Patrick J. Bedingfield

Patrick J. Bedingfield
PGA of America
Certified Professional (Teaching and Coaching),
Director of Instruction, Bethesda Country Club, Bethesda Maryland, USA
“ข้อมูลที่ดี อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับทุกคนเสมอไป”

ผมเริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เพราะทั้งครอบครัวเราเล่นกันหมด ผมมีพี่น้องฝาแฝดอีกคนเป็นผู้หญิง เธอเล่นกอล์ฟเก่งมากที่สุดในบ้าน เคยติดอันดับอยู่ในจูเนียร์กอล์ฟที่อเมริกาด้วย พี่ชายผมก็เล่นได้ดีเช่นกัน ตอนเรียนไฮสกูลเขาถือแต้มต่อแค่ 3 เท่านั้น ส่วนคุณพ่อผมท่านรักและหลงใหลในกอล์ฟมากๆ ท่านเล่นเกือบทุกวัน ทำให้เมื่อเทียบกันแล้วฝีมือผมแย่ที่สุดในบ้านไปเลย แต่ผมก็อยากเล่นกอล์ฟเองโดยไม่มีใครมาบังคับ เพราะเล่นแล้วมีความสุข สนุกทุกครั้ง แถวบ้านผมนั้น เด็กคนอื่นๆ ไม่มีใครเล่นกอล์ฟกันเลย กีฬากอล์ฟของผมเมื่อช่วงวัยเด็ก จึงเป็นแค่เรื่องเสริม ที่เติมเต็มเข้ามาจากการเล่นกีฬา ทำกิจกรรมอื่นๆ เพราะผมเล่นกีฬาหลายชนิด ทั้ง บาสเกตบอล, ลาครอส ฯลฯ เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ก็ไม่เคยคุยกันเกี่ยวกับกอล์ฟเลย กอล์ฟจึงเป็นแค่เรื่องสนุกสนานเฉยๆ ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าไปแข่งตามทัวร์นาเม้นต์

เด็กที่โตขึ้นมาในปลายยุคปี 1980 จนถึงช่วงต้น 1990 มองกอล์ฟว่าเป็นกีฬาที่ไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ ขณะนั้นยังไม่เป็นที่นิยม ผมก็มุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะทางด้านบาสเกตบอลกับเพื่อนๆ แต่ก็มีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะเกมกอล์ฟกับคุณพ่อด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เป็นความประทับใจในวัยเด็ก

เรื่องน่าขำอย่างหนึ่งก็คือ สมัยเด็กๆ เมื่อผมเล่นกอล์ฟ เพื่อนๆ จะมองว่าเป็นเรื่องตลกที่ผมเล่นกีฬาคนแก่ ดูแล้วไม่น่าสนุก เสียเวลาเปล่า แต่ในปัจจุบัน เพื่อนๆ เหล่านี้ต่างกลับมาหาผม เพื่อให้ช่วยสอนกอล์ฟให้ เด็กๆ สมัยนี้อยากจะเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับเมื่อก่อน

ช่วงเป็นเด็กผมตีได้ไกลมาก แต่ก็ไม่ค่อยตรงนัก เพราะวงสวิงผมตีด้วยการใส่พลังไปเต็มๆ ส่วนลูกสั้นนี่เป็นจุดอ่อนของผมเลย ยิ่งเป็นลูกพัตต์ยิ่งแย่ไปใหญ่ เมื่อมาเป็นนักกอล์ฟอาชีพ จึง ทุ่มเทเวลาให้กับการพัฒนาเกมในเรื่องของลูกสั้นและการพัตต์ ซึ่งช่วยให้เอาตัวรอดได้เป็นอย่างดีถึงแม้บางครั้งอาจจะเจอกับบางช็อตระหว่างเดินทางที่ตีได้ไม่ค่อยดี แต่ลูกสั้นก็ช่วยรักษาสกอร์ไว้ไม่ให้ออกมาแย่นัก

เมื่ออายุ 12 ผมเริ่มทำงานเกี่ยวกับกอล์ฟเป็นครั้งแรก ด้วยการเป็นผู้ดูแลห้องเก็บถุงกอล์ฟที่สนามแถวบ้าน พอทำไปก็รู้สึกว่ารักและชอบ สนุกกับการได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกอล์ฟ รอบล้อมไปด้วยสมาชิกของสนาม นั่นทำให้ผมอยากจะเป็นนักกอล์ฟอาชีพให้ได้ โดยมุ่งในเรื่องของการสอนมากกว่าการแข่งขัน จนเมื่ออายุครบ 18 ปี ผมตัดสินใจเทิร์นโปรแล้วก็เดินหน้าเต็มที่ ฉลองวันเกิดด้วยการเริ่มต้นอาชีพเป็นคลับโปรสอนกอล์ฟในสนาม พร้อมทั้งทำหน้าที่ดูแลในเรื่องอื่นๆ ไปด้วย แต่ก็ไม่ได้เข้าไปเล่นในทัวร์ ทั้งๆ ที่ก็เล่นได้ดี เพราะรู้สึกว่าอยากสอนมากกว่าแข่ง

พอถึงปี 2004 ผมเปลี่ยนมาทำหน้าที่ทางด้านการสอนและโค้ชอย่างเต็มตัว ได้เดินทางตระเวนไปเรียนจากครูกอล์ฟที่มีชื่อเสียงทั่วอเมริกา ซึ่งผมมีความสัมพันธ์อันดีกับครูกอล์ฟที่มีชื่อเสียงมากมาย บทเรียนต่างๆ ที่ได้รับมานั้น ช่วยให้มีประสบการณ์ สามารถนำมาใช้กับการเป็นครูสอนกอล์ฟของผมจวบจนปัจจุบัน ตามที่เราทราบกันดีว่าความสำเร็จของ ไทเกอร์ วูดส์ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้กีฬากอล์ฟเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เมื่อมีผู้อยากเล่นกอล์ฟตามอย่างเขา ก็ทำให้อาชีพครูสอนกอล์ฟในยุคเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนนั้นเป็นที่ต้องการมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เราจะไม่ค่อยได้เห็นครูสอนกอล์ฟที่ทำงานเต็มเวลาแบบนี้มาก่อน

ผมบรรลุภารกิจตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ปัจจุบันผมเป็น Director of Instruction at Bethesda Country Club, Bethesda, MD, USA. และได้สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อให้เหมาะสมกับการเรียนกอล์ฟที่นั่น เพราะ แต่ละวันต้องสอนถึง 10-12 ชั่วโมง, 6-7 วัน ต่อสัปดาห์ แม้ในหน้าหนาวที่อยู่กลางแจ้งไม่ได้ ก็ยังสอนในสตูดิโอ หรือก็เดินทางไปสอนยังภูมิภาคที่อบอุ่นกว่า ผมใส่ใจในรายละเอียดของนักเรียนทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นโปรที่เล่นอยู่ในทัวร์ นักกีฬามหาวิทยาลัย นักกอล์ฟระดับแต้มต่อตัวเดียว หรือจะเป็นนักกอล์ฟที่เพิ่งเริ่มหัด ทุกคนมีความสำคัญกับผมทั้งนั้น…

ผมสอนกอล์ฟจากความรู้สึกในเรื่องของการอิมแพ็ค งานของผมคือการสอน และให้ความรู้กับผู้เล่นในแง่ของการสวิงเต็มวง ให้ความรู้เรื่องกฎการเดินทางของลูกกอล์ฟ นั่นจะทำให้เขาเข้าใจในเรื่องฟิสิกส์ของการอิมแพ็ค ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างวิถีของลูก และสร้างจุดเริ่มของทิศทาง ผมจึงต้องการให้นักเรียนแต่ละคนเข้าใจถึงตำแหน่งและจังหวะของการเกิดอิมแพ็ค เพื่อจะทำได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อสอนนักกอล์ฟที่เพิ่งจะเริ่มต้น ผมต้องการให้เขาเรียนรู้วิธีที่จะตีลูกให้ไปได้ไกลที่สุด เรียนรู้ที่จะสร้างความเร็วให้เหมาะสม โดยใช้ร่างกายผสมผสานกับการหมุน การเคลื่อนไหวในแนวดิ่ง การขยับตัว สอนให้ตีไกลได้ก่อน เพื่อเข้าใจในเรื่องของจังหวะอิมแพ็ค แล้วหลังจากนั้นก็มาสนใจในเรื่องการควบคุมให้ได้ตามต้องการ

พื้นฐานสำคัญของผู้สอนต้องรู้ว่า ปัญหาว่าคืออะไร ทำความเข้าใจกับปัญหา และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหานั้นให้หมดไป ผมเชื่อว่ามีอยู่ 3 อย่างเกี่ยวกับข้อมูลในเรื่องกอล์ฟ แยกได้ดังนี้ 1. ข้อมูลที่แย่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องแย่สำหรับนักกอล์ฟทุกคน, 2. ข้อมูลที่ดี แต่อาจจะแย่สำหรับคุณ และ 3. ข้อมูลที่ดี และก็ดีด้วยสำหรับคุณ…

บางเรื่อง ข้อมูลที่ดี อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับทุกคนเสมอไป อาจจะดีแค่สำหรับคนอื่นที่ได้ผลกับเขา ดังนั้น ผมจึงต้องพยายามค้นหาว่า ข้อมูลไหนถึงจะดีและเหมาะสำหรับแต่ละคนด้วย ผมจึงไม่พยายามสอนนักเรียนแต่ละคนด้วยวงสวิงเดียวกัน เพราะแต่ละคนย่อมมีวงสวิงเป็นของตัวเอง, ปัญหา ข้อจำกัด หรืออุปสรรคของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ส่วนผมมีหน้าที่คอยให้ข้อมูลที่เหมาะสมกับเขา พยายามให้ข้อมูลต่างๆ กับผู้เล่นว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ทำไมถึงต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วจะดีอย่างไร และจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้ผลลัพธ์นั้นออกมา…

เมื่อสอนกอล์ฟ ผมจะใช้เทคโนโลยีล่าสุดมาช่วยเพื่อวัดผลในสิ่งที่นักเรียนได้ปฏิบัติไป ซึ่งบางสิ่งบางอย่างก็เป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ สำหรับการฝึกฝนด้วย ผมใช้ Trackman 4 Golf Launch Monitor เพื่อตรวจสอบวิถี ระยะ และผลต่างๆ ของลูกบอลที่ดีออกไป, Science and Motion Putt Lab ช่วยตรวจสอบการพัตต์, Swing Catalyst Force Plate เพื่อวิเคราะห์การยืนแอดเดรส การถ่ายน้ำหนัก รวมไปถึง Golf Bio Swing Dynamics 6DF Freedom System… ด้วยเครื่องมือไฮเทคฯ ทั้งหลายเหล่านี้ทำให้ผมสามารถวัดค่า วัดผลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงสวิงกอล์ฟได้ตามต้องการอย่างแม่นยำ ซึ่งใช้ดูในเรื่อง การอิมแพ็คของหน้าไม้แต่ละชนิดกับลูกกอล์ฟ ตรวจสอบวิเคราะห์วงสวิงในรูปแบบที่ควรจะเป็น เพื่อได้มาซึ่งผลลัพธ์ ทั้งระยะ ทิศทาง มุมที่ตีออกไป ลักษณะวิถีการเดินทางของลูกกอล์ฟ และยังรวมไปถึงการฝึกอ่านไลน์บนกรีนที่ใช้ข้อมูลจากค่าต่างๆ ของเครื่องมือมาช่วยวัดเพื่อความถูกต้องได้มากยิ่งขึ้น อย่างเช่นเรื่อง Aimpoint ซึ่งได้ค่าตัวเลขต่างๆ มาจากการคำนวณทดลองทางวิทยาศาสตร์ มารวมกับการรับรู้ความรู้สึกที่ได้จากการฝึกฝน โดยเฉพาะการรับรู้ค่าความเอียงของกรีนจากฝ่าเท้า ซึ่งสามารถนำมาปรับปรุงการพัตต์ให้มีประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด และกำลังเป็นที่นิยมกันมากในหมู่โปรฯ ที่เล่นอยู่ในทัวร์ฯ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังต้องให้ความสำคัญในเรื่อง ความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนมากเป็นพิเศษ…

กล่าวได้ว่าการสอนและการโค้ชของผม ให้ผลที่เหนือกว่าในเรื่องของลูกสั้น ช่วงตั้งแต่ระยะ 70 หลาลงมา จนถึงการพัตต์บนกรีน ซึ่งการสอน การฝึก วงสวิงในรูปแบบนี้ให้ผลที่ดีมาก เนื่องจากการเล่นภายในระยะ 70 หลา นั้นเป็นเปอร์เซ็นสูงสุดของจำนวนช็อตทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเกมกอล์ฟ ดังนั้น ผมจึงต้องให้ความสำคัญกับส่วนนี้มากกว่าเรื่องอื่นๆ…

ผมมีนักเรียนที่ประสบความสำเร็จได้เล่นอยู่ใน ดิวิชั่น 1 ของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ผมยังทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับทีมกอล์ฟหญิงของ มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ การได้ทำงานกับนักกอล์ฟเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทายให้กับผม ซึ่งหนึ่งในดาวเด่นของทีมที่มีผลงานโดดเด่นก็คือ พนิตา อยู่สบาย นักกอล์ฟเยาวชนจากประเทศไทย ซึ่งผมได้ฝึกสอนเธอมาแล้วเกือบสามปี เป้าหมายของเราคือการได้เข้าไปเล่นอยู่ใน LPGA

ในปี 2016 ผมได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ แมทธิว ซิกริว ซึ่งเรียนกอล์ฟกับผมมายาวนาน ได้ผ่านควอลิฟาย USGA ครั้งที่ 10-11 เขายังควอลิฟาย USGA Mid-AM, USGA Senior AM และได้เล่นจนถึงรอบสุดท้ายใน USGA ตอนนี้ได้รับสิทธิ์เข้าไปเล่นใน USGA 4 รายการ ในปี 2017 รวมถึง US Senior Open ซึ่งผมเป็นแค้ดดี้ให้ทุกรายการ หวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของเราอีกด้วย และในปีที่ผ่านๆ มาได้ทำงานกับผู้เล่นใน LPGA ซึ่งนักกอล์ฟสาวจากเอเชีย เข้าไปเล่นใน LPGA แล้วทำผลงานได้ดีมาก จนสามารถยึดครองทัวร์นี้ไว้ได้ ผมยังรู้สึกว่าส่วนใหญ่ผู้เล่นเหล่านี้มีวงสวิงที่สมบูรณ์แบบมาก แต่กลับไม่ค่อยมีช็อตสร้างสรรค์ในเวลาที่เจอกับไลน์ยากๆ แล้วก็ไม่ได้มีการปรับตัว ยังเล่นไปในรูปแบบของมิติเดิมๆ โดยเฉพาะในเรื่องของลูกสั้น ซึ่งหากเติมส่วนนี้เข้าไปได้ นักกอล์ฟสตรีของฝั่งเอเชียก็น่าจะยิ่งมีผลงานดีไปกว่านี้อีก ดังนั้นผมจึงพยายามปรับปรุงในเรื่องการเล่นลูกสั้นของนักกอล์ฟกลุ่มนี้ ให้มีการสร้างสรรค์ช็อตต่างๆ ให้มากขึ้น ทำให้เข้าใจถึงวิถีของลูกกอล์ฟ และสอนเทคนิคต่างๆ เพื่อให้เล่นช็อตยากๆ ได้ มากว่าจะใช้แต่สวิงเต็มวง

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้สำหรับนักกอล์ฟโดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนที่ต้องการเอาจริงเอาจังกับกีฬานี้ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในขึ้นสูงๆ ต่อไป อย่ามัวแต่เล่นกีฬาแค่กอล์ฟเพียงอย่างเดียว ต้องรู้จักเล่นกีฬาชนิดอื่นๆ บ้าง เพราะการเล่นกีฬาในแต่ละชนิดนั้น จะช่วยทำให้ร่างกายได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวที่แตกต่างออกไป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลดีให้กับการเล่นกอล์ฟ เช่นเทนนิส จะช่วยให้ฝึกการ บาสเกตบอล หรือกีฬาอะไรก็ตามที่ได้ฝึกการเคลื่อนไหว ใช้ความคล่องตัว แม้กระทั่งฟุตบอลก็ควรจะเล่นบ้าง และยังเป็นการผ่อนคลายจากสิ่งที่ต้องทำอยู่เป็นประจำซ้ำๆ ซึ่งอาจจะเกิดความเบื่อหน่ายได้ เพียงแต่ต้องรู้จักว่า ควรจะเล่นให้หนักเบาแค่ไหน รักษาตัวเองไม่ให้บาดเจ็บรุนแรง…

แม้ผมจะสอนนักเรียนมากแค่ไหน บางวันแทบจะไม่ได้หยุดพักเลย แต่ก็ไม่เคยเบื่อ เพราะผมทำให้แต่ละชั่วโมงที่เริ่มสอน เป็นเหมือนการเริ่มต้นครั้งแรกของวัน แล้วการสอนแต่ละครั้งของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ยิ่งเมื่อได้เดินทางไปทำหน้าที่ที่แตกต่างกันไป ตามสถานที่ต่างๆ ด้วยแล้ว บทบาทที่ได้รับก็ไม่ได้ซ้ำซากจำเจ เช่นบางครั้งอาจจะไปสอน ไปแก้ไขวงสวิง หรือบางครั้งไปเป็นแค้ดดี้ให้กับนักเรียนของผมที่เข้าแข่งขันตามทัวร์นาเม้นต์สำคัญๆ ทำให้มีเรื่องต้องคิดตลอดเวลา ต้องจัดการเรื่องใหม่ๆ อยู่ทุกวัน ผมจึงไม่เคยรู้สึกว่าเบื่อกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เลย…

เมื่อผมมีโอกาสได้มายังประเทศไทย ถึงแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แค่เพียง 10 วัน แต่นั่นก็ทำให้ผมตื่นเต้นมาก เพราะที่นี่ไม่เหมือนกับที่อื่นๆ ที่ผมเคยไปมาเลย ทุกคนใจดีมาก ยินดีให้ความช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการจราจรนั้นก็ดูจะคล้ายๆ กับบ้านผม แต่รู้สึกว่าจะหนาแน่นมากกว่าพอสมควร ผมได้ไปสนามกอล์ฟของประเทศไทยมาบ้าง ได้เห็นความสวยงามและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แล้ว รู้สึกประทับใจมาก โดยเฉพาะแค้ดดี้ที่มีเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องแปลกสำหรับผม และคิดว่ากีฬากอล์ฟในประเทศไทยได้รับความนิยมกว่าที่คาดคิดไว้มาก แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ก็คือ สนามกอล์ฟควรจะให้พื้นที่มากขึ้นสำหรับการฝึกซ้อมทั้งการไดร์ฟ ลูกสั้น พัตต์…

ชีวิตผมอยู่กับกอล์ฟตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เป็นอย่างนี้ทุกวัน ยังไม่มีสิ่งอื่นใดที่ผมให้ความสนใจมากกว่า แต่ถ้าช่วงไหนที่ไม่ใช่ฤดูกาลของกอล์ฟผมก็จะว่ายน้ำวันละ 4 ไมล์ เป็นการฟิตร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม หรือไม่ก็เดินทางไปยังที่ที่อบอุ่นกว่าในช่วงนั้น ทำให้ผมสามารถอยู่กับกอล์ฟได้ ผมเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงการสอน ซึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก จึงพยายามที่ดึงตัวเองให้ช้าลง แต่ก็จะไม่ทำแบบทันทีทันใดในครั้งเดียว และมันใจว่าผมได้เข้าใจสาเหตุและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว แต่ถ้าให้สมมติว่าเมื่อไหร่ที่ไม่มีกีฬากอล์ฟให้ผมอีกต่อไป ผมจะไปทำอะไร คำตอบที่คิดไว้เล่นๆ ก็คือ ผมอาจจะไปเป็นเซียนโปกเกอร์ก็ได้ครับ