เรื่องจริงที่ต้องเผชิญ
เรื่องจริงที่ต้องเผชิญ
สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้นั้น การที่จะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตาย เกิด เห็นจะยากเต็มที หรือจะทำให้ชีวิตมีลมหายใจอยู่สัก 100 ปี ก็ลำบากเอาการอยู่เหมือนกัน ในช่วงชีวิตของครูไก่นี้เคยได้พบและเห็นเรื่องที่เกิดจากการสูญเสียมามากมายหลายครั้งหลายครา ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เรารัก หรือชังก็มี ในกรณีของคนที่เราชังก็คงจะไม่มีอะไรกระทบกับความรู้สึกนัก แต่กับคนที่เรารักความรู้สึกเศร้าเสียใจคงมีเป็นธรรมดา น้ำตาอาจจะมีออกมาบ้างตามอารมณ์ก็เกิดขึ้น…
แต่กับเรื่องที่คนไทยได้พบเจอกันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ผมเองกลับไม่สามารถร้องไห้ออกมาได้ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นมันหนักหนาอย่างไม่เคยเกิดมาก่อน น้ำตามันถูกสกัดกั้นด้วยอะไรสักอย่าง ครูไก่ไม่มีน้ำตาสักนิด แต่ทุกข์ที่มีมานั้นมันมากมาย พอกพูนถึงเวลานี้ยังไม่ทราบว่าจะลดลงมาได้อย่างไร คนไทยสูญเสียพระองค์ไปแล้วจริงๆ จากคืนที่ 13 ตุลาคม ต่อเช้าที่ 14 นั้น ผมไม่อยากตื่นขึ้นมาเพียงเพราะเช้านี้ผมจะไม่มีพระองค์ท่านอีกแล้ว…
พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ประชาชนทุกคนควรจะเอาเป็นแนวทางชีวิต หากประชาชนคนใดได้น้อมนำเอา “พระราชดำริ” ของพระองค์มาใช้แล้วเชื่อว่าบุคคลนั้นชีวิตจะเจริญรุ่งเรือง เกิดความสุขกายสบายใจกันทุกผู้ทุกนาม…เรื่องความจงรักและภักดีที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่านนั้นยากที่คนในซีกโลกอื่นเขาจะรับรู้และรับฟังถึงความเศร้าโศกอาลัยที่เรามี…
ถึงแม้พระองค์จะมิได้ทรงเป็นผู้ที่เหาะเหินเดินอากาศได้แบบฮีโร่ที่เรารักชอบกัน แต่สิ่งที่พระองค์ทรงงานตลอด 70 ปีนั้น มันมากมายมหาศาลกว่าใครในโลกนี้จะทำได้เทียบทัน…และต่อไปนี้คือเรื่องจริงของครูไก่ที่เผชิญมาครับ…
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังจากผ่านเรื่องเศร้าสุดในชีวิตมาแล้ว 10 วันพอดี ครูไก่ได้ไปออกรอบที่สนามเลควูด ซึ่งก็ทำเป็นประจำทุกวันเสาร์และอาทิตย์อยู่แล้ว ในขณะที่เหลืออยู่ 2 หลุมก็จะจบ เวลาช่วงนั้นน่าจะอยู่ราว 17 นาฬิกา ที่ พาร์ 3 หลุม 8 พอผมทีออฟออกไปปรากฏว่าหัวใจของผมมันเกิดอาการเต้นที่ผิดปกติ กล่าวคือ เร็วและแรงมาก ขนาดผมดูแล้วเห็นเสื้อขยับตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เรี่ยวแรงอ่อนยวบลงทันที การมองเห็นน่าจะไม่เกิน 60% ของปกติ จากทีออฟถึงกรีนระยะราว 160 หลา ผมเดินแล้วคิดว่า “ดีแล้วเราจะได้ตามเสร็จพระองค์อย่างแน่นอน” เพราะคำที่ครูไก่คิดไว้คือ “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” มันกำลังจะเป็นจริงแล้วนะ ผมไม่เคยนึกกลัวว่าจะสิ้นลมหายใจลงไปแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับรู้สึกดีใจกับเรื่องนี้อีกต่างหาก อาการที่วันมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ช่วงเวลานั้นผมคิดถึงพระผู้เป็นมหาราชที่ผู้คนกราบไหว้บูชา และเพิ่งสูญเสียพระองค์ไป… ผมจำได้ว่าผมหลับตาเดินและนึกถึงพระองค์ ช่วงเวลานั้นเหมือนมีลมเย็นๆ พัดผ่านตัวครูไก่ แล้วผมก็หายใจแบบลึกๆ เชื่อเถิดครับอาการของผมก็กลับมาเป็นปกติได้ทันที เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
จากอาการแบบนี้คงเป็นอาการของหัวใจวายกระมัง นี่แหล่ะครับ ขนาดความตายมายืนรออยู่เบื้องหน้าเพียงนึกถึงพระองค์เราก็จะรอดครับ.. ขอเพียงจงรักและภักดีด้วยใจจริงนะครับ
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้
นายลำพอง ดวงล้อมจันทร์

