คำถามในอุตสาหกรรมกอล์ฟที่ต้องวิจัย

มีคำถามมากมายในอุตสาหกรรมกอล์ฟ
ที่ต้องการคำตอบแบบวิจัย

การทำธุรกิจเกี่ยวกับสนามไดร์ฟกอล์ฟ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมกอล์ฟ โดยเฉพาะประเทศไทย คนจะเริ่มฝึกหัดกอล์ฟ ก็ต้องไปสนามไดร์ฟเป็นส่วนใหญ่ มีน้อยที่ไปเริ่มต้นที่สนามกอล์ฟ

และการทำธุรกิจสนามไดร์ฟกอล์ฟอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ทำไมบางสนามไดร์ฟถึงไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในสนามต่างจังหวัด…มันคือคำถาม ที่เชื่อได้ว่าถ้าถามคนเล่นกอล์ฟจะได้รับคำตอบที่หลากหลาย

ด้วยสถานะการณ์ตอนนี้ ใครมีที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำอะไร จะต้องเสียภาษีที่ดินราคาแพง คนไม่มีทุนหนาก็จะเน้นไปในทางเกษตร ปลูกนั่นปลูกนี่ แต่ถ้าใครมีทุนหนาหน่อย และที่ดินเกิน 20 ไร่ ก็อาจหันมาทำสนามไดร์ฟกอล์ฟ

ซึ่งคนส่วนมากที่มีที่ดิน มีเงิน หรือกู้เงินแบงค์ได้ แล้วก็ไปปรึกษาเพื่อน ถ้าเป็นเพื่อนที่เล่นกอล์ฟก็อาจจะแนะนำว่าให้ลงทุนกันสนามไดร์ฟกอล์ฟ อาจบอกเหตุผลง่ายๆ คือ คนเล่นกอล์ฟเยอะ คนมาตีกอล์ฟก็ขายอาหารขายเครื่องดื่มได้ และลูกกอล์ฟเมื่อตีไปแล้วก็เก็บมาขายใหม่ได้

นอกจากนั้นเมื่อเอาไปเขียนแผนธุรกิจ ก็น่าเวิร์คนะ ยกตัวอย่าง เดือนหนึ่งขายลูกได้ประมาณ 15,000 ถาด(วันละ 500 ถาด) ถาดละ 50 บาท ก็ได้เงิน 750,000 ต่อเดือน คนมาทานอาหาร ดื่มน้ำและเบ็ดเตล็ดอีก 200 คนต่อวันได้คนละ 100 บาท ได้ 20,000 บาทต่อวัน 600,000 บาทต่อเดือน ค่าเช่าพื้นที่ได้อีกเดือนละ 100,000 ต่อเดือน รวมทั้ง 3 รายการได้ 1,450,000 หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือประมาณเดือนละ700,000

1 ปี เหลือ 8,400,000 บาท เงินลงทุนไปไม่รวมค่าที่ดินประมาณ 40 ล้านบาท ดูจากตัวเลขแล้ว ประมาณ5 ปี ก็คืนทุน เลยจากนั้นก็เก็บกินเปล่า แต่ถ้ามีต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ดินก็เป็นอีกอย่างหนึ่งนะครับ การคืนทุนก็จะยืดออกไป

นั่นคือภาพบวกที่สวยหรู แต่มันมีบางอย่างที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่คือ รายได้ต่อวันไม่คงที่ ตัวผันแปรคือฝนตกตอนเย็น มีฟุตบอลเตะ หรือละคอนดีตอนหัวค่ำ ทำให้ยอดขายวันละ 500 ถาด ไม่ถึงเป้า คนน้อยขายลูกกอล์ฟได้น้อย คนมาสนามน้อย ทานอาหารเครื่องดื่มน้อย รายได้ก็ลดลง ครั้นจะไปชดเชยวันอื่นให้มีรายได้มากขึ้น มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

สิ่งที่ซ่อนอยู่อีกคือ รายจ่ายภาษีโรงเรือนต่อปี ค่าเงินเดือนพนักงาน ผู้บริหาร พ่อครัว เด็กเสริฟ ที่เข้าๆออก ถ้ามีคนใหม่เข้ามาแน่นอนว่า การบริการ รสชาดอาหารจะไม่คงที่ และค่าลูกกอล์ฟที่ต้องเปลี่ยนทุก4 เดือน เนื่องจากถูกตีมากๆ มันก็จะไม่ลอย ตีสั้น เมื่อลูกเก่า คนก็เบื่อไม่มาใช้บริหาร ไปซ้อมที่อื่น จนกว่าจะมีลูกใหม่

มีลูกหาย เพราะโดนขโมย หรือบินออกนอกสนาม ตกฝังในดิน ยิ่งลูกใหม่เมื่อไร ลูกจะหายง่ายเพราะโดนขโมย และถ้าทำสนามแรกเริ่มไม่ดี ฝนตกลูกก็จะฝังง่าย

นี่คือความจริงที่ซ่อนอยู่ ที่ทำให้การบริหารจัดการไม่ใช่เรื่องง่าย

แล้วสนามบางสนามทำไมเขาอยู่ได้ อันนี้แหละที่ควรศึกษาและมีการทำงานวิจัย เพื่อสรุปเป็นคู่มือ การทำสนามไดร์ฟให้ได้กำไร ถ้าทำตามโมเดลที่ศึกษามา

การศึกษาประกอบอย่างหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จคือ ต้องรู้ว่าลูกค้าของสนามไดร์ฟจะเป็นใครเป็นหลัก นักกอล์ฟฝีมือดี ฝีมือปานกลาง หรือมือใหม่ และลูกค้าส่วนใหญ่มาใช้บริการกันตอนไหน

จากที่ผมศึกษามา ลูกค้าของสนามไดร์ฟส่วนใหญ่ คือมือใหม่ ซึ่งมากถึง40 กว่าเปอร์เซนต์ ส่วนลูกค้ามือเก่า มือดีที่เข้ามาใช้สนาม จะมีไม่ถึงอย่างละ 5% และส่วนมากมาใช้บริการกันตอนเย็นๆ

เมื่อลูกค้าสนามไดร์ฟเป็นมือใหม่เป็นหลักโรงเรียนสอนกอล์ฟจะเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะสร้างมือใหม่ให้มากๆมาตีลูกก็ไม่ช้ำ เพราะตีไม่ไกล มือใหม่ๆมาแล้วจะมีกองเชียร์ตามมากด้วย เครื่องดื่ม อาหารก็จะขายได้

มีอะไรมากมายที่จะต้องศึกษาวิจัย

หลักสูตร ปริญญาโท ปริญญาเอก จะสามารถตอบโจทย์ได้ในอนาคต

ใครสนใจสมัครเรียนได้เลยครับที่ RSU Golf Academy ของวิทยาลัยการท่องเที่ยว การบริการและกีฬามหาวิทยาลัยรังสิตครับ

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์