ทวนความหลังที่ ไดรวิงเรนจ์

ทวนความหลังที่ ไดรวิงเรนจ์

ผมไม่ได้เข้าสนามไดรวิงเรนจ์มานานมาก..ก..ก..ก

เมื่อก่อนนี้ มีพรมตีแผ่นยาวๆ มีเด็กคอยตั้งลูกให้ทีละลูก ( เล่ากันว่า เด็กพวกนี้ มีข้าวกินมีที่นอน เงินเดือนน้อยมาก แต่จะมีรายได้หลักจากทิป เมื่อก่อนเป็นเด็กอีสาน ถ้าเป็นยุคนี้คงเป็นพม่าหมดแหละ) ต่อมา แรงงานคนหมดไป เป็นเครื่องตั้งลูกอัตโนมัติวางบนทียาง ที่น่าสังเกตก็คือ ราคาลูกซ้อมต่อถาด ไม่ได้ขึ้นเท่าไหร่จากสิบปีก่อน

สมัยนี้บางไดรฟวิงเรนจ์ลูกผุดมาจากพื้นพรมเลย คนตียืนบนพรมที่เป็นหญ้าเทียมจะได้ฟิลลิงมากกว่า โดยเฉพาะการซ้อมเหล็กกลาง เหล็กสั้น

สนามไดรฟแบบไฮเอนด์ คิดราคาเป็นชั่วโมง ตีได้เท่าไหร่ ตีเข้าไป ไปหลายคนยิ่งดี เพราะตีไปกินเบียร์ไป เขาฟันที่ค่าน้ำ แพงระยับ มีเงินทำอะไรไม่น่าเกลียด โดยเฉพาะแอ๊คอาร์ต พาสาวๆไปนั่งดู หรือสอนสาวตีกอล์ฟไปด้วย

ในสมัยที่ไปบ่อยๆ ทั้งพาลูกไปซ้อม ทั้งตัวเองไปออกเหงื่อ ผมเก็บเรื่องราวสนุกๆ จากสนามไดรฟฯได้หลายเรื่อง ด้วยเป็นที่ชุมนุมของผู้คนมากหน้าหลายตา ดังราวเป็น โรงละครแห่งชีวิต มีสีสัน มีความสนุก ถ้าหากเป็นคนช่างสังเกต จดจำ

ที่สนามไดรฟฯ คุณจะเห็น วงกอล์ฟแปลกๆ ทั้งขำทั้งฮา ที่ต้องกลั้นไว้ แล้วไปหัวเราะในห้องน้ำ

ผมเคยเห็น ผู้ชายนะยะ ตุ๊งติ๊ง จ๊ะจ๋า เขียนคิ้วทาปาก ออกจริตกรีดกรายเต็มแม็ก เธอมาซ้อมกอล์ฟ

ผมอยู่ช่องล็อคด้านหลังของเธอพอดี วงของเธอจากข้างหลังจึงเต็มหน้า

เธอถ่างขากว้าง แอ่นก้นมาข้างหลังยังกับโก้งโค้ง แต่หลังตรง แขนสองข้างงอข้อศอกพับ ยังกับท่าพัตต์แมงมุม ยืดคอเงยหน้า ตาหลูบต่ำดูลูก นี่เป็นท่าจรด

พอจะสวิง เธอเรียกริธึ่ม รูทีมช็อต ด้วยการ สะบัดตูด บิดแก้มก้นซ้ายขวา และสะบัดข้อมือ

สะบัดตูด จริงๆครับ ก้นที่แอ่นงอนเช้งกระเด๊ะบิดซ้ายขาวถี่ๆ แบบแกนสันหลังไม่ขยับไปด้วยน่ะ  มันดุ๊กดิ๊กดีจัง สะบัดข้อมือก็ยุกยิกๆ

ท่าอย่างนี้ มันจะลงไม้ดาวน์สวิงได้ไหมล่ะ เพราะไม่อาจหมุนตัว ถ่ายน้ำหนักได้ เธอก็ได้แต่หวดโป้กๆอยู่นั้น แต่รูทีนช็อตไม่เปลี่ยนนะ จากท่าแมงมุมขยุ้มหัวใจ สะบัดตูด สะบัดข้อมือ แล้วตี ตามด้วยสบถใส่จริต..อีห่าราก..อีห่ากระทือช้างลาก..

ผมก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปสอนหรอก เพราะไม่ใช่โปรกอล์ฟ อีกอย่าง อยากดูนานๆ ฮาดี ขำดี เป็นสมัยนี้ ต้องถ่ายคลิป (จากข้างหลัง)มาแชร์กันแล้ว

นี่มุมตลกนะครับ มุมอันตรายในสนามไดรฟวิงเรนจ์ก็มี

ผมเคย “โดนเจิม” ด้วยตัวเอง กับครั้งแรกที่ยืนบนพรมในช่องซ้อม ที่สนามไดรฟวิงเรนจ์เก่าแก่ ที่ดินคุณเล็ก นานา ตรงปากซอย24 คลองเตย (เดี๋ยวนี้เป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่) ที่นั่นมีลูกค้าญี่ปุ่นเยอะจริงๆ ทั้งมือใหม่มือเก่า

ผมยืนจรดไม้อยู่ในล็อคช่องของตัวเอง จู่ๆก็รู้ลึกได้ยินเสียงดังโครมใหญ่ แล้วแว่นกระกระเด็นไปจากดั้งจมูกดังปั้ก (ในวัยหนุ่มผมใส่แว่นตลอด เพราะสายตาสั้นและเอียง) ยืนงง ก่อนหยิบแว่นที่กระเด็นอยู่กับพื้นมาใส่ โดยไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น

ปรากฏว่า ญี่ปุ่นมือใหม่ ที่อยู่ล็อคหน้าผม หวดวงสวิงด้วยไดรเวอร์หัวไม้หนึ่งเต็มเหนี่ยว แล้วตีลอดลูก (ที่ตั้งอยู่บนทียางสูง)  อัดไปที่ก้นลูก ลูกกอล์ฟจึงเสยพุ่งขึ้นหลังคา กระแทกกระดอนในมุมตกมา ยังด้านหลังของคนตี คือตรงที่ผมยืนอยู่

ลูกกอล์ฟพุ่งลงมากระแทกแว่นด้านบนที่อยู่บนหน้าผมเต็มๆ อันเป็นเหตุทำให้แว่นกระเด็น แล้วผมก็ยืนงงอยู่

จะเป็นเดชะบุญ คุณพระคุ้มครอง หรืออย่างไรก็เถอะ เพราะมุมตกลงมากระทบนั้น ถ้าเปลี่ยนองศานิดเดียวหรือ ผมขยับตัวขยับหัวไปจากจุดสักเซนติเมตร ผมต้องเจ็บตัวอย่างรุนแรงแน่นอน

ไม่มีแว่นปิด อาจเข้าเบ้าตา ตาทะลักแน่ มุมตกที่ขอบแว่นด้านบนรับไว้เต็มๆ ก็พอดี๊พอดี ไม่ได้กระแทกดั้ง กระแทกขอบตาให้เจ็บ หรือถ้ามันกระดอนผิดองศาอีกนิดก็ลงกลางหัว กะโหลกกบาลจะแตกมั้ยนะ?

ตลกตรงที่ คนปอดแหกมือไม้สั่น ซ้อมต่อไม่ไหวคือ ญี่ปุ่นที่ตีลูกแคนนอนหลังคาคนนั้น มาโค้งขอโทษผม ก้มต่ำซะเอวแทบหัก รีบเก็บถุงกอล์ฟเผ่นเลย ขณะที่ผมก็ตีต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภายหลังเพื่อนๆที่ไปด้วย (โย่งเป็นคนหนึ่ง) ถามว่า ทำไมประสาทแข็งเป็นเส้นลวดอย่างนี้ ไม่กลัวหรือ ยังตีต่อได้อีกแน่ะ

คือผมไม่รู้ไงครับ ไม่เห็นว่าอะไรเกิดขึ้น มันแค่เสียงดัง แว่นหลุด แต่คนอื่นที่นั่งอยู่ เห็นอันตรายที่เฉียดฉิวว่า ผมรอดเจ็บตัวมาได้ยังไง กลัวแทน หรืออีกประการ ผมยังเดียงสากับกอล์ฟ ไม่เคยเจ็บตัวเพราะลูกกอล์ฟ ก็เลยเสมือน หมูไม่กลัวน้ำร้อน ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตากระมัง

739omyim 1

แต่ที่เจอกับตัว (แต่ไม่เห็นกับตา) ที่นี่เลย สนามไดรฟฯ พร้อมศิริ เหม่งจ๋าย ที่ผมไปประจำ เมื่อสิบกว่าปีก่อน

ที่นั่นนับว่าเป็นไดรฟวิงเรนจ์ยอดนิยมแห่งหนึ่ง เพราะอยู่กลางเมือง หนุ่มออฟฟิศสาวออฟฟิศจะมากันเยอะหลังเลิกงาน ทั้งมือใหม่มือเก่า มาหัดมาสอนกอล์ฟกัน

มีอยู่วันหนึ่ง ก็มีก๊วนหนึ่งเข้ามาที่ล็อคหลังผม (ผมยืนตีอยู่ก่อนแล้ว) นัยว่า สาวกำลังหัดตีกอล์ฟ รุ่นพี่ออฟฟิศผู้ชายที่คงตีกอล์ฟเป็น พามาสอน เพราะยังอยู่ในชุดทำงาน เชิร์ตขาว ปลดเนคไทลุ่ยลงมา กางเกงขายาว รองเท้าหนัง ไม่ได้เปลี่ยนชุดซ้อมกีฬา ขณะที่สาวๆเปลี่ยนชุดเต็มยศ

ผู้ชาย ผู้สอนก็กระดกเบียร์ไป สอนไปคะๆขา น้องจ๊ะน้องจ๋า ก็ตามเบสิกกอล์ฟแหละ

น้องคะ น้องขา จรดอย่างนี้นะคะ จรดให้เฟิร์ม เช็คร่างกาย แอ่นก้นนี๊ด แขนเหยียดตรง หน้าหลังลูก แบ็คสวิง หมุนตัว แกนสันหลังนิ่ง ดาวน์สวิงก็หมุนกลับ ถ่ายน้ำหนัก…น่าน..หยังงั้น..เก่งค่ะ ( ช่างสอนจริ๊ง..มึง โปรโตกเอ๊ย)

ตีได้อย่างนี้ ไม่เกินเดือน เดี๋ยวพี่พาออกรอบ ( ออกรอบอะไร รอบขอบเตียง ละไม่ว่า )

ผมก็แค่อมยิ้ม ฟังเสียงชายขี้หลีที่สงสัยกรึ่มเบียร์ได้ที่ ชักออกท่าออกมา เข้ามาจับ แขน จับเอว จัดท่าน้องในล็อคบ่อยขึ้น

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมจรดลูก และลากไม้ขึ้นแบ็คสวิงหัวไดรเวอร์ หมุนตัว แขนเหยียดลากไม้ไปข้างหลัง ด้วยฟิลลิ่งว่า ฟูลสวิง ก็เกิดเสียงดัง ป้อก! ทางด้านหลัง

หันไปดู อ้าว! ชายขี้หลี นั่งยองกุมกบาลอยู่ในล็อกหลังผม

เสียงดังป้อกน่ะ คือปลายหัวไม้ที่ผมวาดแบ็คสวิง ไปข้างหลัง ไปโดนหัวเขา

ผมวางไม้ เข้าไปขอโทษขอโพย คนเราทำใครเจ็บ ก็ต้องขอโทษก่อน ผิดถูกว่ากันทีหลัง

หมอนั้นเจ็บแล้วคงโมโห พูดเสียงดัง..ไอ้ห่า ตีกอล์ฟภาษาอะไรวะ ไม่ระวังเลย

ผมก็เลยชักโมโห ไม่ชอบให้ใครมาขึ้นเสียงห่งห่าใส่ เลยพูดเสียงเข้มกลับไปว่า..เฮ้ย ผมไม่มีตาหลังนี่หว่า ถึงจะเห็น คุณเองแหละ ที่ไม่ระวังตัว เดินเข้ามาในล็อคสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง เขาก็ห้ามอยู่แล้ว ดันมาว่าผมอีก..

ก็ตามที่ผมว่าแหละ กรึ่มเบียร์สอนสาว แล้วชักมันส์ คงไล่เด็กวางลูกออกไป แล้วตัวเองมานั่งแทน เพื่อช่วยจับหน้าไม้ที่สาวจรดให้สแควร์ ดูท่าจรดด้านหน้าอะไรประมาณนั้น แล้วคงยงโย่ยงหยกยังไงไม่รู้ เอาหัวมาอยู่ในรัศมีปลายหัวไม้ผมที่หมุนแบ็คสวิง (นึกออกไหมครับ ยังไงรัศมีมันก็ง้ำไปช่องข้างหลัง แต่ไม่ควรโดนใคร แม้แต่เด็กวางลูก มันก็นั่งหัวพ้นรัศมี)

พอเห็นผมโต้เสียดังกลับ คนอื่นหันมอง สาวที่มาด้วยก็ตื่นตระหนก คงรู้ว่าตัวเองผิด กระนั้นก็ยังคลำหัวป้อยๆตอบโต้เสียงอ่อยลง

…วงคุณนั่นแหละผิด แบ็คสวิงหมุนตัวจนตัวโย้ แล้วยังโอเวอร์ หัวไม้ไม่ขนานพื้น แต่ห้อยลงมาข้างหลังอีก มันถึงย้วยมาโดนหัวผมได้ วงอย่างนี้ ชาตินี้ก็ตีกอล์ฟไม่ได้ดีหรอก..

ผมขำ หายหงุดหงิดเลยครับ หมอนี่ช่างเป็นผู้สอนกอล์ฟยอดเยี่ยมได้ใจจริงๆ ผมทำเขาเจ็บกบาลแท้ๆ ยังอนาไลซ์วงผมได้เป็นฉากๆ

นึกทีไร จำหน้าไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังอมยิ้มได้เสมอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

739omyim 2

ยอดชาย ขันธะชวนะ