น้ำใจคนไทยมักเห็นได้บนท้องถนน

น้ำใจคนไทยมักเห็นได้บนท้องถนน

ความมีน้ำจิตน้ำใจของมนุษย์บนโลกเรานี้ ว่ากันว่าในแถบเอเชียเรานี่เมืองไทยเรานี่แหละเห็นทีจะพบหาได้กันทั่วไป จะเป็นเรื่องความช่วยเหลือที่ต้องลงมือกันซึ่งหน้าหรือความยากเข็ญที่บังเอิญพัดผ่านมาแล้วทิ้งความเสียหายไว้เบื้องหลังอันนี้เราก็พบเห็นกันได้อยู่เสมอ ส่วนมากจะเป็น “น้ำใจไทยสู้ภัยอะรสักอย่าง” แต่ช่วง 2-3 ปีมานี่เจ้า “โควิด-19” ตัวร้ายมันกวาดความสุขทิ้งไว้เพียงทุกข์ระทมกันแทบจะทั้งประเทศ หากจะว่าๆ กันไปโรคภัยเช่นนี้มันเกิดกันทั่วโลกจะบอกว่าจัดการไม่ดีรัฐไม่ได้เรื่องหรือบรรดาแพทย์เราเอาไม่อยู่ ฯลฯ จะเหตุผลอะไรก็ช่างมันเกิดขึ้นแล้ว…ทั่วทุกทิศทุกทางมันเกิดขึ้นทั่วไป ว่ากันว่าของเรานี่มันเลิศแล้วรู้มั้ย… น้องๆ ที่อยู่ยุโรปก็ติดเหมือนกันแต่ต้องรักษาตัวเองตามอาการ เป็นได้ก็หายเอง คือรักษาตามอาการ ฟ้าทะลายโจร ยาแก้ปวดไข้ แก้อักเสบรวมถึงน้ำขิงกับมะนาว ทั้งหลายทั้งปวงนี้ล้วนส่งด่วนข้ามประเทศจากไทยไปเลยครับ… สรุปว่าหายทุกคน…

แล้วน้ำใจที่ว่าเป็นหัวข้อมันคืออะไร… คือเรื่องมันเป็นเช่นนี้ครับในช่วงวันพฤหัสบดีของอาทิตย์ที่สามเดือนกุมภาพันธ์นี่แหละ ครูไก่มีรายการ “ทานแชร์” กับผู้ใหญ่ที่เล่นกันมาเป็นสิบๆ ปีกันแล้ว ไอ้กระผมเองเป็นที่รู้กันว่าการเดินทางไปกลับของครูไก่คือจักรยาน คือถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็จักรยานนี่แหละ ทีนี้ร้านที่จะทานวันนั้นก็เป็นแถวๆ สี่พระยา จะเป็นพระยาอะไรกันบ้างก็ไปค้นหากันเองนะครับ พอรับประทานกันอิ่มหนำสำราญดีก็กลับบ้านทางใครทางมัน ไอ้เราก็กระโดดขึ้นเจ้าจักรยานคู่ใจ ปั่นผ่านวัดแก้วแจ่มฟ้า ดูตึกเก่าๆ โบร่ำโบราณแถบนั้น เวลานั้นเบื้องหน้าคือสัญญาณไฟที่วัดหัวลำโพง เราเองก็ขี่ชิดริมทางเรียกว่าชิดเส้นขาวซ้ายมือ ฉับพลันมันเหมือนมีอะไรมากระแทกด้านหลัง จักรยานไปทาง ส่วนคนกองเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่ริมถนน พอหันไปทางขวาก็เห็น “รถสีขาว” ตัวต้นเหตุเปิดไฟกระพริบแล้วก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าช้าๆ พอได้สติก็รีบลุกขึ้นไปยกจักรยาน พอมันเห็นว่าเราไม่ตายก็ยาวไปเลย แถมยังไปติดไฟที่แยกวัดหัวลำโพง ช่วงนั้นบอกตรงๆ นะ “ใจมันร้อนนัก” อยากจะตามไปกระชากมันมาถามว่า “คุณไม่เห็นหรือครับว่าชนจักรยาน” แต่อนิจจา “โซ่มันหลุด” ปั่นอย่างไรก็อยู่ที่เดิม แถมข้อเท้าซ้ายมันบวมแบบน่ากลัวมากเลย ปวดด้วย สุดท้ายก็ลากสังขารกลับมาที่พักได้สำเร็จ จัดการเอาน้ำแข็งใส่กะละมังแล้วเอาเท้าลงไปแช่เป็นชั่วโมง…ความเจ็บและปวดมันก็บรรเทาลง บวมน้อยลง ก็อย่างที่ร่ำเรียนกันมาหากเกิดอาการบวมหรือเจ็บจากอุบัติเหตุอะไรก็ช่างประคบเย็นทันทีจะมีประโยชน์มาก…

พอตื่นเช้าขึ้นมาภูมิใจเป็นที่สุดห้วยขาแข้งมันอ้วนน่ารักมากแต่ข้างเดียว ปวดก็ไม่หาย บวมก็ยังอยู่ จะสอนก็ต้องออกไป…คิดถึงไอ้คนที่มันขับรถชนผมแล้วตื้นตันใจจริงๆ เขาคงไม่อยากให้ผมวุ่นวายใจในเรื่องนี้ เลยขับหนีไปซึ่งหน้า นี่ถ้าผมเกิดเป็นอะไรไปมากกว่านี้เห็นทีต้องโทษ “ปีชง” ดีกว่าอย่าโทษใครเลย…เกรงใจเขานะ…ว่ามั้ย…

ครูไก่