จะร้อนกันไปถึงไหน

จะร้อนกันไปถึงไหน

เท่าที่รู้มาก่อนหน้าว่า “โลกเราจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี” แต่สำหรับครูที่สอนเทนนิสอย่างครูไก่ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง “สิวสิว” เพราะความที่เราเลือกที่จะใช้ชีวิตกับการสอนกีฬาชนิดนี้เข้าไปแล้ว แต่จากคลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้นทุกปีทำให้รู้สึกได้ว่า “ปีนี้มันโหดร้ายกว่าเดิมจริงๆ” จากเครื่องวัดอุณหภูมิที่อยู่ข้างสนามเทนนิส ตัวเลขออกมาชัดคือ 41˚c ซึ่งตรงที่เครื่องวัดอุณหภูมิตั้งอยู่นั้นเป็นที่โล่งที่เป็นสนามฟุตบอล ความร้อนยังขนาดนี้พอลองดูที่ว่าในสนามเทนนิสจะปาเข้าไปเท่าไหร่ คิดไปคิดมาจากแสงทอดด้านบนที่ส่องลงมาทั้งวี่ทั้งวัน แล้วสะท้อนเอาความร้อนจากพื้นขึ้นมาอีกมันชวนสยองเสียเหลือเกิน สิ่งที่ครูไก่เขียนมันยังไม่โหดร้ายเท่าเมื่อราวๆ ต้นเดือน ผมเองไปออกรอบกับก๊วนประจำสนามเดิมแถวๆ บางนาตราด อยากจะบอกว่าที่แท่น T-off บางแท่นมันร้อนสุดจะทน จะด้วยอะไรไม่ทราบแต่ T-off มันมีแต่ทรายจริงๆ หญ้าที่ควรจะมีมันตายเรียบ ดังนั้นความร้อนที่จะสะท้อนจาก T-off มันร้อนเหลือกำลังลาก คงจินตนาการได้ว่ายืนเล่นอยู่กลางทะเลทรายก็ไม่ปาน หากจะตีจากบ่อทรายที่เราพลาดส่งลูกลงไปมันก็พอรับได้ว่าเราพลาดเอง แต่นี่ T-off แท้ๆ พี่แกทำกันได้…

อีกร้อนหนึ่งคือเรื่องของสงครามที่ดูทีท่าว่าจะไม่สงบลงง่ายๆ ทั้ง “รัสเซีย-ยูเครน” ฟากฝั่งของรัสเซียเองดูเหมือนว่าอาจเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบ ออกตัวบุกตะลุยหมายพิชิตยูเครนให้ได้ในเวลาอันสั้นอาจใช้คำว่า “ไม่กี่วัน” ก็ว่าได้ แต่สุดท้ายขณะนี้เป็นเดือนๆ เข้าไปแล้ว ผู้คนยังพากันเดินทางออกนอกประเทศของตนเองกันเป็นสาย ทำเอาประเทศรอบข้างต้องรับเอาผู้ลี้ภัยสงครามกันเป็นจำนวนแสน บางทีเราอาจคิดว่า “ยุโรป” คงมีความสวยงามทางธรรมชาติ และคนที่ดูดีในสายตาคนเอเชียเรา โทษทีนะครับยุโรปประกอบด้วยประเทศที่เกิดเกิดใหม่หลัง “สหภาพโซเวียตรัสเซีย” ล่มสลายมาเมื่อไม่กี่มากน้อยมานี่เอง ดังนั้นเรื่องของภาระในการก่อร่างสร้างประเทศก็มีมากพอตัวอยู่แล้ว นี่ดันมีคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงมาให้เลี้ยงอีก มันเหมือนครั้งหนึ่งที่เราเคยมีและเคยเป็น เพราะขณะที่ผู้คนยังอดอยากปากแห้งอยู่ดันมีคำว่า “ผู้สี้ภัยสงคราม” เข้ามาอีก บอกตรงๆ นะผมเองก็รู้สึกประเทศเรานี่มันอะไรกันหว่าตัวเองยังไม่ได้เรื่องยังมีใจไปช่วยใครต่อใครเขาอีก แบบ “เตี้ยอุ้มค่อม” แบบนั้นแหละ แต่พอในประเทศที่เป็นต้นทางสงครามเขาเลิกสนับสนุน ทุกอย่างก็เกือบจะเป็นปกติ ไทยเราผู้ให้การช่วยเหลือก็ “เห่าได้หอนเป็น” นอกจากจะไม่มีความดีแล้วในสายตาประชาคมโลกเราเป็นเพียงปลายทางที่ต้องอยู่ในการจำยอม “คือเราต้องรับทุกข์เหมือนประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเช่นกัน”

มองกลับไปที่สงครามยุโรปตอนนี้หากไม่มีใครหนุนในแต่ละฝ่ายป่านนี้คงจบไปนานเนแล้วครับแต่นี่ต่างตนต่างมีขั้วอำนาจหนุนหลังอยู่ทั้งคู่การจะตีหักเอาประเทศที่เล็กกว่าคงยากเย็น ทีนี้ผลกระทบก็ตกลงมาที่ประเทศที่เหลือในทุกมุมของโลกนี้รับกันไปเต็มๆ สำหรับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม… “แบบนี้ร้อนอากาศจากท้ายไปในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล แต่ร้อนจากภัยสงครามยังแค่เริ่มก็อาจเป็นไปได้”  

ครูไก่