งามหน้าออสก้าที่ยิ่งใหญ่

งามหน้าออสก้าที่ยิ่งใหญ่

คงจะผ่านสายตาของผู้คนมากมายทั้งไทยและเทศกับรางวัล “ออสก้า” ที่บรรดาผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทะยานอยากจะได้ไปยืนอยู่บนเวทีสักครั้งหนึ่ง เอาเป็นว่าส่วนมากรางวัลที่เป็นหลักๆ ก็มักจะไปอยู่ในมือของหนังในอเมริกาหรือยุโรปมันก็แบบนี้แหละการสร้างหนังให้คนดู ใครมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าก็คว้ารางวัลกันไป ซึ่งความจริงรางวัลใหญ่ๆ ของออสก้ามันก็จะทราบกันแล้วเป็นเลาๆ แต่เรื่องที่หลายท่านชอบเป็นที่สุดคืองานของเวทีโดยเฉพาะผู้ดำเนินรายการบนเวทีจะสนุกทุกข์ก็คนนี้แหละครับ แต่ในครั้งล่าสุดเกิดเหตุงามหน้าผู้ดำเนินรายการโดนตบเข้าไปฉาดใหญ่เล่นเอาตาค้างกันไปทั้งโลก… ผมเองก็เกิดอยากจะดูเขาขึ้นมาเหมือนกันทีแรกก็คิดว่า “สคริป” แต่สุดท้ายของจริงยิ่งกว่าละคร…

ส่วนต้นสายปลายเหตุก็คงทราบๆ กันแล้วว่าที่มาที่ไปของ “ตบสะท้านโลก” มาจากชนวนเหตุอะไรผมเองไม่ทราบหรอกว่า “ทั้งมือตบและคนโดนตบ” เขามีความรู้จักมักคุ้นกันแค่ไหนเพียงใด แต่ในมุมมองของครูไก่ผู้นำทางกิจกรรมบนเวทีโดยเฉพาะงานใหญ่ๆ ยิ่งมีตัวเป้งๆ มานั่งอยู่ในงานยิ่งต้องระวังทุกคำพูดคำจาการที่จะไปพาดพิงใครสักคนเพื่อให้เกิดเสียง “ฮา” ของคนในฮอลล์มันเป็นอะไรที่ใครก็อยากให้เกิดขึ้น แต่พอกลับเข้าสู่มุขตลกที่ต้องระแวดระวังทุกคำพูดมันยากมากเลยจะบอกให้โดยเฉพาะ “ไม่มีบท ไม่มีสคริป” ยิ่งต้องคิดให้หนักก่อนจะออกเสียงไป…เพราะบางทีเป็นตายมันมีเส้นบางๆ กั้นเท่านี้เอง… จะจบงานหรือจอดงานบางทีประโยคเดียวเท่านั้นเอง

กลับมาสู่เวทีออสก้าถ้าคราวนี้พิธีกรเป็น “ดาราตลก” ที่มีชื่อเสียงซึ่งก็เคยร่วมงานกับมือตบหน้ามาบ้างแล้วทั้งเวทีเล็กเวทีใหญ่ จากข่าววงในที่ทราบกันดีว่า “พิธีกรจิกกัดใครต่อใครหลายๆ คน” ส่วนมากก็ครื้นเครงกันดีส่วนมากเสียงฮามาจากการจิกกัดของเขานั่นแหละ ด้วยวิธีนี้เช่นเดียวกันนี้เขาพลาดอย่างหนักเพราะดันไปเล่นหนักกับภรรยามือตบที่เธอมีปัญหากับผมเลยโกนมันให้รู้แล้วรู้รอดไป ผู้หญิงกับเส้นผมมันเป็นของหวงลำพังจะโกนออกก็เพลียใจอยู่แล้วนี่ดันเอามาเล่นอีก แบบนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร สรุปได้ว่ามีคนจัดให้ฉาดหนึ่ง ส่วนใครจะดังใครจะดับติดตามกันเอง…

เรื่องของตลกกับเสียงหัวเราะมันเป็นของคู่กันหากได้ชื่อว่าเป็นแล้วไม่สามารถเปิดปากคนฟังให้หัวเราะได้ก็ต้องพิจารณาตัวเองดู แต่หากได้เสียงหัวเราะจากใครๆ มากมายแต่กลับไป “กระทืบ” อีกคนให้จมดินถ้าไม่ “สนิทจริง” เขาไม่ทำกันไปดูตลกชั้นครูบาอาจารย์ไล่มาตั้งแต่ “ล้อต๊อก” มาถึงปัจจุบันไม่เคยมีใครทำแบบนี้หรือถ้ามีก็คงหายใจติดขัดเพราะอะไรก็ไปคิดกันเอาเอง…ก็ถ้าอยากเล่นใหญ่คงต้องทำใจกับผลที่ตามมา…

ครูไก่