ษิญาภา อัจริยะปัญญา

ษิญาภา อัจริยะปัญญา
Manager Customer Relation
บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด

“มดเป็นเด็กนครศรีธรรมราชค่ะ เป็นผู้หญิง แต่ซุกซน แผลเต็มตัว นิสัยไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงสักเท่าไหร่ ตรงไปตรงมา ‘แมนมากค่ะ’ สายบู๊ ไม่มีอ่อนน้อม มานิสัยเปลี่ยนเมื่อได้ทำงานนี่เองค่ะ” คุณมด (ษิญาภา อัจริยะปัญญา) หญิงเก่งของฉบับ 900 ตอบคำถามเมื่อให้แนะนำตัว

ตั้งแต่เรียนชั้นประถม คุณมดเป็นทั้งนักกีฬาและนักทำกิจกรรม ทุกอย่างจะอยู่แนวหน้าทั้งหมด “เว้นแค่เรื่องเรียนค่ะ” (หัวเราะ) ไม่ว่ากิจกรรมอะไรต้องมีมดอยู่ในนั้น วิ่งเก่ง รำเก่ง… “ยกเว้นร้องเพลงอย่างเดียวเลยค่ะ” เพราะเธอเป็นนักร้องเสียงเพี้ยนตัวจริง ส่วนกีฬาเธอเป็นนักวิ่ง อันดับต้น ๆ ของโรงเรียน ตั้งแต่ประถม มัธยม ปวช. เรื่อยมา จนถึงกับได้ทุนจากการเป็นนักกีฬา ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม เคยร่วมแข่งระดับประเทศ ที่สนามศุภฯ เป็นตัวแทนอยู่ในทีมของจังหวัดนครศรีธรรมราช “แต่พอเจอตัวจริงกว่า ที่มาจากทั่วประเทศ ยอมรับว่าสู้ไม่ไหวค่ะ พอเข้ามาเรียนต่อ ปวส. ที่กรุงเทพฯ ก็เลิกเล่นไป”

“เด็กบ้านนอก ได้เข้ามาเรียนที่ เซ็นต์จอห์น ในสมัยนั้นก็นับว่าไม่ธรรมดา ต้องตั้งใจเรียน ปวส. ไปด้วย ทำงานที่ ปตท. ไปด้วย จนไม่ได้ทำกิจกรรมที่เคยชอบก่อนหน้านี้ มดไม่ช้อปปิ้งเลย ชีวิตไม่ได้เที่ยวเล่นเหมือนคนอื่น ทำงานตอนเช้า ไปเรียนตอนเย็น มีเพื่อนน้อยมาก ไม่เที่ยว ไม่ปาร์ตี้ ไม่สังสรรค์ ขยันทำงาน แต่ก็ไม่มีเงินเก็บ” เธอหัวเราะอีกรอบ

เมื่อถามถึงชีวิตการทำงาน เธอเล่าว่า… “มดโชคดีที่ได้อยู่กับองค์กรดี ๆ ได้ใกล้ชิดกับเจ้านายที่เป็นผู้บริหารมืออาชีพในทุกองค์กรที่ทำงานด้วย โชคดีที่ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน แต่ทั้งนี้ที่เกิดขึ้นได้ก็เพราะ เราเป็นคนทำงานจริง ประกอบกับผู้ใหญ่เห็นว่าเราทำงานด้วย มิเช่นนั้น คงไม่มีทาง ที่จะได้รับความเมตตา ทำให้มีโอกาสก้าวหน้าในชีวิตมาโดยตลอด”

“เริ่มทำงานครั้งแรก ตั้งแต่ยังเรียนอยู่เลยค่ะ ที่ ปตท. แผนกการตลาด ดูแลในสายงานเปิดปั๊มน้ำมัน ตอนนั้นมดยังเป็นแค่เจ้าหน้าที่อัตราจ้าง ยังไม่ได้เป็นพนักงาน อยู่ที่นั่นหกปีโชคดีที่ได้ใกล้ชิดกับเจ้านายถึงสามท่าน อาจเป็นเพราะท่านเมตตาเลยถูกเรียกใช้งานบ่อย เจ้านายผู้ชายท่านเก่งมาก ๆ ในเรื่องวิสัยทัศน์ เรื่องเนื้องาน ทำให้ได้เรียนรู้ไปด้วย ส่วนเจ้านายผู้หญิง ก็สั่งสอนในเรื่องการดูแลลูกค้า การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น การวางตัว การมีมารยาทกับผู้อื่น”

“ช่วงที่ยังทำงานกับ ปตท. ได้รับการเสนอชื่อให้บรรจุเป็นพนักงาน ตอนนั้นดีใจมาก แต่พอไปสอบ ก็พลาดตรงสัมภาษณ์ เพราะต้องยืนยันเป็นมั่นเหมาะ ว่าจะไม่ลาออกไปไหน ซึ่งตอนนั้นรู้ว่าจะต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด รู้สึกว่าตัวเองไม่สะดวก เลยปฏิเสธข้อเสนอนี้ไป พอกลับมาเล่าให้เจ้านายฟัง ทุกคนก็บอกว่า ตอบแบบนี้ก็จบเลยสิ่ (หัวเราะ) ทำไมไม่บอกไปล่ะว่า ให้ไปอยู่ก็ได้ ขอให้ได้รับโอกาส จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องจริงสำหรับเราเลย เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ต้องรู้จักฟังคำสัมภาษณ์อย่างชาญฉลาด ประเมินให้ได้ ว่าเขาต้องการอะไร จุดประสงค์หลักเพื่ออะไร และนำเรื่องนี้มาเป็นบทเรียนสอนตัวเอง นำไปใช้กับการสัมภาษณ์งานในครั้งต่อ ๆ มา ก็ไม่มีพลาดอีกเลยค่ะ”

ระหว่างนั้น บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้เปิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือดูแลประชาชนทั่วประเทศ ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ จากการทำประกันภัย… “ไปสมัครงานท่ามกลางผู้คนเยอะมาก ระหว่างรอ ก็ขอสังเกตการณ์ก่อนว่า คณะกรรมการที่มาสัมภาษณ์แต่ละคน สีหน้าท่าทางเป็นอย่างไรบ้าง คนไหนมีแววดุจะได้เลี่ยง จนเห็นท่านหนึ่ง รู้สึกว่าใจดี มีเมตตา แล้วพยายามหาจังหวะเข้าไปสัมภาษณ์กับท่าน แล้วก็พบว่า เป็นจริงตามคาด ทุกอย่างลงตัวหมด ยกเว้นเงินเดือน” (หัวเราะ) แต่ในที่สุด การต่อรองก็ทำคุณมดได้เริ่มงานที่นี่จนได้

“โชคดี ได้ไปประจำภาค ที่ สุพรรณบุรี เป็นเซ็นเตอร์ คอยดูแลสาขาย่อยรอบ ๆ พื้นที่ เป็นงาน เคลมประกันภัย พรบ.รถยนต์ แต่เราไม่รู้เรื่องการประกันภัยรถยนต์เลย แม้แต่นิดเดียว ต้องไปเริ่มเรียนรู้จากศูนย์ จนประมาณหนึ่งปี มีการสอบเป็นผู้จัดการสาขา เจ้านายก็สนับสนุนให้สอบ คอยติว คอยซ้อมความรู้ให้ระหว่างนั่งรถกลับบ้านทุกวัน มีคนสมัครสอบเป็นร้อย แต่เราก็ติดหนึ่งในห้า ได้เป็นผู้จัดการสาขาสิงห์บุรี ภาระใหญ่หลวงมาก ต้องดูแลเจ้าหน้าที่ คอยตรวจเอกสารที่ลูกน้องส่งมาให้พิจารณาอย่างละเอียดอีกรอบ อาศัยความแม่นยำ ยาก แต่ก็ทำได้
ต้องทำงานติดต่อกับราชการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับได้ฝึกในการเข้าพบผู้ใหญ่ และยังต้องออกเคลม ตรวจที่เกิดเหตุตอนกลางคืน ไปพบเจ้าพนักงานสอบสวน ขอสำนวน ปิดคดี ลุยเต็มที่ สมัยนั้นยังสาว ๆ เจ้าหน้าที่ผู้ชายก็มักจะมาแซว มาพูดคุยบ้าง โชคดีที่มีแม่บ้านคอยดูแลเป็นห่วง ไปไหนก็ไปด้วย ลุยงานหนักตั้งแต่อายุแค่ 22 ย้ายจากสุพรรณ มา นนทบุรี จนย้ายเข้าสำนักงานใหญ่ รวมทั้งหมดราว 11 ปี ก่อนจะย้ายค่ะ”

“พอดีบริษัท จันวาณิชย์ มาชักชวนให้ไปเป็นพนักงานขาย ทำอยู่สามเดือน ได้คะแนนการทำงานสูงมาก แต่ประเมินผลกลับไม่ผ่านช่วงทดลองงาน พอไปถาม คำตอบคือ เราทำยอดขายไม่ได้ ซึ่งก็ทักท้วงไปว่า ทำไมไม่มีใครแจ้งเงื่อนไขนี้เลย ไม่มีอยู่ในข้อตกลง จริง ๆ ก็รับไม่ได้อยู่แล้ว ที่เราเคยเป็นถึงระดับผู้บริหารมาก่อน แต่ต้องยอมลดตำแหน่งลงเพื่องานใหม่ ทุกอย่างต้องทำเองหมด แบบนี้ขอลาออกดีกว่า” คุณมดเล่าความอึดอัดใจในช่วงนั้น “เขาก็ไม่ยอมให้ออก แต่เราไม่เอาแล้ว ไม่ชอบแบบนี้ ใจไม่อยู่แล้ว”

“จนเขาเสนอให้ไปหาเจ้าของบริษัท พอได้คุยกับท่าน ท่านก็ชวนให้ทำงานด้วย ขึ้นตรงกับท่าน ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหน ก็ต้องตามไปช่วยงาน เจ้านายเป็นคนทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนมาก ไม่ทำตัวเป็นเจ้าของบริษัทเลย ไปไหนยกมือไหว้ทุกคน เราก็ซึมซับสิ่งที่ได้เห็น ท่านจะสอนอยู่เสมอว่า ไปหน่วยงานราชการ พบผู้ใหญ่ ต้องแต่งตัวให้ดี สุภาพ เรียบร้อย การพูดจา การวางตัว ถูกกาลเทศะ กระทั่งวันหนึ่งตำแหน่งพนักงานขายว่าง เจ้านายก็ชวนให้มาทำงานขาย ซึ่งเราเคยผิดหวังกับหน้าที่นี้มาแล้วในอดีต แต่เนื่องด้วยเจ้านายสนับสนุน และลูกค้าก็คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ผู้ใหญ่ก็ให้ความเอื้ออาทรเอ็นดู จนได้มาทำหน้าที่เป็นพนักงานขาย ที่ขึ้นตรงกับเจ้านาย”

คุณมดมีบุคลิกภาพที่เป็นมิตรอยู่เสมอ จนอดถามถึงเคล็ดลับนี้ไม่ได้… “เป็นความรู้สึกจากใจค่ะ เวลาที่จะคุยกับใคร แม้ว่าจะเพิ่งเจอกันครั้งแรก ก็ไม่อยากให้เขารู้สึกอึดอัดกับการเจอเราครั้งแรก ก็จะเป็นฝ่ายชวนพูด มีอะไรก็คุย ทักทายกัน ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็ก ไปอยู่ในองค์กรใหญ่ มีความรู้สึกว่า ถ้าเจอกันใครสักคน ที่เป็นผู้ใหญ่ จะรู้สึกอึดอัด ไปไม่เป็นเลย ต้องขอบคุณเจ้านายสมัยอยู่ ปตท. ท่านสอนมาดีมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง ต้องกล้าพูด กล้าคิด แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีมารยาทสังคมควบคู่ไปด้วย รู้จักทักทาย ดูแลเขา อย่างให้รู้สึกอึดอัดเมื่อเจอกัน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ตำแหน่งจะอยู่ระดับไหน ถือเป็นการให้เกียรติกัน ต้องมองว่าทุกคนเสมอกัน”

“เวลาทำงาน มด ไม่เคยโกรธใครเลยค่ะ แม้กระทั่งในปัจจุบัน ต้องดูแลน้อง ๆ ที่มาทำงาน แล้วถ้าทำผิด ก็ไม่เคยไปต่อว่า เต็มที่ก็ได้แค่ทำเสียงอ่อย ๆ ว่า ‘ทำไมทำผิดอีกแระ… แบบนี้เดี๋ยวจะโดน’ (หัวเราะ) ไม่ว่าผิดแค่ไหน ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

ทำงานมาเยอะแยะมากมาย จนกิจกรรมเพื่อตัวเองเลือนหายไปจากชีวิตอยู่พักใหญ่… เมื่อชีวิตเริ่มลงตัว คุณมด จึงเริ่มตามหาความฝันจากวัยเด็ก โดยเฉพาะกับความฝังใจในเรื่อง รถ และ กาแฟ

“ถ้าย้อนกลับไปได้ มดจะเป็นนักแข่งรถ” คำตอบนี้มาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนเสียงหัวเราะ… “มดชอบรถเก่า ๆ ทั้งสองล้อและสี่ล้อ อย่าง มอเตอร์ไซด์ เวสป้า ชอบมาก จำเสียงได้ เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ชอบรถตั้งแต่สมัยทำงานแรก ๆ ได้ไปออกบู้ธงานแรลลี่ที่แม่ฮ่องสอน ระหว่างนั่งรถตู้ผ่านเส้นทางบนเขา เจอกับขบวนรถเวสป้าเป็นกลุ่มใหญ่ เห็นแล้วรู้สึกประทับใจ รูปทรงรถน่ารักมาก คนขับก็เป็นวัยรุ่นใกล้เคียงกับเรา กลายเป็นความชอบฝังใจตั้งแต่บัดนั้น จนเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ถึงได้สานฝัน ซื้อเวสป้าคันแรกมาครอบครอง จอดไว้ชื่นชมที่บ้าน รถอายุเยอะมากแล้ว ตั้งแต่ปี 1964 พอได้มาก็ยกมือไหว้สวัสดีทุกวัน นับถือเป็นคุณลุง เวลาทำอะไรไปโดนแบบไม่ตั้งใจ ก็จะกล่าวขอโทษทุกครั้ง”

“อีกคันที่ชอบมาก”…. เธอลากเสียงยาว “แต่ไม่รู้ว่าคือรุ่นอะไร เรียกเองว่า “แมงสาบ” เพราะรูปทรง เมื่อก่อนเคยเห็นเจ้านายผู้หญิงขับทรงคล้าย ๆ กัน แล้วดูเท่มาก กลายเป็นความชอบฝังใจอีกเช่นกัน พอไปถามคนที่รู้เรื่องรถ บรรยายลักษณะไป ก็ยังบอกไม่ได้ว่าคือรุ่นไหน จนวันหนึ่ง ได้เห็นบนท้องถนน ชี้ให้ดูตัวเป็น ๆ ถึงได้คำตอบจากคนใกล้ชิดว่า นี่คือ “ฮอนด้า ซีวิค 3 ประตู ในตำนาน ทำไมมดไม่รู้จัก” เธอเล่าพร้อมขำตัวเอง “ซื้อสิคะ รออะไร”(หัวเราะ) ต้องไปรับรถไกลถึงลำปาง แล้วก็แต่งให้สวยตามใจที่ตัวเองฝันไว้ มีความสุขทุกครั้งที่ได้ขับ ได้นั่ง ได้ดู แต่ก็พยายามถนอม ๆ ใช้ให้น้อยที่สุด ชีวิตประจำวันก็ใช้รถคันปกติส่วน ก็วางแผนไว้ว่าจะยกให้ลูกสาว มดเป็นคนสอนให้ลูกขับเอง เก็บไว้ให้เขา เผื่ออนาคตข้างหน้าจะเป็นทรัพย์สินได้ ส่วนลูกชายบอกให้ขาย (หัวเราะ) แต่แม่ยังไงก็ยังไม่ยอม กว่าจะได้มาไม่ใช่ง่าย ๆ”

เมื่อถามว่า แล้วกิจกรรมอะไร ที่ทำให้มีความสุขที่สุด? “การได้นั่งทานกาแฟค่ะ” คุณมดตอบเร็วแบบไม่ต้องคิด… “เห็นพ่อแม่ดื่มกาแฟตั้งแต่เด็ก เช้ามายังไม่ทันทานข้าว ก็จะดื่มกาแฟกันก่อน พอโตขึ้นมาเริ่มดื่มบ้าง แล้วก็ชอบ มดไม่เคยทานอาหารเช้าเลย ดื่มกาแฟกับคุ้กกี้หรือขนมเบเกอรี่ตั้งแต่เล็กจนโต รู้ว่าไม่ค่อยดีนัก แต่ก็คุ้นชิน ตอนหลังพยายามทานข้าวบ้าง แต่ก็ทำไม่ค่อยได้ เวลามีประชุม รับกาแฟตลอด ไม่ได้ดื่มจะปวดหัว อย่างน้อยวันละ 4 แก้ว ดึกดื่นยังไง ถ้ารู้สึกว่าอยากกิน ต้องชงดื่ม อ่านหนังสือ ฟังเพลง แล้วนอนหลับสบาย ดื่มเยอะจนคุณหมอทักว่าให้ลดลงบ้าง เคยดื่มแบบใส่ครีม ใส่นม คาปูชิโน่มาตลอดหลายสิบปี จนมีปัญหาสุขภาพ หมอสั่งให้หยุดเด็ดขาด เต็มที่ก็แค่กาแฟดำ แรก ๆ กินไม่ได้เลย รู้สึกว่าขม แต่หลัง ๆ กลับกลายเป็นว่า กาแฟดำ อร่อยมาก กลับไปกินแบบเดิมไม่ได้อีกเลย และร้านกาแฟ เป็นอีกหนึ่งความสุขที่สุดของมดค่ะ ได้นั่งทานกาแฟในร้าน ถ่ายรูปสวย ๆ จะที่ไหนก็ไปกัน นั่งคุยกับเพื่อนสนิทได้ทั้งวัน ที่บ้านก็ยังต้องมีมุมกาแฟ จนคิดจะเปิดร้านเอง บอกกับลูกสาวว่า ช่วยทำฝันคุณแม่ให้เป็นจริงด้วยนะ (หัวเราะ) เปิดร้านกาแฟ ทำเบเกอรี่ คุณลูกก็พยายามฝึกอยู่ อาศัยครูจากยูทูป โดยมีคุณแม่เป็นผู้ช่วย” คุณมดยิ้มด้วยแววตาเปี่ยมสุข…

คุณมดเริ่มรู้จักกอล์ฟ เมื่อเข้ามาทำงานที่จันวาณิชย์ เห็นลูกค้าเล่นกอล์ฟแล้วรู้สึกว่าดูดี “ยิ่งเป็นนักกอล์ฟผู้หญิงยิ่งรู้สึกว่าเท่ดีจัง พี่ ๆ เขาก็ชวนให้ไปเล่นด้วยกัน แต่ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับกอล์ฟเลย” จนคนแนะนำให้ไปเรียน “ขอตังค์เจ้านายไปเรียนเลย ท่านก็เห็นดีด้วย” นี่คือวิสัยทัศน์ของเจ้านาย

“ไปเรียน แต่ก็ไม่ครบคอร์ส ติดงานบ้าง ติดประชุมบ้าง โปรก็บ่นว่า แล้วแบบนี้จะได้อะไร แต่เราก็ลุย ลงสนามจริงเลย ชวนกันไปกับเพื่อน กับลูกค้า บังเอิญว่าเจ้านายไม่เล่น เลยเป็นโอกาสของมด (หัวเราะ) เวลามีหน่วยงานไหนเชิญมาก็ได้ไปเป็นตัวแทน ได้เล่นในหน้าที่”

คุณมดไม่ได้เล่นกอล์ฟเพราะต้องการเล่นให้เก่ง เลยไม่ค่อยได้ซ้อม “แต่มีความมั่นใจเยอะ” (หัวเราะ) “คิดว่าตัวเองตีได้ ลงสนามแค่วอร์มนิดหน่อยก็พอ ตีจากความรู้สึก” (หัวเราะ) “ผลงานวงสวิงก็พอไปได้ มีหลุดบ้าง ดีบ้าง แบบไม่อายใครค่ะ ส่วนใหญ่ก็ไปออกรอบแบบทำงานไปด้วย แล้วจะมีกลุ่มเพื่อน ๆ ที่รู้จัก ชวนเล่นกันบ้าง”…

คุณมด ปิดท้ายเรื่องความสุขของชีวิตไว้ว่า… “ตอนเด็ก ๆ มดเห็นผู้ใหญ่ทะเลาะกัน จนรู้สึกว่า ชีวิตนี้ ถ้าเลือกได้ ก็จะไม่ทะเลาะกับใคร จะทำเรื่องยาก ให้ดูง่ายลง จะทำเรื่องใหญ่ ให้เป็นเรื่องเล็ก ไม่ทำเรื่องเล็ก ให้เป็นเรื่องใหญ่ นี่คือข้อดีในชีวิต ไม่ว่าจะโมโหแค่ไหน จะเก็บไว้ในใจ ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ก็ต้องระบายออกมาบ้าง มีอะไรไม่ค่อยเก็บ ไม่งั้นจะเครียดมากจนปวดหัว อาศัยคุยกับเพื่อนสนิท ปรึกษากันทุกเรื่อง แต่ไม่เคยนินทาเรื่องคนอื่นเลย แล้วก็คุยกับลูก เพราะเขาก็โตแล้ว เป็นที่ปรึกษาเราได้”

“มดพูดกับตัวเองเสมอว่า เราเป็นคนดี ไม่เคยให้ร้ายใคร ไม่เคยเอาเปรียบใคร ชีวิตเราจึงไม่ตกต่ำ เวลาจะลำบากก็มีคนช่วย หรือถ้าเจอเรื่องหนักหนาสาหัสจริง ๆ ก็จะปรึกษาผู้ใหญ่ที่เคารพ พอได้พูดคุย ได้ฟังคำสั่งสอนจากท่าน ก็จะสบายใจทุกครั้ง หรือเวลาไม่สบายใจ พอเพื่อนรู้ก็จะชวนกันเข้าวัดทำบุญกันบ้างค่ะ”