลุมในช่วงสามหลุมแรกของวันสุดท้าย ในรอบสุดท้ายนักกอล์ฟสาวจากประเทศไทยตีเกินไป 3 โอเวอร์พาร์ 75 รวมสี่วัน 1 โอเวอร์พาร์ 289 จบอันดับสี่ร่วมกับ ชิซาโตะ อิวาอิ ที่ีเข้ามา 1 อันเดอร์พาร์ 71
ชัยชนะรายการนี้ มินจี รับเงินรางวัลไปครอง 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเงินรางวัลรวม 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เพิ่มจาก 10.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เป็นเมเจอร์ที่เงินรางวัลมากสุดเทียบเท่า ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น โดยก่อนหน้านี้ มินจี เคยรับ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาแล้วจากการคว้าชัยชนะ 4 สโตรก ในรายการ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เมื่อปี 2022
ทางด้าน ออสตัน คิม และ ชเนตตี วรรณแสน จบสกอร์รอบสุดท้ายคนละ 4 อันเดอร์พาร์ 68 ซึ่งเป็นสกอร์ที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในวันสุดท้าย และก่อนหน้านี้ใน 3 วันแรกมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ทำสกอร์ 68 ได้ โดย คิม นั้นจบวันโดยไม่เสียโบกี้แม้แต่หลุมเดียว
“ฉันมีความสุขมากกับการที่สามารถจัดการกับตัวเองได้ ทั้งในเรื่องของอารมณ์แล้วความยากลำบากต่าง ๆ” คิมกล่าว “ฉันต้องเจอกับอะไรมากมายในการเล่นรอบสุดท้าย แต่ฉันก็พยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งฉันคิดว่านั่นช่วยได้และลดความกดดันในช่วงนั้นไปได้เยอะ”
กระแสลมในรอบสุดท้ายไม่แตกต่างจากทั้งสัปดาห์ที่มีลมแรง 15-20 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ไม่มีลมกระโชก 30 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือมากกว่าในรอบสาม ซึ่งส่งผลให้การเล่นในวันเสาร์ยากกว่าทุกวันของสัปดาห์
อาฒยา ฐิติกุล เป็นผู้นำเดี่ยวหลังจบการเล่นสองวันแรก แต่ในการเล่นวันเสาร์นักกอล์ฟสาววัย 22 ปีจากประเทศไทยตีเกินไป 4 โอเวอร์พาร์ 76 ตรงข้ามกับ มินจี กลับเป็นผู้เล่นคนเดียวในรอบสามที่ไม่เสียโบกี้แม้แต่หลุมเดียว
ในฤดูกาล 2025 แอลพีจีเอเล่นกันไปแล้ว 16 รายการ และ มินจี นับเป็นผู้เล่นคนที่ 16 ที่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ ส่วน เนลลี คอร์ดา มือหนึ่งโลกชาวอเมริกันซึ่งปีที่แล้วคว้าแชมป์ไปครอง 7 รายการกลับไม่ได้เป็น 1 ใน 16 คนดังกล่าว ในรายการนี้ คอร์ดา จบรอบสุดท้าย 4 โอเวอร์พาร์ 76 จบอันดับสิบเก้าร่วมด้วยสกอร์ 6 โอเวอร์พาร์ 294
สรุปผลเคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 72)
284 มินจี ลี (ออสเตรเลีย) 69-72-69-74
287 ออสตัน คิม (สหรัฐฯ) 71-72-76-68
287 ชเนตตี วรรณแสน (ไทย) 75-72-72-68
289 ชิซาโตะ อิวาอิ (ญี่ปุ่น) 71-72-75-71
289 อาฒยา ฐิติกุล (ไทย) 68-70-76-75
290 แองเจล ยิน (สหรัฐฯ) 71-75-75-69
290 มิยู ยามาชิตะ (ญี่ปุ่น) 73-71-73-73
291 โซมิ ลี (เกาหลีใต้) 70-73-76-72
291 แฮ-จิน ชอย (เกาหลีใต้) 75-70-72-74
292 เว่ย-หลิง ซู (ไต้หวัน) 75-75-72-70
292 พอลลีน รูสแซ็ง-บูชาร์ (ฝรั่งเศส) 75-74-73-70

