เรื่องไม่คาดฝัน… เพนต์ สจ๊วต มนุษย์สายรุ้ง

เรื่องไม่คาดฝัน… เพนต์ สจ๊วต มนุษย์สายรุ้ง

เรื่องไม่คาดฝัน โดยเฉพาะข่าวร้ายทางด้านอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน หรือแม้ว่าจะเกิดกับใครก็ตาม ย่อมส่งผลทำให้เกิดความเศร้าโศก ทุกคนอยากย้อนเวลา แล้วยับยั้งไม่ให้เหตุนั้นเกิดขึ้น แต่… เมื่อเหตุนั้นเกิดขึ้นแล้ว ย่อมแก้ไขอะไรไม่ได้ เป็นปกติธรรมชาติ ความเสียอกเสียใจ เสียดาย ย่อมเกาะติดอยู่กับแต่ละคนไปตลอด ถึงแม้จะไม่ฟูมฟายเท่ากับช่วงต้น ถึงแม้เมื่อผ่านไปสักระยะ จะช่วยทุเลาเบาบาง จนค่อย ๆ เลือนจางไปบ้างตามกาลเวลา ส่วนสิ่งที่หลงเหลือก็คงเป็นเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ ที่ต้องนำมาจดจำ เรียนรู้เพื่อเป็นบทเรียน หลีกเลี่ยงให้เกิดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด

วงการกอล์ฟก็เช่นกัน ข่าวการสูญเสียแบบไม่คาดฝัน ที่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เกิดขึ้นยี่สิบกว่าปีก่อน ใน วันที่ 25 สิงหาคม ปี 1999 (2542) เมื่อ เลียร์เจ็ต หมายเลขประจำเครื่อง N47BA พาหนะส่วนตัวสุดหรูในยุคนั้น ได้พาคณะผู้โดยสาร 4 คน และลูกเรืออีก 2 รวมทั้งหมด 6 ชีวิต ออกเดินทางจาก สนามบินออร์ลันโด้ ฟลอริด้า จุดหมายปลายทางอยู่ที่ ดัลลัส เลิฟ ฟิลด์ มลรัฐเท็กซัส โดยมีผู้โดยสารคนสำคัญที่สุด นามว่า เพนต์ สจ๊วต นักกอล์ฟชื่อก้องโลก ณ เวลานั้น ร่วมเดินทางไปด้วย เนื่องจากมีบ้านอยู่ที่นี่ ตัวเขาเองก็เพิ่งจะผ่านการแข่งขันไรเดอร์ คัพ อยู่ในทีมผู้ชนะมาหมาด ๆ เพียงแค่เดือนเดียว และเป็นแชมป์ยูเอส โอเพ่น มาได้สี่เดือน

ธุระสำคัญของ เพนต์ สจ๊วต นั่นคือ การเข้าร่วมการแข่งขัน ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ 1999 เป็นรายการปิดท้ายทัวร์นาเมนต์ ซึ่งจัดขึ้นที่ ฮิวตัน เท็กซัส แต่เขาจะแวะที่ ดัลลัส เพื่อปรึกษากับแผนกกีฬาของ มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น เมโธดิส ซึ่งเขาเป็นศิษย์เก่าที่นี่ด้วย เกี่ยวกับการสร้างโรงเรียนกอล์ฟแห่งใหม่

ในช่วงแรก เครื่องเลียร์เจ็ต พุ่งทะยานจากสนามบินที่ออร์ลันโด้ตามปกติ ไต่เพดานบินเพื่อให้ถึงระดับความสูงที่กำหนดไว้ จากนั้นจึงเป็นการทำหน้าที่ของ ระบบการบินอัตโนมัติหรือออโต้ไพล็อต มารับช่วงต่อแทนนักบินตัวจริง แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเครื่องบินเกิดสูญเสียความดันในห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งผู้ที่อยู่ในเครื่องลำนั้นทุกคน หมดสติจากสภาวะการขาดออกซิเจน

แต่เครื่องบินที่เป็นเครื่องจักร ไม่รับรู้ถึงเรื่องราวในห้องโดยสาร ยังคงทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด ด้วยการไต่ระดับเพดานบินขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ จนเกินระดับที่โปรแกรมไว้ ส่งผลให้ไม่สามารถเลี้ยวไปทางตะวันตกไปยัง ดัลลัส กลับบินข้ามไปทางเหนือของฟลอริด้า มุ่งไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยบินผ่านทางใต้และตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เป็นระยะทางถึง 1,500 ไมล์ (2,400 กม.) น้ำมันจึงได้หมดลง เหนือท้องฟ้ารัฐเซ้าท์ดาโกต้า และตกลงในท้องทุ่งใกล้กับเมืองอะเบอร์ดีน โดยปราศจากการควบคุมใด ๆ

ผู้เชี่ยวชาญได้แต่คาดการณ์ว่า เครื่องบินอาจสูญเสียแรงดัน และระบบสำรองฉุกเฉินล้มเหลว เนื่องจากระบบคุมคุมเกิดขัดข้อง การสูญเสียแรงดันอากาศขณะที่บินอยู่สูงกว่า 30,000 ฟุต เป็นเหตุให้ผู้โดยสารหมดสติหลังจากการขาดออกซิเจนไปในเวลาเพียง 1-2 นาที เท่านั้น นั่นแสดงว่า ขณะที่เครื่องสัมผัสกับพื้นดิน ทุกคนบนเครื่องต่างไร้ชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว

ลูกเรือทั้งสอง ได้แก่ ไมเคิล คลิง กัปตันวัย 42 ปี ผู้มากด้วยประสบการณ์ เต็มไปความทักษะในการขับเครื่องบินรุ่นต่าง ๆ เช่นเครื่องบินโดยสารลำใหญ่อย่าง โบอิ้ง 707, โบอิ้ง 737 แม้กระทั่งเครื่องบินของกองทัพอากาศ และยังเป็นถึงครูผู้ฝึกสอนอีกด้วย แน่นอนว่า ต้องรวมการขับ เลียร์เจ็ต 35 รวมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย มีเวลาบินรวมกันแล้วเกินกว่าสี่พันชั่วโมง, เจ้าหน้าที่อีกคนวัย สเตฟานี เบลเลการ์ริกู วัย 27 ก็มีใบรับรองด้านการบินครบถ้วนด้วยเช่นกัน โดยมีประสบการณ์บินสูงถึง 1,751 ชั่วโมง นั่นหมายถึงคนที่ควบคุมเครื่อง ต่างเปี่ยมไปด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบินอย่างแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ทุกคนมีชีวิตรอดจากเที่ยวบินนี้ได้ ส่วนผู้โดยสาร นอกจาก เพนต์ สจ๊วต แล้ว ยังมีผู้จัดการของเขา โรเบิร์ต ฟราเลย์ และ แวน อาร์เดน รวมทั้ง บรู๊ช บอร์แลนด์ สถาปนิกสนามกอล์ฟ ที่ทำงานร่วมกับบริษัทของ แจ็ค นิคลอส

หลังจากเกิดเหตุ เจ้าของพื้นที่ได้ปรึกษากับภรรยาของสจ๊วต รวมถึงญาติของผู้สูญเสียรายอื่น พร้อมกับได้สร้างอนุสรณ์สถาน บนพื้นที่ขนาดราว 1 เอเคอร์ (4,000 ตรม.) ณ จุดเกิดเหตุ มีหินจารึกชื่อของผู้จากไปจากเหตุการณ์ครั้งนั้น และข้อความจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

แผ่นหินบันทึกข้อความ ณ จุดเกิดเหตุ (aberdeennews.com)

เพื่อเป็นการระลึกถึงสุดยอดนักกอล์ฟที่เคยสร้างสีสันให้กับวงการกอล์ฟ ปีถัดมา ในการแข่งขัน ยูเอส โอเพ่น 2000 ณ เพ็บเพิล บีช กอล์ฟ ลิงค์ ฟลอริด้า มีการยิงสลุต 21 นัด และเพื่อนนักกอล์ฟอีก 21 คน ได้ทำการตีลูกกอล์ฟพร้อมกันออกไปยัง มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติอย่างสูงสุดกับ มนุษย์สายรุ้งผู้นี้

เพนต์ สจ๊วต มีชื่อเต็มว่า William Payne Stewart เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 1957 เป็นชาวสปริงฟิลด์ มลรัฐมิสซูรี โดยกำเนิด โดยมี ทราเซย์ เฟอร์กูสัน เป็นคู่ชีวิต ซึ่งเธอเป็นน้องสาวของโปรกอล์ฟ ไมค์ เฟอร์กูสัน ทั้งคู่ได้พบรักเมื่อครั้งสจ๊วตมาแข่งขันใน เอเชี่ยน กอล์ฟ เซอร์กิต และได้แต่งงานกันในปี 1982

ในช่วงลงสนาม เพนต์ สจ๊วต จะแต่งกายด้วยชุดที่มีสีสันสดใส เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ หมวก กางเกง แม้กระทั่งการใส่ถุงเท้า รองเท้า จนได้รับฉายาว่าเป็น มนุษย์สายรุ้ง ยากที่ใครจะกล้าเลียนแบบ โดยเขาคว้าแชมป์พีจีเอรายการใหญ่ครั้งแรกในปี 1989 ตามด้วย ยูเอส โอเพ่น ในอีกสองปีถัดมา (1991) ณ สนามฮาเซลไทล์ เนชันแนล กอล์ฟ คลับ มินนิโซตา หลังจากต้องออกแรงเล่น มันเดย์ เพลย์ออฟ อีก 18 หลุม กว่าจะชนะ สก็อต ซิมพ์สัน แชมป์เก่าเมื่อปี 1987 ได้สำเร็จ และในปี 1999 เขายังคว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น เป็นครั้งที่สอง ณ สนามไพน์เฮิร์ส รีสอร์ท No2 นอร์ท คาโรไลนา ซึ่งเป็นชัยชนะที่ทำให้ผู้คนได้จดจำไปอีกแสนนาน เมื่อเขาลากยาว พัตต์ระยะ 15 ฟุต เซฟพาร์เพื่อเป็นผู้ชนะ เฉือน ฟิล มิคเคลสัน ไปอย่างฉิวเฉียดเพียงสโตรคเดียว

ผลงานของสจ๊วตนับว่าเข้าขั้นสุดยอด โดยชนะระดับอาชีพไปทั้งหมดถึง 24 ครั้ง เฉพาะพีจีเอ ทัวร์ ก็รวม 11 ครั้ง ไปแล้ว เป็นรายการระดับเมเจอร์ถึง 3 ครั้งอีกด้วย (พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 1989, ยูเอส โอเพ่น 1991, 1999) และเคยขึ้นไปอยู่สูงสุดในอันดับ 3 ของโลก เมื่อ 10 กรกฎาคม 1990 โดยมีรายได้รวมในอาชีพสูงถึง 12,673,193 เหรียญ

การจากไปแบบไม่คาดฝันของ เพนต์ สจ๊วต นับเป็นเรื่องยากจะทำใจได้ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น ดูแล้วทุกอย่างดำเนินขึ้นไปตามกฎกติกา ไม่มีผู้ใดสร้างเหตุประมาทเลินเล่อให้สังเกตเห็น แต่อุบัติเหตุย่อมเป็นอุบัติเหตุ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา คนที่อยู่ก็ต้องตั้งสติให้ได้ แล้วก้าวไปต่อ

“วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ” แปลว่า “สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจง (ยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น) ให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด” นี่คือปัจฉิมโอวาท คำสอนครั้งสุดท้าย ก่อนองค์พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า จะปรินิพพาน ที่ทรงดำรัสไว้กับเหล่าบรรดาสาวก ย่อมแสดงให้พวกเราทุกคนได้ตระหนักถึงเรื่อง “ความประมาท” ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความสูญเสียทั้งปวง แต่ถ้าหากทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ระมัดระวังแล้ว เหตุยังเกิดขึ้นมาอีก ก็คงต้องทำใจครับ

กองบรรณาธิการ

ภาพ : pennlive.com
ภาพ : pgatour.com