ยุภาลัย ภูสง่า

ยุภาลัย ภูสง่า
GF Advance Products Co., Ltd.

“ที่ทำธุรกิจเสื้อผ้าขึ้นมาได้ เพราะตัวเองเป็นคนชอบแต่งตัว เป็นเรื่องของใจรักล้วนๆ เลยค่ะ” คุณอิ๋ว ยุภาลัย บอกให้ทราบว่า ที่มาที่ไปของ GF Advance Products Co., Ltd. ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องสินค้าที่เป็น “งานผ้าและสามารถเย็บได้” คุณอิ๋วเน้นเลยว่า “มาที่นี่เราทำได้หมดค่ะ”

ย้อนไปเมื่อตอนเด็กเล็กมากๆ เธอเคยเห็นญาติทำธุรกิจด้านเสื้อผ้าแฟชั่น เคยไปเที่ยวดูโรงงาน เห็นช่างทำแบบ เย็บโน่นตัดนี่ จนเกิดความสนใจประสาเด็ก แต่ก็ไม่เคยคิดว่าสักวันจะกลายมาเป็นธุรกิจหลักของชีวิต

คุณอิ๋ว เรียนบริหารธุรกิจ การตลาด จาก ม.กรุงเทพ ระหว่างเรียนเคยได้รับโจทย์ให้คิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อนำเสนอสู่ตลาด เป็นการเรียนที่สนุกมาก จนอยากจะเป็นนักการตลาดมืออาชีพ จบมาก็เป็นฝ่ายขายให้กับหลายบริษัท จนตำแหน่งสุดท้ายก็ได้เป็นทั้งผู้จัดการฝ่ายขายและผู้จัดการฝ่ายการตลาด ในสินค้าที่หลากหลายมาก

ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย มีเพื่อนสนิทที่ครอบครัวทำเสื้อผ้าเด็ก พอทำงานประจำแล้วก็เลยชักชวนกันทำสินค้าด้านเสื้อผ้าออกไปขายแบบเล่นๆ ตามแหล่งช้อปปิ้ง ทำกันแบบสนุกๆ ไม่หวังผลอะไรมาก โดยคุณอิ๋วเป็นผู้ออกแบบ ให้โรงงานบ้านเพื่อนผลิต แล้วคอยลุ้นว่าเมื่อวางขายแล้วจะมีคนมาซื้อรึเปล่า นั่นคือความสนุกของการทำอาชีพเสริมในช่วงแรก

ถึงแม้งานประจำจะสนุกแค่ไหน แต่เมื่อทำไปนานๆ จนรู้สึกว่าถึงจุดอิ่มตัว อยากจะทำธุรกิจที่เป็นของตัวเองบ้าง โชคดีที่ได้รับประสบการณ์มาแบบครบมิติจากบริษัทที่ทำงานด้วย อีกทั้งเมื่อเริ่มมีความคิดเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น คำสั่งที่ได้รับจากผู้ใหญ่ บางครั้งก็รู้สึกว่าไม่อยากจะปฏิบัติตาม ถ้าหากเห็นว่าวิธีนั้นไม่เหมาะสมในมุมมองของเธอ จนกลายเป็นข้อคิดเห็นที่แตกต่างจากยากที่จะทำงานประจำต่อไปได้

สินค้าตัวหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจคือ เครื่องดื่มสำเร็จรูป ชาประเภทต่างๆ ในบ้านเราขณะนั้นยังไม่มีแพร่หลาย ขณะที่ต่างประเทศนิยมบริโภคกัน พอคุณอิ๋วได้ไปเห็นมาจากต่างประเทศ ก็อยากจะผลักดันให้บริษัทผลิตออกมาบ้าง แต่โครงการนี้ไม่ผ่าน เพราะผู้บริหารยังไม่มั่นใจว่า สินค้าชนิดนี้จะไปได้ จึงไม่กล้าลงทุน ขณะที่คุณอิ๋วกลับมองเห็นว่า เมื่อมีโอกาสทางการตลาดแล้ว ทำไมถึงไม่ทำ จนเกิดความอึดอัด ไม่อยากจะเป็นลูกจ้างอีกต่อไป เพราะมั่นใจว่า มีแนวทางของตัวเอง ต้องหาสินค้าอะไรมาทำธุรกิจ

สินค้าที่ผ่านเข้ามาในหัวมีเยอะแยะมากมาย จนย้อนมาถึงเรื่องเสื้อผ้าที่มีเพื่อนสนิททำอยู่ จึงเริ่มทำเสื้อผ้าในรูปแบบสวยๆ แต่ใช้วัตถุดิบที่เหมาะสม เพื่อสามารถขายในห้างสรรพสินค้าได้ แล้วก็เริ่มเดินตลาดด้วยตัวเองแบบเอาจริงเอาจัง ข้อดีก็คือ ได้ผลิตงานตามที่คิดออกมา เช่น เมื่อคิดจะดีไซน์อะไร ก็คำนึงถึง รูปแบบ การตัดเย็บ เนื้อผ้า ว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งคุณอิ๋วบอกว่าเป็นงานที่สนุกมาก เพราะ.. “เป็นการตอบสนองสิ่งสร้างสรรค์ที่อยู่ข้างในใจของเราให้ออกมาจับต้องได้ค่ะ แต่สิ่งที่คิด และผลิตออกมานั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปทุกแบบ ขายได้บ้าง ขายไม่ได้บ้าง”

ทำไปทำมาได้สักสองปี แต่เสื้อผ้าที่ขายได้ก็มีเพียงแค่ราว 20% ที่ได้ราคาตามที่ตั้งไว้ ส่วนที่เหลือต้องจัดรายการลดราคา ทำให้สต็อคสินค้าเหลือเยอะมาก จนเพื่อนเริ่มถอดใจขอถอนหุ้น ขณะที่คุณอิ๋วขอเดินหน้าสู้ต่อ พร้อมกับต้องเปลี่ยนแนว ปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ

ระหว่างที่ผลิตสินค้าตามรูปแบบของตัวเองนั้น มักจะมีเพื่อนหรือคนรู้จักมาถาม ขอให้ผลิตเสื้อผ้า เครื่องแบบต่างๆ ตามที่บริษัทกำหนด แต่เธอก็ปฏิเสธไปทั้งหมด เพราะ.. “ยังอยากทำแบบตามใจฉัน ไม่อยากทำแบบตามใจเธอ” นั่นคือสิ่งที่คุณอิ๋วคิด ณ ตอนนั้น

แต่เมื่อเพื่อนถอนหุ้นไปแล้ว เธอต้องกลับมาทบทวนว่า แนวทางธุรกิจจะไปทางไหนดี.. จังหวะนั้นมีโรงงานมาถามครั้งอีกว่า ช่วยทำเสื้อตามแบบให้หน่อย ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีถามแบบนี้มาบ่อย.. “แต่เราก็ไม่เคยผลิตให้เขาสักที ตอนนี้ก็ว่างๆ อยู่ เลยลองทำเป็นครั้งแรก” นี่คือการทำงานแบบคนละฝั่งเป็นครั้งแรกของคุณอิ๋ว จากเดิมเป็นผู้คิด ก็สลับมาเป็นผู้รับฟังคำสั่งแทน

ความสนุกในอีกมุมของการเป็นผู้ผลิตตามคำสั่งก็คือ ไม่ต้องมีสต็อคสินค้าตกค้างอีกต่อไป รู้ต้นทุนรู้กำไรล่วงหน้าชัดเจน ทำให้เกิดการเบนเข็มการทำงานแบบคนละขั้ว หันมาสนใจการผลิตตามออร์เดอร์จากผู้จ้าง… “จากที่เคยคิดว่า เราต้องการอะไร ก็ต้องปรับมาเป็น ลูกค้าต้องการอะไร”

กลุ่มเป้าหมายคือใคร เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในฐานะนักการตลาดที่มากประสบการณ์ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในอาชีพก็คือ ต้องออกตลาดด้วยตัวเอง แรกๆ นั้นคุณอิ๋วเล่าว่า “ออกไปพบลูกค้าสักสิบราย มียอดซื้อแค่สักรายเดียวก็ดีใจแล้วค่ะ เพราะยังไม่มีใครรู้จักว่าเราคือใคร นั่นเป็นเพราะบริษัทต่างๆ อาจจะมีเจ้าประจำที่ใช้งานกันอยู่แล้ว ส่วนเราเป็นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา”

เมื่อจับทิศทางได้ว่า ลูกค้าอยากได้อะไร ต้องการอะไร การทำตลาดก็เปิดกว้าง แต่สิ่งที่ยังคงเป็นความท้าทายอยู่ก็คือ ต้องเจรจาต่อรองว่าความต้องการของลูกค้านั้น สิ่งใดเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง จนเป็นที่พอใจร่วมกัน ด้วยวิธีการนี้ ลูกค้ารายสำคัญๆ จึงเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มียอดสั่งซื้อครั้งละมากๆ เพราะสามารถตอบโจทย์ให้กับลูกค้าได้ครบทุกข้อ

แต่ธุรกิจไม่เคยมีอะไรง่าย นั่นก็คือความท้าทาย การสู้แบบไม่มีประสบการณ์ก็มีข้อดี เพราะทำให้ไม่รู้จักคำว่ากลัว บางครั้งรับงานมาแล้วยังไม่รู้จะไปทางไหนก็มี จนต้องทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ เพราะผู้สั่งให้ระยะเวลาในการผลิตสั้นแบบที่ไม่น่าจะทำได้ทัน แต่ก็ต้องรับมาเพราะอยากได้งาน คุณอิ๋วก็จะอดหลับอดนอนอยู่กับช่างตลอด ถึงไหนถึงกัน เรียกว่าทำงานกันอย่างบ้าบิ่น สู้เต็มที่ไม่มีถอย อุปสรรคแค่ไหนก็ต้องผ่านให้ได้เมื่อสัญญาเซ็นตกปากรับคำมาแล้ว

ความภาคภูมิใจที่ได้รับกลับมาจากการทำงานหนักก็คือ เสียงสะท้อนจากลูกค้าที่บอกกันแบบปากต่อปากว่า ถ้ามอบหมายงานให้ GFแล้ว.. “GF จะไม่ผิดนัด ไม่ผิดเวลา รักษาสัญญาทุกเรื่อง จนบางครั้งลูกค้าบอกว่าเราไม่ต้องรักษาสัญญาเป๊ะๆ ขนาดนั้นก็ได้ เพราะเผื่อเวลาไว้บ้างแล้ว แต่เราก็ทำให้ตรงตามกำหนดสัญญา”

“เรานึกเสมอว่ากลัวลูกค้าจะได้รับความเสียหาย เพราะบางครั้งเป็นเรื่องที่ต้องแข่งกับเวลาให้ทันกำหนดการเปิดตัว หรือทำกิจกรรมสำคัญๆ ซึ่งผิดนัดไม่ได้เลยเด็ดขาด ยิ่งตัวเองเป็นคนถือคติไว้ว่า อะไรที่พูดไป รับปากไปแล้ว แล้วต้องทำให้ได้ครบทุกข้อ แต่ถ้าสิ่งใดที่ทำไม่ได้ ก็จะบอกตั้งแต่ต้นเลยว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่รับปากเพื่อให้ได้งานแล้วทำไม่ได้”

เมื่ออยู่ในธุรกิจมานาน จนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ลูกค้าก็กลายมาเป็นเพื่อน ไม่ใช่จากแค่เรื่องการรักษาเวลาเท่านั้น การรักษาคุณภาพก็สำคัญเช่นกัน เมื่อลูกค้าจ่ายเงินแล้ว ย่อมต้องการสินค้าที่ดีที่สุดในงบนั้น คุณอิ๋วจึงต้องพัฒนาคุณภาพงานของบริษัทตลอด ไม่ว่างานที่ผลิตออกมาจะเยอะแค่ไหน ทุกโปรเจคจะต้องผ่านมือทุกชิ้น เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าออกใหม่ จึงต้องหยิบจับเพื่อตรวจสอบรายละเอียดด้วยตัวเอง งานการตลาด คืองานที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้คุณอิ๋วชินกับการทำงาน การคิด ตลอดเวลา สนุกกับสิ่งที่ทำ จึงเหมาะกับงานนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากให้ไปทำงานนิ่งๆ เหมือนกับงานประจำในออฟฟิศจะรู้สึกเบื่อมาก

“เวลาทำงานจะไม่ได้มองผลงานเป็นอันดับแรก แต่จะดูปัญหา ดูข้อตำหนิ ดูในแง่ลบก่อน เพื่อหาข้อบกพร่อง เพราะจุดดี ลูกค้าย่อมชอบอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดข้อผิดพลาด นั่นคืองานของเราที่ต้องแก้ไข ทุกคนทุกฝ่ายจะต้องรับผิดชอบในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด แม้กระทั่งการจัดระเบียบในการทำงานก็ต้องฝึกให้เข้มงวด เพราะวัตถุดิบต่างๆ นั้นคือต้นทุน หากทำตกหล่นสูญหาย หรือใช้ไม่หมด การคุมสต็อคไม่ดีคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แล้วเมื่อได้เห็นชิ้นงานออกมาดี หรือมีความสวยงาม จะรู้สึกดีใจ ภูมิใจกับผลงานมาก กับการบริหารจัดการของเรา”

“สมัยเป็นพนักงาน เวลาจัดงานแต่ละครั้ง เรามักจะซื้อทุกอย่างเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงงบ คิดอย่างเดียวว่า ขอให้งานออกมาสวย อะไรจะเหลือจะเกินก็ไม่สนใจ เพราะนั่นไม่ใช่เงินของเรา แต่เมื่อมาเป็นเจ้าของธุรกิจเอง รู้เลยว่าทุกอย่างคือต้นทุน เราสามารถทำให้สวยงามได้ โดยไม่ต้องใช้งบมากเกินความจำเป็น หากรู้จักคุมให้มีความพอดีกับงานก็ไม่มีสิ่งใดเหลือทิ้ง ผลงานออกมาเท่ากันแต่ต้นทุนต่ำกว่า ดังนั้นเรื่องเล็กๆ อย่างการคำนวณด้ายที่เย็บ ก็ต้องรู้วิธีหาจำนวนที่ชัดเจน เมื่อรู้ต้นทุน เราก็รู้กำไร นั่นคือกำไรของบริษัท กำไรของพนักงานทุกคน”

การเข้าถึงคนยุคใหม่เป็นสิ่งสำคัญ ตลาดออนไลน์จึงเริ่มเข้ามามีบทบาท ในสมัยก่อนการสั่งซื้อจะเป็นแบบส่งผ่านความไว้วางใจจากรุ่นสู่รุ่น แต่ในปัจจุบันเด็กยุคใหม่ๆ จะเข้าหาข้อมูลด้วยการสืบค้นในโลกไซเบอร์ การปรับตัวให้ทันกับสภาพสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็น

คุณอิ๋ว กล่าวถึงการทำตลาดให้ทันกระแสว่า… “ถึงแม้ยอดขายในออนไลน์ปัจจุบันอาจจะยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับลูกค้าหลัก แต่ก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อน เผื่อมีผู้ค้นหาธุรกิจแบบนี้ในโลกออนไลน์ ก็จะได้เจอเรา ได้ทำความรู้จักกับจัดซื้อรุ่นใหม่ๆ ไว้บ้าง”

“ทุกวันนี้คิดอยู่แค่ว่า วันนี้มีอะไรให้ทำ ไม่ใช่คิดว่า วันนี้มีรายได้เท่าไหร่ เพราะความสุขที่แท้จริงเกิดจากการได้ทำงานที่ตัวเองรัก ได้เห็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารงาน ได้สอนงานเขา เราก็เหมือนกับครูคอยถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ที่มีให้ และการได้อยู่กับคนที่เป็นคู่คิดคู่ชีวิตที่คอยให้กำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นจึงทำทุกวันให้มีความหมาย ทำทุกวันให้ดีที่สุดเพื่อจะไม่ต้องมาเสียใจเสียดายในภายหลัง”

คุณอิ๋ว ได้ฝากข้อคิดดีๆ ที่เธอยึดมั่นเสมอไว้ว่า

“ชีวิตมีสองด้านเสมอ เวลาทำงานต้องทำให้หนัก ทุ่มเทให้สุดตัว ทำให้สุดความสามารถ จิตใจต้องเข้มแข็ง เชื่อมั่นในตัวเองเสมอ แต่เมื่อถึงเวลาพัก ก็ต้องรู้จักพักให้เต็มที่ อย่าเอางานกับชีวิตส่วนตัวมาปนกันจนทำให้เกิดทุกข์ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีชีวิตที่มีความสุขในแบบที่ตัวเองอยากเป็นได้เลยค่ะ”