พ่อ..ไม่กลับบ้าน
พ่อ..ไม่กลับบ้าน
ผมคิดอยู่นานว่าจะเขียนอะไรดี ในยามที่ ประชาชนชาวไทย ต่างทุกข์โศก แผ่นดินสิ้นพ่อ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ผมกลับคิดถึง บ้านของพ่อ
บางที ในส่วนลึกของพระทัยในหลวง ทรงต้องการ “บ้าน” มากกว่า “วัง”
ทรงมีพระบรมมหาราชวัง ที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ก็ไม่ประทับ
พระองค์กลับทรงสร้าง “บ้าน” พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน (คำว่า รโหฐาน ไม่ได้หมายถึง ใหญ่โตรโหฐาน แต่ตรงกับคำฝรั่งว่า private privacy สถานที่ส่วนตัว) พระตำหนักคือบ้าน แล้วรอบบ้าน พระองค์ก็ใช้พื้นที่ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต สร้างตำบลชุมชนสาธิตส่วนพระองค์ ทำฟาร์ม ทำนา มีบ่อปลา ทำโรงงานเล็กๆ ศูนย์วิจัย สาธิตแขนงความรู้ ที่ทำงานของข้าราชบริพาร กระทั่งโรงเรียน
ยามที่ทรงมีเวลาพักผ่อนพระวรกาย… ทรงเสด็จยัง วังไกลกังวล พระตำหนักเปี่ยมสุข บ้านที่หัวหิน นี่แหละ
วังไกลกังวล ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชทานให้กับ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ พระราชทานชื่อวัง ไกลกังวล ก็ด้วยเพื่อ ไกลกังวล จริงๆ เป็นสถานที่ที่พระองค์จะมีความสุขส่วนพระองค์จริงๆ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาประทับที่วังไกลกังวลเป็นครั้งแรก หลังพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ อันพอจะเป็นภาษาชาวบ้านว่า ทรงมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ เป็นเวลา 3 ราตรี แล้วเสด็จฯ กลับพระนคร เพื่อทรงประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อปวงชนชาวสยาม
เมื่อครั้งกระโน้น ใครเล่าจะคิดว่า วังไกลกังวล จะเป็น “บ้าน” ของพระองค์ในช่วงปลายๆ รัชกาล
เรียกว่า บ้าน คงไม่ผิดนัก เพราะพระตำหนักเปี่ยมสุข (ที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี) เป็นเพียงวิลล่าทรงสเปนตึกสองชั้น หน้าต่างกว้างหันออกทะเล ทุกอย่างเล็กๆ สมถะ เหมือนใช้อยู่กันสองคน ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เป็นความสุขมากกว่าสิ่งใด
วังไกลกังวล เป็นที่ประทับที่พระองค์ทรงโปรด ดังจะเห็นในภาพยนตร์ส่วนพระองค์เมื่อครั้งกระโน้น ที่ทรงเรือใบ ทรงเล่นดนตรี งานรื่นเริงริมชายหาด อันเป็นช่วงเวลาที่ทรงพระเกษมสำราญจริงๆ
หัวหิน จึงเป็นเมืองที่มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ไม่ว่าครั้งกระโน้น ที่เด็กๆ ชาวบ้านเล่นน้ำทะเลแถบชายหาดหัวหิน ตื่นเต้นอย่างสุดๆ เมื่อได้เห็นในหลวงทรงเรือใบ มาใกล้ๆ เพียงนิดเดียว สามล้อคนหนึ่ง รับชายคนหนึ่งมาจากตลาดหัวหิน ให้มาส่งหน้าวัง ถึงวัง สามล้อช้อกทรุดลงกับพื้น เพราะทหารวัง วันธยาหัตถ์พรึ่บ ในหลวงทรงเสด็จกลับวัง หรือคนไปซื้อของในร้านโกลเดน เพลซ หน้าวังตอนดึกๆ ต้องทรุดตัวลงกราบกับพื้นร้าน เพราะคนที่เดินเลือกซื้อของใกล้ๆ คือพระองค์ท่าน
หรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจออกปฏิบัติงาน ว.ไป ว.มา (สื่อสารกันทางวิทยุ) ก็มีใครมา ว. ด้วย แล้วแทบกราบเครื่องมือสื่อสารตรงนั้น เพราะเป็นสุรเสียงพระองค์ท่าน
กระทั่งเรื่องอ่านแล้วก็อมยิ้ม สุนัขเซนต์เบอร์นาร์ดบ้านติดวัง มุดรั้วหนีไปเที่ยวในวัง เริงร่าสบายใจเฉิบ หายไปสามคืน ทหารวังนำมาคืน ว่ามันยุ่มย่าม ไปนอนผึ่งแอร์ถึงในห้องเครื่อง (ครัว) พระราชฐานด้านใน เจ้าของก็ตาเหลือกตกใจยกใหญ่ ห่างไปสามวัน ทหารวังมาอีก ทีนี้บอกว่า ในหลวงทรงถาม หมาตัวใหญ่ไปไหน…จึงนำไปถวายตัว ด้วยรู้สึกว่าทรงเอ็นดู
หมาฝรั่งจ๋าชื่อเจมส์ จึงกลายเป็น หลวงแจ่ม ไปเลย เป็นสมาชิกสุนัขทรงเลี้ยงที่วังไกลกังวล เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสุขให้กับพระองค์ ด้วยยามที่พระองค์อยู่กลางกลุ่มบริวารเหล่านั้น ทรงยิ้ม ทรงพระสรวล ผ่อนคลายพระหฤทัย
เมื่อครั้งประทับที่วังไกลกังวล เป็น “บ้าน” ในช่วงที่พระองค์มีพระชนมายุแล้ว ในหลวงก็ยังทรงงานตามพระทัย โดยไม่ตามใจคณะแพทย์ผู้รักษาที่ต้องการให้พระองค์ พักผ่อนพระวรกายเพียงอย่างเดียว
ออกรถ…ไปไกลไม่ได้ ก็ใกล้ๆ เถอะ เสด็จฯ โครงการพระราชดำริ รอบๆ หัวหิน ทรงประทานโครงการ ชั่งหัวมัน ชื่อก็แสนคลาสสิก ตีความได้ทั้งหมายถึง รูปธรรม คือ เอาหัวมันที่ปลูกได้ไปชั่ง ไปขายเป็นเงิน หรือนามธรรม..Don’t care just do it!
ทรงพึงพระทัย อาจตรัสน้อยลง แต่แววพระเนตร บ่งบอกได้ว่า…นี่แหละ คือความสุขของฉัน อย่าห้ามให้ยากเลย ที่จะให้ฉันอยู่เฉยๆ
ทะเลหน้าวัง จะมีเรือรบลำมหึมา 4 ลำ ทอดสมอนิ่ง ชั่วนาตาปี ยามกลางคืนจะงดงามแพรวพราวด้วยไฟระยิบ คนหัวหิน หรือคนไปเที่ยวหัวหิน จะดูเรือรบ อยู่ครบคือ พ่ออยู่บ้าน แสนสุขใจ
คนหัวหิน รู้สึกว่า ตัวเองมีสิทธิพิเศษ ที่ได้อยู่ใกล้พ่อยิ่งกว่าคนบ้านไหน ทุกคืนได้ไหว้พ่อ ใกล้นิดเดียว คนบ้านอื่นเรียกว่า รับเสด็จฯ กับส่งเสด็จฯ
แต่คนหัวหินที่มาออกเรียงรายยาวเหยียดไปตามถนนหน้าวัง จะเรียกว่า มาส่งพ่อ กับ มารับพ่อกลับบ้าน
ด้วย บ้านของพ่ออยู่ที่นี่…วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน
ในวันที่ 10 พ.ค. 2558 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จกลับไปประทับที่วังไกลกังวล ตามพระราชประสงค์ คณะแพทย์ก็ถวายความยินยอมตามนั้นเพราะ…ทรงอยากกลับบ้าน
ชาวหัวหินร้องไห้ดีใจ ปลื้มปีติ พูดได้คำเดียวว่า…พ่อกลับบ้านแล้ว
ยี่สิบเอ็ดวันต่อมา ในวันที่ 31 พ.ค. 2558 คณะแพทย์ทูลอัญเชิญเสด็จฯ กลับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อตรวจพระวรกาย
ชาวหัวหินยังคงเรียงรายตามริมถนนหน้าวัง กราบ ส่งพ่อ น้ำตาไหลด้วยความหวัง รอพ่อกลับบ้าน เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
แต่นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ได้ส่งพ่อ
หัวหิน วันนี้แสนเหงา ทะเลหน้าวัง ก็ไม่มีเรือรบ ปกปักษ์องค์ราชา ที่เห็นชินตาชั่วนาตาปีแล้ว
มีประโยควลี ที่คนหัวหินคนหนึ่ง (คงขี่รถมอเตอร์ไซค์ ผ่านหน้าวังไกลกังวลเช้าเย็น) ได้โพสต์เอาไว้…
ขี่รถผ่านบ้านพ่อ
เราคงได้แต่มองเข้าไปในบ้านหลังใหญ่
จากคำถาม ที่เคยถามตัวเองว่า…
พ่อจะกลับมาอีกเมื่อไหร่
จากนี้ไป คำตอบที่ได้คือ…
พ่อจะไม่กลับมาที่บ้านหลังใหญ่
วังไกลกังวลอีกแล้ว
มีพระบรมฉายาลักษณ์ พระองค์ทรงพัตต์กอล์ฟด้วยท่าทีเกษมสำราญ ก็คงจะที่วังไกลกังวล
ที่หัวหิน มีสนามกอล์ฟมากมาย สนามกอล์ฟหลวง รถไฟ อันเป็นประวัติศาสตร์ สนามกอล์ฟแห่งแรกของประเทศ ก็อยู่ที่นั่น
หัวหินจึงเป็น บ้านของกอล์ฟ
แต่หัวหินวันนี้ ..ไมมีพ่อกลับบ้านแล้ว
ยอดชาย ขันธะชวนะ

