ดร.ทวีวัฒน์ ทวีผล

ดร.ทวีวัฒน์ ทวีผล
ผู้จัดการทั่วไป อัลไพน์กอล์ฟรีสอร์ท เชียงใหม่
“ดีที่สุด ในจุดที่คุณยืน”

คุณวุฒิกับประสบการณ์ มีคุณค่าทั้งสองข้าง สิ่งใดที่ลองผิดลองถูก ทำซ้ำๆ จนรู้ผลลัพธ์ว่าแบบไหนทำแล้วจะออกมาดี นั่นแหล่ะคือ สิ่งที่เราเรียกว่า “ประสบการณ์”

“ดีที่สุด ในจุดคุณยืน” เป็นคำที่ผมชอบที่สุด ซึ่งเขียนไว้โดยคุณหนุ่ม เมืองจันทร์ เหมือนคติโบราณที่บอกกันไว้ว่า รู้อะไรให้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล

การเข้ามาสู่ธุรกิจกอล์ฟครั้งแรกด้วยการมาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้กับสนามกอล์ฟอัลไพน์จากการให้โอกาสของท่านอดีตรัฐมนตรีพงษ์ศักด์ รักตะพงศ์ไพศาล แต่ความฝันกับความเป็นจริงมันไม่เหมือนกันเลย แค่สี่เดือนแรกก็อยากจะลาออกแล้ว เพราะไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬานี้เลย ความรู้ที่มีอยู่ไม่ใช่เป็นศูนย์ มันติดลบด้วยซ้ำ แต่เมื่อคิดว่าไหนๆ ก็เดินหน้ามาแล้ว จะยอมถอยหลังไม่ได้ แต่ยังมีความโชคดีคือ แม้ว่าใหม่ในธุรกิจกอล์ฟ ก็ยังเป็นคนเก่าในวงการกีฬา เพราะใช้ชีวิตในการเป็นผู้สื่อข่าวฟุตบอลที่สยามกีฬามาหลายปี จนได้ทำข่าวระดับทีมชาติชุดดรีมทีม ได้รู้จักกับพี่ๆ สายสื่อมวลชนมากพอสมควร ทำให้ได้รับทั้งคำแนะ ทั้งคำตำหนิติชม ส่งผลให้มีมุมมองที่กว้างขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น

การได้รับโอกาสเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะทำให้เราได้เรียนรู้ในทุกกระบวนการ เริ่มตั้งแต่ การแข่งขันกอล์ฟในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์เมื่อปี 1998 ซึ่งก่อนหน้านั้นธุรกิจเกิดวิกฤติในช่วงต้มยำกุ้งพอดี ทำให้ไม่มีทุนในการบำรุงสนามเพื่อเตรียมการแข่งขัน ขณะนั้นผมได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นรองผู้จัดการสนามแข่งขัน จนเมื่อธุรกิจมีการเปลี่ยนมือผู้บริหารมีทุนมาดูแลจัดการสนามให้มีความพร้อมตามข้อกำหนดภายในเวลาเพียง 6-7 เดือน ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้น

ในปี 2000 ก็ได้จัดกอล์ฟรายการจอห์นนี่วอคเกอร์คลาสิค ซึ่งประสบความสำเร็จ มีผู้ให้ความสนใจติดตามชมเป็นจำนวนมาก  ที่มีแม่เหล็ก อย่าง ไทเกอร์วูดส์ มาร่วมเล่น ทำให้มุมมองของผมที่เกี่ยวกับกีฬาเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจกีฬา ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูง อีกทั้งกอล์ฟ ก็เป็นเรื่องที่มากกว่ากีฬา คือการพัฒนาพื้นที่ และยังเป็นการทำเรื่องแบรนด์เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ ได้เห็นมุมมองทางการตลาดของเหล่าบรรดาสปอนเซอร์ต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุน

การได้ลงลึกในรายละเอียด การได้ลงมือทำ ช่วยให้ผมได้ประสบการณ์ที่สำคัญ อย่างเช่นการต้อนรับนักกอล์ฟระดับโลก แต่ละคนก็มีความต้องการแตกต่างกันไป หน้าที่ของเราคือต้องทำตามในสิ่งที่ระบุมาให้ครบถ้วน ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เป็นสิ่งที่มีรายละเอียดมากกว่าเมื่อครั้งจัดเอเชี่ยนเกมส์ เพราะครั้งนั้นเราดูแลเฉพาะในส่วนของสนาม แต่นี่เราต้องเข้าไปลงลึกกว่านั้นอีกหลายเรื่อง ได้ทำงานใกล้ชิดกับคนเก่งๆ ระดับโลกโดยเฉพาะการทำงานกับชาวต่างชาติที่เห็นวิธีคิด ขั้นตอนการปฏิบัติในส่วนต่างๆ ของการจัดการแข่งขัน

ณ เวลานั้นเจ้านายโดยตรง เป็นชาวอเมริกันเป็นคนทำงานในแถวหน้า เราคอยสนับสนุนจนเข้าใจกระบวนการทั้งหมดจนเมื่อได้จัดงานจอห์นนี่วอร์คเกอร์อีกครั้งในปี 2004 ผมจึงก้าวขึ้นมาเป็นแถวหน้าดูแลรับผิดชอบงานอย่างเต็มตัว โดยอาศัยประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับองค์กรกีฬาขนาดใหญ่ ทำให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และในปี 2005 ก็ยังได้จัดงาน ไทยแลนด์เลดี้ส์โอเพ่นอีกด้วย

จนเมื่อปี 2008 กลุ่มธุรกิจต้องการจะลงทุนเพิ่ม ผมได้เดินทางไปกับคุณอุดมศักดิ์ โง้วศิริ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพื่อดูว่าพื้นที่ใดมีความเหมาะสม ซึ่งตอนนั้นก็สะสมประสบการณ์ในเรื่องกอล์ฟมาพอสมควร มีมุมมองเกี่ยวกับสนามซึ่งเป็นงานที่เราได้คลุกคลีมา จนมีความรู้สึกว่า ถ้ามีการซื้อสนาม ผมอยากจะทำงานนี้เพราะเห็นแง่มุมต่างๆ มาเยอะ ทำอย่างไรถึงจะตอบโจทย์ ทั้งนักลงทุนและพนักงาน จนในที่สุดก็มาลงตัวที่ สนามเชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งสามารถทำข้อตกลงกันได้ในเวลาอันรวดเร็ว และนำความรู้ที่ได้รับจากอัลไพน์มาใช้ได้อย่างเต็มที่

ผมมีความโชคดีที่บริษัทในกลุ่มมีต้นแบบให้เรียนรู้ มีนักบริหารคนเก่งๆ ที่ช่วยให้เราได้เดินตาม จนสามารถเขียนแผนธุรกิจออกมาได้ และได้รับการอนุมัติให้ทำการปรับปรุงสนามทั้งหมด 18 หลุม ภายในช่วงเวลาเพียงเจ็ดเดือนกว่า โดยใช้หลักการตลาดเป็นตัวนำด้านแนวคิด ด้วยการผูกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วเข้าไว้ด้วยกันโดยใช้แบรนด์หลัก คือ “อัลไพน์กอล์ฟ”แล้วตามด้วยสถานที่ ทำให้เป็นที่มาของชื่อ อัลไพน์กอล์ฟรีสอร์ท เชียงใหม่

เราใช้ มร.รอน การ์ล นักออกแบบสนามระดับโลก ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอัลไพน์ กรุงเทพ ให้มาทำการออกแบบปรับปรุงสนาม โดยคงไว้แค่เพียงต้นไม้เดิม และทิวทัศน์เป็นภูเขาล้อมรอบ อีกทั้งของเดิมมีโรงแรมอยู่แล้ว เลยวางแนวคิดให้เป็นกอล์ฟรีสอร์ทที่เล่นสนุก มีความท้าทาย ได้ความเป็นธรรมชาติทั้งภูเขาและอากาศทำให้กระแสตอบรับกลับมาดี

ดังนั้นการใช้ชื่ออัลไพน์ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ว่ามาเล่นในแบรนด์นี้ ทุกอย่างได้มาตรฐานอย่างแน่นอน ทำให้เรา ต้องรักษาคุณภาพและการบริการให้ได้ดีตลอดเวลาซึ่งการอยู่กับอัลไพน์มานับสิบปี ทำให้ทราบถึงวิธีการบริหารให้ได้ผลลัพธ์ดังกล่าว โดยตั้งเป้าไว้ในแผนธุรกิจว่า เราจะกอล์ฟรีสอร์ทชั้นนำ ของภูมิภาค ของประเทศและทวีป ต่อไป

จึงทำให้ต้องสร้างวัฒนองค์กรที่สอดคล้องกัน เพื่อพนักงานจะได้ทราบแนวทางในการปฏิบัติ อาทิ เรื่อง วัฒนธรรมตรงเวลา ถ้าผมนัดประชุมเก้าโมง นั่นคือเก้าโมงต้องเริ่มประชุมได้ทันที ดังนั้นคนที่มาจะต้องมาถึงก่อนเวลาพอสมควรและเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเช่นเดียวกับการบริหารเวลาการออกรอบให้กับลูกค้ากอล์ฟที่มีความสำคัญ เวลาทีไทม์คือเวลาเริ่มเล่น ถ้าพนักงานผิดเวลาซะเองแล้วจะไปดูแลลูกค้าได้อย่างไร

องค์ประกอบที่ทำให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้า ก็ คือ พนักงาน ที่ทุกคนก็เหมือนกับเฟืองนาฬิกา ไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ก็มีความสำคัญ หากบกพร่องจุดไหน นาฬิกา ก็จะต้องหยุดเดิน ดังนั้นทุกคนในองค์กรคือฟันเฟืองน้อยใหญ่ ที่ทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ พนักงานทุกไม่ว่าจะตำแหน่งหน้าที่อะไรก็มีความสำคัญ แต่ถ้าใครทำตัวเป็นเฟืองที่เสียและซ่อมไม่ได้ทำให้นาฬิกาหยุดเดิน ก็ไม่ควรจะเสียเวลาซึ่งกันและกัน

การบริหารสนามกอล์ฟใน พื้นที่ จ.เชียงใหม่มีโรงแรมเยอะมาก ทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมยังต่ำอยู่ จึงดูว่าจะทำอย่างไรให้ช่วยส่งเสริมธุรกิจ ด้วยสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว การทำสนามฟุตบอลน่าจะเป็นโอกาสที่สามารถต่อยอดธุรกิจได้ เราไม่ได้ทำสนามเพื่อแข่งขัน แต่เพื่อเป็นแค้มป์เทรนนิ่ง รองรับทีมต่างชาติให้เข้ามาฝึกซ้อม แต่กว่าจะเริ่มได้ผมต้องเดินทางไปติดต่อกับ นาโกยาแคมปัส ทีมฟุตบอลชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งครั้งแรกก็ไม่ยอมคุยกับเรา จนต้องเชิญมาดูว่าเรามีอะไรให้บ้าง กว่าจะสำเร็จต้องใช้เวลาถึงสามปีพอมาครั้งแรกเขาก็มาพร้อมกับนักข่าว สร้างความฮือฮามาก ที่ทีมระดับชั้นนำของเอเชียมาเก็บตัวฝึกซ้อมในสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่ นั่นคือการเปิดประตูในเจลีคให้กับเรา หลังจากนั้นไปคุยกับทีมไหนเขาก็ให้การต้อนรับ

หลักการคือ เราจะรับต่างชาติ 1 ทีม ของไทย 1 ทีม เพื่อให้ทีมฟุตบอลของไทยเราให้มีโอกาสได้หาประสบการณ์กับทีมชั้นนำได้ เพราะการได้พบกับทีมระดับนี้ทำไม่ได้ง่ายๆ ถ้าไม่บินไปหาเขาหรือได้เล่นในลีคเอเอฟซี คงไม่มีโอกาสได้เจอกัน ธุรกิจในกีฬาฟุตบอลของญี่ปุ่นและเกาหลีเขามีมาก่อนบ้านเรานาน ทำให้เราต้องเรียนรู้จากเขาอีกเยอะ วิธีนี้คือทางลัดที่เราทำให้เกิดขึ้นได้ นั่นคือ มุมด้านประสบการณ์ของ ผม

ในมุมของการเรียนรู้ เมื่อก่อนเคยมีโอกาสได้ใกล้ชิดผู้บริหารเก่งๆ ได้ฟังความคิดต่างๆ บางสิ่งยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความหมายคืออะไร รู้แต่ว่าคำศัพท์ที่ใช้นั้น ฟังแล้วเพราะดี ถึงไม่เข้าใจแต่ก็ไม่กล้าถาม จะหาข้อมูลก็ไม่ง่ายเหมือนในปัจจุบัน ก็ต้องเก็บความสงสัยนั้นไว้แล้วไปหาคำตอบเอง

นโยบายที่สำคัญอย่างหนึ่งของกลุ่มบริษัทคือ การให้ผู้บริหารได้ พัฒนาตัวเองเพื่อการเติบโตในอนาคต ผ่านมาก็อบรมตามหลักสูตรต่างๆ ที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ เมื่อมีโอกาสได้ไปเรียน ปริญญาโท ที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์หลายๆ อย่างในชีวิตผม ทำให้เรียนรู้ ทฤษฎีต่างๆ ด้านการบริหาร ด้านการจัดการ สอดคล้องกับสิ่งที่เราได้ปฏิบัติมาแล้วจึงเกิดความสนุก มีความสุขกับการเรียน

เมื่อถึงการทำวิจัย ก็เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ อยากรู้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการสนามกอล์ฟเพราะอะไร  มีอีกหลายอย่างที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม กระทั่งเรียนจบ ได้วุฒิ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ก็มองหาสถาบันการศึกษาที่ตอบโจทย์ตัวเองคือ

มีคณะบริหารธุรกิจ และมีหลักสูตร การจัดการกีฬา ก็ลงตัวในการเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมเพราะที่นี่ มีคำตอบทุกอย่างที่ผมต้องการ อาทิ คณาจารย์มีความชำนาญในวิชาเฉพาะทาง มีงานวิจัยด้านกีฬา ด้านบริหารธุรกิจ และมีรุ่นพี่ๆในวงการกีฬาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันนี้ อาทิ ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ดร.องอาจ ก่อสินค้า ฯลฯ

อยู่ที่ ม.ศรีปทุม ที่เข้มงวดมากด้านงานวิจัย แม้ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน แต่ถูกเคี่ยวเข็ญด้านระเบียบวิธีวิจัยทำให้เราค่อนข้างตกผลึกในด้านที่เราถนัด คณาจารย์ ที่เริ่มต้นตั้งแต่ คณบดี ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น ดร.ณัฐสพันธ์ เผ่าพันธุ์ ที่ให้มุมมองที่ทำให้งานวิจัยของเรามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ ประกอบกับ ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ที่มีความชำนาญมากด้าน ธุรกิจกีฬา โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ไม่อาจจะลืมได้เลยคือ ท่าน รศ.ดร.ชนงกรณ์ กุลธนบุตร ผศ.ดร.ภัครพลมหาขันธ์ ที่สละเวลามาขัดเกลา จนได้งานวิจัยในระดับปริญญาเอก เรื่อง “องค์ประกอบความสำเร็จด้านการจัดการสนามกอล์ฟเอกชนในประเทศไทย”

จากการศึกษาครั้งนี้ ทำให้ผมมีโมเดลในการจัดการสนามกอล์ฟเอกชนให้ประสบความสำเร็จเป็นของตัวเอง ที่เรียกว่า The Map Model of Successful Public Golf Course Management in Thailand.

โดยที่มาจากM คือManagement การจัดการด้านคน ด้านองค์กร,A คือAbility ความสามารถของพนักงาน P คือPeople ผู้คน และ Place สถานที่ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่ในเล่นของงานวิจัยที่เกิดจากการตกผลึกในข้อมูลเชิงปริมาณทั้งจากการค้นคว้าตำรา เอกสารงานวิจัยในต่างประเทศ การตอบแบบสอบถามของนักกอล์ฟหลายๆท่าน รวมถึง การมีข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จากการสัมภาษณ์ ผู้บริหารในธุรกิจสนามกอล์ฟของเมืองไทย ผู้บริหารกับธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้งานวิจัยออกมาได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

ซึ่งในด้านความรู้เชิงวิชาการ ผมยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ยังค้นคว้าเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ เช่นการวิจัยในเรื่อง Action Researchในเรื่องที่สนใจ อาทิ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างสนามฟุตบอลเพื่อดูว่าเด็กๆ ที่ได้มาซ้อมฟุตบอลในสนามดีๆ เขาจะมีการพัฒนาทักษะเพิ่มขึ้นหรือมีแรงบันดาลใจอยากเล่นกีฬามากขึ้น มากน้อยแค่ไหน จากผลการวิจัยก็ออกมาในเชิงบวก โดยเฉพาะในเรื่องทัศนคติที่ดีกับการเล่นกีฬา

หรือผมยังสนใจค้นคว้าในเรื่องสิ่งแวดล้อมกับสนามกอล์ฟ เพราะประเทศไทยมี พ.ร.บ.สรรพสามิต กล่าวว่าสนามกอล์ฟเป็นสถานประกอบการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้วิจัยและผู้บริหารสนามกอล์ฟ มองว่าประเด็นนี้อันตรายมาก เพราะถ้าหากต่างประเทศมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา อาจถูกมองว่าสนามกอล์ฟเมืองไทยไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม ผมจึงค้นคว้าต่อไปว่า ในต่างประเทศมีการทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับสนามกอล์ฟ เช่นในอเมริกามีการอนุรักษ์พันธ์สัตว์บางชนิดในสนามกอล์ฟ หรือประเทศอังกฤษก็พบว่าน้ำในสนามกอล์ฟมีค่าความสะอาดมากกว่าพื้นที่ด้านนอก และยังมีสนามกอล์ฟอีกหลายๆ แห่งมีงานวิจัยในเชิงอนุรักษ์ออกมา แต่ถ้าฝังความคิดว่าสนามกอล์ฟทำลายสิ่งแวดล้อม ก็จะถูกมองในแง่ลบอยู่เสมอ

หรือการศึกษาความเป็นไปได้ ว่า ในวันข้างหน้าจะมีการบูรณาการในเรื่องรูปแบบการพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรมโดยใช้สนามกอล์ฟให้มามีส่วนร่วม เช่น ภาครัฐให้สัมปทานพื้นที่เสื่อมโทรมกับเอกชนเพื่อทำสนามกอล์ฟ โดยต้องปลูกป่าควบคู่ไปด้วย เพราะสนามกอล์ฟต้องมีต้นไม้ การจะปลูกต้นไม้ต้องมีแหล่งน้ำ ผู้ลงทุนก็ต้องจัดหาจัดสร้างขึ้นมา แต่ทั้งนี้ต้องเปิดใจกว้างก่อนว่า กอล์ฟ ไม่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่การทำสนามกอล์ฟก็ต้องหาพื้นที่ที่มีราคาเหมาะกับการลงทุน ซึ่งพื้นที่เสื่อมโทรมอาจจะเป็นทางออกทางหนึ่งนี่คือมุมของผู้วิจัยและผู้บริหารสนามกอล์ฟ ซึ่งผมจัดไว้อยู่ในเรื่องแรกของ The Map Modelคือ Management หรือการจัดการ

จากการวิจัยของผมพบว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงในอุตสาหกรรมกอล์ฟเรื่องต่อไปคือ ประชากรกอล์ฟเริ่มน้อยลง แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้คนเล่นกอล์ฟกันมากขึ้น ปัญหาอาจจะเกิดจากการเข้าถึง ทั้งในเรื่องอุปกรณ์และโอกาสที่จะได้เล่น เราอยากเห็นเยาวชนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จตามอย่างโปรรุ่นพี่ๆ ที่ก้าวไกลไปถึงระดับโลกกันแล้ว กอล์ฟเป็นกีฬาประเภทบุคคล ซึ่งคนสรีระของคนไทยก็สามารถไปสู้กับเขาได้ปัจจัยอีกสิ่งก็คือ แรงสนับสนุนจากทั้งเอกชนและภาครัฐ เพราะลำพังเอกชนคงช่วยได้ตามกำลังของตัวเอง ซึ่งต้องอาศัยภาครัฐมาผนึกกำลังกันเต็มที่ ถึงจะสร้างนักกอล์ฟเยาวชนเพื่อเป็นประชากรกอล์ฟที่มีคุณภาพในอนาคต ก้าวไปสู่ระดับโลกได้ เมื่อมีรายได้มีย่อมมีการจ่ายภาษี เมื่อมีการพัฒนาการแข่งขันระดับสากล ทำให้ผู้คนสนใจ อยากจะเข้ามาดู เข้ามาท่องเที่ยว มีผู้เข้ามาลงทุน ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ได้รับก็คือ รายได้ของประเทศ

ผมโชคดีมากที่สุด ที่ได้รับโอกาสจากผู้ถือหุ้น ผู้บริหารระดับสูง ให้บริหารงานได้เต็มที่ โดยมีแนวคิดที่เป็นเบ้าหลอมกันมาและเป็นแนวทางการปฏิบัติ คือ การบริหาร “คน” ดังนั้นในการทำงานนั้น เราต้องคำนึงถึงข้างบน คือเจ้าของกิจการ ว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้ตามเป้าหมาย, คนข้างๆหรือล่างลงไป หมายถึงเพื่อนร่วมงาน บุคลากร ที่เราจะต้องสร้าง “ควาสำเร็จไปด้วยกัน” ที่ผมถูกสอนเสมอว่า ต้องดูแลพนักงานเหมือนดูแลคนในครอบครัว นั่นคือคนที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง และยังมีคนที่อยู่รอบๆเราอีก คือ ชุมชน ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง ก็ต้องดูแลสนามกอล์ฟมีพื้นที่ขนาดใหญ่ จะต้องทำรั้วสูงใหญ่ขนาดไหนถึงจะป้องกันได้ ขนาดกำแพงเมืองจีนที่สร้างได้ดีแค่ไหน ยังต้องมาแพ้กับภัยจากภายใน การจะอยู่กับชุมชนยังไงให้เอื้อประโยชน์กัน เป็นมิตรกัน นั่นเป็นรั้วของความสัมพันธ์ที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งก่อสร้างทางกายภาพเป็นไหนๆ

อีกหนึ่งหัวใจในการบริหารงานของผมคือ “ความรับผิดชอบ”ที่ในปัจจุบัน ต้องรับผิดชอบอยู่ 3 ส่วน นั่นคือ รับผิดชอบต่อครอบครัว ในฐานะผู้นำครอบครัว, ต่อองค์กร ในฐานะที่รับจ้างบริหารงาน รับผิดชอบต่อความสำเร็จขององค์กร ผู้ถือหุ้น พนักงาน และ รับผิดชอบต่อสังคมที่อยู่

นโยบายของกลุ่มบริษัทที่ชัดเจนมากคือ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี มีการฝึกอบรมให้พนักงานมีความรู้ความสามารถมากขึ้น สร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบมีเป้าหมาย มีอนาคตร่วมกัน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็ตอบโจทย์ธุรกิจว่า รายได้เติบโต มีผลกำไร ซึ่งกำไรนั้นก็จะย้อนกลับลงมาสู่ความอยู่ดีกินดีของทุกคน

สำหรับงานทางสังคม ช่วงก่อนก็เคยเข้าไปเป็นกรรมการของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวของเชียงใหม่ หลังจากนั้นก็เป็นนายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนืออยู่แปดปี กระทั่งปัจจุบันได้ขอพัก เพราะ อยากให้มีการหมุนเวียนในเรื่องการบริหารบ้าง ซึ่งในขณะนี้ก็มีงานทางวิชาการ ด้วยการบรรยายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ บ้าง

ผมอยากให้ความรู้กับคนอื่น ซึ่งตามหลักวิชาการบอกว่าสิ่งที่คนเราทำนั้น แบ่งออกเป็น ทำแล้วอยู่ในสมองไม่มีการจดบันทึก กับมีการจดบันทึกไว้เป็นตำรา และสิ่งที่เราทำมาตลอดชีวิตการทำงาน สิ่งที่สะสมอยู่ในสมอง ผ่านการบ่มเพาะ ผ่านการตกผลึก ถ้าได้ ถ่ายทอดออกมา หรือจดบันทึกไว้ไม่ให้กระจายสูญหาย จะเกิดประโยชน์กับสังคมโดยรวม

วันนี้ผมยังอยากมีความรู้เพิ่มเติม เพราะเชื่อว่า ความรู้ไม่มีวันจบสิ้น ก็จะขอศึกษาทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติไปเรื่อยๆ และพร้อมเผยแพร่ความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ

ถ้าอยากจะ “ดีที่สุดในจุดที่คุณยืน ก็จะต้องเดินไปให้สุดทาง” ครับ

ดร.ทวีวัฒน์ ทวีผล
ประวัติการทำงาน
-ผู้จัดการทั่วไป อัลไพน์กอล์ฟรีสอร์ทเชียงใหม่
-ผู้อำนวยการสายงานปฏิบัติงานกอล์ฟ เชียงใหม่-ลำพูนกอล์ฟคลับ
-ผู้อำนวยการสายงานปฏิบัติงานกอล์ฟ อัลไพน์กอล์ฟคลับ
รางวัลที่ได้รับ
-Best Golf Resort in Asia by Asian Tour ในปี 2014และ 2015
-Best Top 10 Golf Resort in Asia 2015 by ALI Golf China
-Best Golf Course in 206 Country by Golf Digest,USA,2016
-Best Golf Destination in Asia by IAGTO,2017