เสือไปกระต่ายมา
เสือไปกระต่ายมา
ในห้วงช่วงปีที่ผ่านมา “ปีเสือ” ที่ดูว่าเป็นเสือเชื่องๆ ในต้นปี ส่วนกลางปีก็ดูว่าจะไม่มีอะไรมากมายนักแต่พอย่างเข้าเดือนสุดท้ายของปีมันกลับมีเรื่องราวที่ทำให้คนไทยเราเกิดความตระหนกใจว่าเรื่องเช่นนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าคนไทยเราหากไม่เป็นคนที่มีความคิดผิดกติมากมายอะไรนักหนึ่งในสถาบันหลักที่อยู่คู่กับประเทศมานานนับแต่เราสร้างบ้านสร้างเมืองกันก็ต้อง “สถาบันพระมหากษัตริย์” ซึ่งดูว่าบางทีอาจเป็นสถาบันหลักที่เป็นแกนของชาติก็ว่าได้ กับข่าวการทรงประชวรของ “พระองค์ภา” ที่คนไทยเราเคารพรักและรู้จักพระองค์ท่านนับแต่ที่พระองค์ทรงประสูติมาเมื่อ 40 กว่าปีก่อน เรื่องแบบนี้ถ้าใจไม่แข็งพอคงต้องมีน้ำตากันอย่างแน่นอน
จากครูสอนกีฬาตัวเล็กๆ ที่ได้เคยถวายการสอนพระองค์ท่านมาก็ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องราวเช่นนี้จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน… หากขออะไรได้จากสวรรค์ก็อยากให้พระองค์ทรงหายจากการประชวรโดยเร็ววัน… ส่วนอีกเรื่องก็เป็นข่าวของ “ราชนาวีไทย” ที่เกิดกับอับปางของเรืองหลวง “สุโขทัย” ซึ่งส่งผลให้เสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมากจากข่าวนี้มันส่งผลกับความเชื่อมั่นต่อกองทัพโดยเฉพาะทัพเรือ เพราะเรือหลวง “สุโขทัย” นับเป็นเรือที่มีสรรพกำลังอันเป็นกำลังหลักของกองทัพ เพราะนอกจากจะเสียเรือไปแล้วเรายังส่งอาวุธหลักจมลงไปกับเรืออีกต่างหาก แล้วอาวุธหลักๆ ที่จมลงไปกับเรือมันมีอาวุธที่ใช้ปราบเรือดำน้ำอันเป็นเขี้ยวเล็บหลักที่พอเชื่อได้ว่า “เรามีดีพอที่เรือดำน้ำของประเทศเพื่อนบ้านต้องเกรงใจ” แล้วตอนนี้เราจะทำอย่างไรกันดี…
เห็นว่าเรือหลวง “สุโขทัย” นี้ขึ้นระวางประจำการมาเป็นเวลายาวนานกว่า 30 ปี ดังนั้นถึงแม้เราจะมีการบำรุงรักษาและดูแลกันอย่างดีมันก็ไม่สามารถจะยื้อให้วัสดุที่ใช้สร้างเรืออยู่ในความพร้อมและแข็งแรงดังเดิม ดังนั้นหากมีอันต้องพบกับคลื่นลมขนาดใหญ่อย่างที่มีรายงานข่าวกันมา มันคงยากที่จะเอาอยู่ เรือที่เป็นเหล็กกับน้ำเค็มจะดูแลให้ดีเพียงใดด้วยอายุการใช้งานเราคงต้องปล่อยให้เรือลำนี้สงบอยู่ใต้ท้องทะเลแล้วแหละ หากจะกู้ได้ก็คงเป็นเพียงอาวุธที่สามารถถอดถอนออกมาได้เท่านั้น ส่วนตัวเรือคงปล่อยให้นอนสงบอยู่ใต้ท้องทะเลเท่านั้นเองครับ
ลองส่องดูเรื่องราวดีๆ กันบ้างนะครับ ก็คงต้องเล็งไปยังการโงหัวขึ้นของเศรษฐกิจชาติที่ดูว่ากำลังไปได้สวย เรามีนักท่องเที่ยวเกินเป้าที่กำหนดได้แต่แรกถึงแม้ตลาดท่องเที่ยวหลักยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะประเทศที่เคยเข้ามาท่องเที่ยวอย่าง “จีน” อันเป็นนักท่องเที่ยวหลักตอนนี้ก็ยังเผชิญกับทุกข์เข็ญอยู่เลย ตอนนี้ไทยเรานอกจากดูตลาดอื่นแล้วยังต้องช่วยตัวเองให้รอดหลังจากเราเป็น “ศูนย์” มานานเรื่องของการท่องเที่ยว แต่จะอะไรก็ช่างชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปเราคงต้องดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบระแวดระวัง รวมถึงการสร้างงานใหม่ๆ ขึ้นด้วยนะครับ เชื่อว่าหากเราไม่ยอมจำนนต่อความยากลำบากสุดท้ายปลายทางเราจะอยู่อย่างสบาย…มาเลยครับปีกระต่ายมาช่วยกันขูดมะพร้าวทำขนมทำแกงกันเลยจ้า….
ครูไก่

