Special Report

‘เคิร์ก’ คว้ารางวัลแห่งชีวิต พิชิตโรคซึมเศร้าและติดสุรา

‘เคิร์ก’ คว้ารางวัลแห่งชีวิต พิชิตโรคซึมเศร้าและติดสุรา

โดย Chuah Choo Chiang

สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ , จอน ราห์ม, รอรี่ แม็คอิลรอย, วิคเตอร์ ฮอฟแลนด์ และทอม คิม เป็นชื่อที่บรรดาแฟนกีฬากอล์ฟคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะในเวทีพีจีเอทัวร์ แต่เมื่อเอ่ยถึง คริส เคิร์ก หลายคนอาจถามกลับว่า เขาคือใคร?

ในการแข่งขันกอล์ฟพีจีเอทัวร์รายการส่งท้ายฤดูกาล 2023 คริส เคิร์ก คว้ารางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต และเรื่องราวการต่อสู้กับมรสุมชีวิตของเขาก็กลายเป็นตัวอย่างสร้างแรงบันดาลใจกับแฟนกีฬาทุกสาขาอาชีพ

คริส เคิร์ก ไม่เพียงชนะเลิศรายการเดอะ ฮอนด้า คลาสสิค ที่ปาล์มบีช เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ในปีนี้ ซึ่งเป็นแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 5 ในอาชีพของเขา และปิดฉากการรอคอยที่ยาวนาน 8 ปี นับตั้งแต่ได้แชมป์ครั้งหลังสุดปี 2015 เขายังเอาชนะในสิ่งที่ใหญ่กว่า เมื่อสามารถพิชิตมรสุมชีวิต เอาชนะโรคซึมเศร้าและการติดสุรา และช่วยคนอื่นๆ ต่อสู้กับภัยเงียบทางอารมณ์ที่ทำลายชีวิตเขามาหลายปี
จากการต่อสู้จนสามารถเอาชนะความยากลำบากและปัญหาชีวิตนั้นมาได้ ทำให้ คริส เคิร์ก ได้รับรางวัล PGA Tour Courage Award ปี 2023 โดยมีพิธีมอบรางวัลดังกล่าวในการแข่งขันกอล์ฟพีจีเอทัวร์ รายการส่งท้ายฤดูกาล 2023 ในรายการ อาร์เอสเอ็ม คลาสสิค เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางครอบครัว เจ้าหน้าที่ และเพื่อนร่วมอาชีพในทัวร์ ร่วมแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจ

โปรกอล์ฟชาวอเมริกัน กล่าวระหว่างรับรางวัลสำหรับการต่อสู้กับมรสุมชีวิตว่า “ผมไม่คิดว่าตัวเองจะกลับมาเล่นกอล์ฟได้อีก ยิ่งไปกว่านั้น ผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้มายืนต่อหน้าทุกๆ คนเหมือนวันนี้”

สำหรับ คริส เคิร์ก ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่สมัยเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น เมื่อเข้าสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพเขาคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ 4 รายการระหว่างปี 2011 ถึงปี 2015 ขึ้นมาติดในท็อป 20 ของโลก และเป็นฮีโร่ทีมสหรัฐอเมริกาเก็บแต้มสำคัญให้ทีมเอาชนะทีมนานาชาติ ในการแข่งขันกอล์ฟเพรสซิเดนท์ส คัพ ปี 2015 ด้วยคะแนน 15 ? – 14 ? ที่เกาหลีใต้ และกลายเป็นที่จับตามองว่าจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่ในยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความมีชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นของเขา คริส เคิร์ก ต้องต่อสู้กับปัญหาชีวิตหลายอย่าง บ่อยครั้งที่เขาตื่นขึ้นมาในห้องพักในโรงแรมด้วยอาการมึนงง โดยไฟยังคงเปิดอยู่และใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกับวันก่อน และไม่นานก็หลับไปเพราะความเมา

เขาพยายามเลิกเหล้าด้วยตัวเอง 2- 3 ครั้ง แต่หลังจากเลิกสูบบุหรี่ไปหลายสัปดาห์ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าก็มานำไปสู่ปัญหาที่ยากเกินจะแบกรับไหวอีกครั้ง ทำให้เขาหันกลับไปพึ่งเหล้าอีก และกลับสู่เส้นทางชีวิตที่มืดมน
ในการแบ่งปันเรื่องราวของเขา คริส เคิร์ก เล่าย้อนไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน ปี 2019 เพราะเป็นวันที่เขาได้สารภาพกับครอบครัวและเพื่อนสนิทที่สุด ด้วยการสนับสนุนและกำลังใจจาก ทาห์นี ภรรยา เขาได้เข้าร่วมกลุ่มเบำบัดการติดสุรา ซึ่งช่วยให้เขาเลิกเหล้าได้สำเร็จ โดยหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เขาดื่มเหล้าครั้งสุดท้ายและหนึ่งวันก่อนครบรอบวันเกิดอายุ 34 ปี เขาตัดสินใจประกาศการอำลาพีจีเอทัวร์ โดยระบุข้อความผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ว่า “ผมมีปัญหาที่ต้องรับมือกับการติดสุราและภาวะซึมเศร้ามาระยะหนึ่งแล้ว ตอนแรกผมคิดว่าสามารถควบคุมเรื่องนี้ได้ แต่หลังจากอาการกําเริบหลายครั้ง ผมตระหนักว่าคงไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง จึงต้องการโฟกัสอย่างเต็มที่กับการแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนที่คู่ควรกับครอบครัว”

ในท้ายที่สุด คริส เคิร์ก เตือนสติตัวเอง เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลง โดยคุณพ่อลูกสามกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ผมแค่ต้องต่อสู้กับมัน สุดท้ายแล้ว ผมบอกกับตัวเองว่า โอเค นายไม่สามารถทำตัวแบบนี้อีกต่อไป ผมต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ไม่เช่นนั้นชีวิตจะไม่เหลืออะไรเลย ตอนนั้นผมตระหนักว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมปัญหาเหล่านี้ได้”

หลังจากนั้น 6 เดือน คริส เคิร์ก กลับมาลงเล่นในพีจีเอทัวร์อีกครั้งและเกมการเล่นเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางอย่างช้าๆ ตอนนี้เขามีเป้าหมายชีวิตที่ใหญ่กว่า และหวังกลับสู่เส้นทางการคว้าแชมป์ในทัวร์อีกครั้ง โดยหลังหยุดพักการแข่งขันอันดับโลกของเขาหลุดจาก 300 อันดับแรก แต่ปัจจุบันรั้งอันดับ 52 ของโลก และเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 32 ในตารางคะแนนเฟดเอ็กซ์คัพฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นความสําเร็จสูงสุดเป็นอันดับสองของเขาในรอบ 13 ปี จากผลงานคว้าแชมป์ 1 รายการ และจบใน 10 อันดับแรกอีก 4 รายการ

คริส เคิร์ก คาดหวังว่าการแบ่งปันเรื่องราวของเขา จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจกับผู้ที่กำลังเผชิญมรสุมชีวิตแบบเดียวกับเขาและต้องการความช่วยเหลือให้สามารถเอาชนะผ่านพ้นปัญหาไปได้ “ผมมีเรื่องราวมากมาย 30 หรือ 40 หรืออาจจะประมาณ 50 เรื่อง ที่เคยได้ยินได้ฟังมา ระหว่างการต่อสู้กับปัญหาที่ผมต้องเผชิญ ผมเห็นบางคนทำแบบนี้และสามารถตัดทุกสิ่งทุกอย่างได้ และทำในสิ่งที่ควรจะทำเพื่อทำให้ตัวเองดีขึ้น แล้วทำไมผมจะทำแบบไม่ได้”

“ผมเกือบสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต การคว้าแชมป์เดอะ ฮอนด้า คลาสสิค ถือเป็นโบนัส และเรื่องราวดีๆ ในชีวิตของผมตอนนี้ก็เป็นผลพวงจากแชมป์รายการนี้ หลังจากนี้ผมคงมีเรื่องให้ฉลองมากมาย และขอบคุณพระเจ้าที่การฉลองของผมไม่มีเหล้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีกแล้ว” คริส เคิร์ก กล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ: ผู้เขียนเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร – APAC ของ PGA Tour และประจำอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย แฟนกีฬากอล์ฟสามารถติดตามชมการแข่งขันกอล์ฟพีจีเอทัวร์ ได้ทาง Golf Channel Thailand

ภาพ : Getty Images