Golf NEWS

กัปตันแบร็ดลีย์ แซงหลุมสุดท้ายซิวแชมป์ซิกเนเจอร์

กัปตันแบร็ดลีย์ แซงหลุมสุดท้ายซิวแชมป์ซิกเนเจอร์

คีแกน แบร็ดลีย์ ไม่ได้ยินเสียงเชียร์เขาอย่างกึกก้องนับตั้งแต่เปิดตัวในการเล่นไรเดอร์คัพครั้งแรกที่เมดินาห์ เมื่อปี 2012 กระทั่งตอนเดินขึ้นกรีนหลุม 18 ในรายการทราเวลเลอร์ส แชมเปียนชิพ ที่ครอมเวลล์ รัฐคอนเนทิคัต สหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาเปลี่ยนสถานการณ์จากที่ตาม 1 สโตรกพลิกเป็นเฉือนชนะ ทอมมี ฟลีตวูด 1 แต้มอย่างน่าทึ่ง

ในโอกาสครบรอบ 1 ปีที่ แบร็ดลีย์ รับตำแหน่งกัปตันทีมสหรัฐอเมริกาในศึกไรเดอร์คัพที่จะเจอกับทีมรวมดารายุโรป ซึ่งชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาควรหยิบไปกอล์ฟไปด้วยในฐานะกัปตันทีมและผู้เล่นในการแข่งขันที่ เบธเพจ แบล็ก ในเดือนกันยายนนี้

ด้วยความมุ่งมั่นและแพสชั่นอย่างเต็มเปี่ยม แบร็ดลีย์ ในวัย 39 ปีไล่จากที่ตามหลัง 3 สโตรกในการเล่นสี่หลุมสุดท้าย ซึ่งปิดด้วยการตีช็อตแอพโพรชด้วยเหล็กเก้าขึ้นมาออนห่างธงเพื่อพัตต์เบอร์ดี้ระยะเพียง 6 ฟุต ก่อนจะคว้าแชมป์รายการใหญ่เป็นรายการที่สองในรอบ 10 เดือน พร้อมปฏิเสธแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกในอาชีพของ ฟลีตวูด ไปในตัว

ตอนนี้ แบร็ดลีย์ คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มากกว่าผู้เล่นอเมริกันคนใดที่เคยทำได้เมื่อปีที่แล้ว ยกเว้นเพียง สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ และจากชัยชนะทำให้คะแนนสะสมบนตารางไรเดอร์คัพของเขาขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 9 ส่วนอันดับโลกขึ้นไปอยู่ที่ 7 ดีที่สุดในการเล่นระดับอาชีพของเขา

“เรื่องนี้ทำให้เรื่องราวเปลี่ยนไปเล็กน้อย”​แบร็ดลีย์กล่าวถึงตำแหน่งหน้าที่ของเขาในทีมอเมริกันไรเดอร์คัพ “ผมไม่เคยคิดจะลงเล่นในฐานะผู้เล่นเลยหากผมไม่สามารถคว้าชัยชนะมาครองได้ แต่ตอนนี้ประตูนั้นเปิดแล้วสำหรับการที่จะเป็นผู้เล่นด้วย ผมยังไม่รู้ว่าจะลงเล่นหรือไม่ ซึ่งคงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ที่สำคัญต้องคำนึงว่าอะไรจะดีที่สุดสำหรับทีมอเมริกา”

การทำ 2 เบอร์ดี้ในสี่หลุมสุดท้าย รวมถึงเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 35 ฟุตบนกรีนหลุม 15 ที่ทำให้เขายังมีความหวัง ในรอบสุดท้าย แบร็ดลีย์ จบสกอร์เข้ามา 2 อันเดอร์พาร์ 68 ก่อนเฉือนชนะ 1 สโตรก เหนือ ฟลีตวูด (72) และ รัสเซลล์ เฮนลีย์ ซึ่งชิพอินเบอร์ดี้ที่หลุมสุดท้ายก่อนจบรอบด้วยสกอร์ 69

ลีย์ ซึ่งสตาร์ตรอบสุดท้ายด้วยการตามหลัง ฟลีตวูด 3 สโตรก ตลอดวันเขาไม่เคยนำการแข่งขันเลย กระทั่งพัตต์เบอร์ดี้ลงไปท่ามกลางฝูงชนบนกรีนหลุม 18 ของ ทีพีซี ริเวอร์ ไฮแลนด์ส

ในส่วนของ ฟลีตวูด นั้นนับเป็นการจบทัวร์นาเมนต์แบบหัวใจสลาย เขามีอันดับโลกที่ยอดเยี่ยมแต่ลงเล่นพีจีเอทัวร์มาแล้ว 84 รายการ ทว่า ยังไมเคยชนะแม้แต่รายการเดียว โดยเฉพาะในรายการนี้เขาพลาดพัตต์ระยะ 6 ฟุตถึง 2 ครั้งในการเล่นห้าหลุมสุดท้าย และจากสถานการณ์ที่ทำอยู่ 1 สโตรกและทีช็อตอยู่กลางแฟร์เวย์ แต่สุดท้ายช็อตแอพโพรชของเขาสั้นเกินไป ที่แย่กว่านั้นคือออกสามพัตต์จากระยะ 50 ฟุต

ฟลีตวูด นักกอล์ฟจากอังกฤษเคยแพ้เพลย์ออฟให้กับ นิค เทยเลอร์ นักกอล์ฟเจ้าถิ่นชาวแคนาเดียน ในรายการแคนาเดียน โอเพ่น แต่ครั้งนี้ยิ่งเจ็บปวดมากเมื่อพิจารณาแล้วเราได้เปรียบแทบทุกประตู และเกมก็อยู่ในมือของตนเอง

“ตอนนี้ผมผิดหวังและโกรธมาก แต่เมื่อผมสงบลงคงกลับมาดูว่าสิ่งไหนที่สามารถทำได้ดีแล้ว และคงจะเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นได้” ฟลีตวูดกล่าว

“สิ่งที่โง่และเลวร้ายที่สุดนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้จะติดตัวไปสำหรับสิ่งที่จะต้องทำต่อไปในอนาคต” ฟลีตวูดกล่าว “แต่มันคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นแง่ลบสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในรายการต่อ ๆ ไป”

แบร็ดลีย์ จบรายการนี้ด้วยสกอร์ 15 อันเดอร์พาร์ 265 พร้อมรับเงินรางวัลไปครอง3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นแชมป์รายการซิกเนเจอร์รายการแรกของเขา ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งคว้าแชมป์ บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ ซึ่งเป็นรายการที่สองในซีรีส์ เฟดเอ็กซ์คัพ เพลน์ออฟ เมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ที่ เชอร์รีฮิลส์ ชานเมืองเดนเวอร์

สรุปผลทราเวลเลอร์ส แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 70)
265 คีแกน แบร็ดลีย์ (สหรัฐฯ) 64-70-63-68
266 ทอมมี ฟลีตวูด (อังกฤษ) 66-65-63-72
266 รัสเซลล์ เฮนลีย์ (สหรัฐฯ) 68-68-61-69
267 แฮร์ริส อิงลิช (สหรัฐฯ) 67-68-67-65
267 เจสัน เดย์ (ออสเตรเลีย) 66-66-67-68
268 สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ (สหรัฐฯ) 62-69-72-65
268 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 64-71-68-65
270 ไบรอัน ฮาร์แมน (สหรัฐฯ) 66-71-65-68
271 แฮร์รี ฮอลล์ (อังกฤษ) 69-68-69-65
271 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 67-64-73-67
271 ลูคัส โกลเวอร์ (สหรัฐฯ) 69-67-67-68
272 แพทริก แคนต์เลย์ (สหรัฐฯ) 67-68-68-69
272 เดนนี แม็คคาร์ธีย์ (สหรัฐฯ) 69-64-70-69