ชนะ-แพ้ กับ ชนะ-เรียนรู้ ในการเล่นกอล์ฟ

ชนะ-แพ้ กับ ชนะ-เรียนรู้ ในการเล่นกอล์ฟ

ในการเล่นกีฬาเพื่อแพ้ชนะ เรามักจะมุ่งที่ผลการแข่งขันว่าแพ้หรือชนะ ขณะที่ทุกคนอยากที่ให้ผลออกมาว่าเราหรือนักกีฬาเราชนะ มากกว่าแพ้ แต่ความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีคนชนะมากกว่าคนแพ้ ยกตัวอย่างการแข่งขันแพ้คัดออก (แพ้แล้วตกรอบ) จะมีคนที่ไม่แพ้เลยเพียงคนเดียวคือแชมป์การแข่งขัน ส่วนที่เหลือก็ต้องมีคำว่าแพ้ติดตัวกันทุกคน และมีอยู่ครึ่งหนึ่งที่ไม่ชนะเลย เพราะแพ้ตั้งแต่รอบแรก สถิติของการแพ้แบบนี้ในทางจิตวิทยาการกีฬาและจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) ที่มุ่งการเอาจุดเด่นหรือจุดแข็งของนักกีฬามาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา มองว่าจะมีผลในทางลบต่อจิตใจที่แข็งแกร่ง ความมุ่งมั่นในการเล่น ความมั่นใจ แรงจูงใจ ความอดทนและอื่นๆ กับนักกีฬา

ถ้าคำว่า “แพ้” มีผลกระทบในทางลบแบบนี้ เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากต้องการให้สภาพจิตใจของนักกีฬายังคงเป็นบวก และเข้มแข็งเมื่อแพ้การแข่งขัน

มีหลักการที่เราน่าจะทำความเข้าใจเพื่อทำให้ผลการแข่งขันตามกติกาในลักษณะนี้มีผลกระทบที่ดีกว่านี้ คือ การทำความเข้าใจความหมายของคำว่า “แพ้” ที่แท้จริง และคำว่า “แพ้” ที่มีความหมายที่ไม่ใช่ลบเพียงอย่างเดียว หากเราเข้าใจหลักการทั้ง 2 นี้แล้ว นักกีฬาก็น่าจะมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น นักกีฬายังคงเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันได้นานขึ้น มีนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น เราควรจะมีนักกีฬาที่เก่งใหญ่มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เรามีนักกีฬาเก่งเล็กเยอะมาก แต่พอขึ้นไปแข่งขันในระดับสูง ในระดับ Open เรามักจะหาเจอ หรือเหลือน้อยมาก คำว่า “แพ้” ในมุมมองของคนทั่วไปหรือเปล่าที่มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ ในทุกชนิดกีฬา ไม่เฉพาะในนักกีฬากอล์ฟ

ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “แพ้” ผลการแข่งขัน อาจจะตามกติกาสามารถบอกได้ว่านักกีฬาคนนี้แพ้นักกีฬาอีกคน ด้อยกว่านักกีฬาอีกคน แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกไปกว่านั้นนักกีฬามีผลการแข่งขันแบบนั้นตลอดไปไหม มีการพูดเปรียบเทียบผลการแข่งขันระหว่างนักกีฬาที่แข่งขันว่ามีสัดส่วนอย่างไร (Head to Head) และเราจะพบว่ามีน้อยมากที่ผลจะออกมาแบบ 0 ต่อ 10 หรือ ยิ่งนักกีฬาในระดับต้นๆ ผลการแข่งขันแบบ Head to Head จะออกมาใกล้เคียงกัน การที่ผลการแข่งขันที่คนหนึ่งชนะอีกคนนั้น อีกคนแพ้อย่างถาวรเลยหรือไม่ นักกีฬาที่แพ้ไม่มีความสามารถหรือไม่ แม้แต่นักกีฬาที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน เมื่อแข่งขันกัน ก็ต้องมีคนแพ้-ชนะตามกติกาเกิดขึ้น ดังนั้นถ้าเราจะมองว่าการแพ้การแข่งขัน (ตามกติกา) จะมีความหมายทางลบทั้งหมดจึงไม่น่าจะถูกต้อง และมีผลในทางลบเกินกว่าความเป็นจริง

การที่นักกีฬาพ่ายแพ้กันตามกติกานั้น ไม่ได้หมายความมว่านักกีฬาอีกคนหนึ่งเหนือกว่าอีกคนอย่างมาก จะเห็นว่ามีการแข่งขันมากมายที่คะแนนการแข่งขันสูสีกันมาก ในกีฬากอล์ฟก็เช่นกัน จะเห็นว่าจะมีการแข่งขันถึง Play-off ในหลายๆครั้ง เราจึงน่าจะมามองว่าการแพ้ตามกติกาที่กำหนด นักกีฬาแสดงความสามารถเต็มที่แล้ว เราควรชื่นชมและยินดีกับสิ่งนี้มากกว่าผลแพ้ชนะหรือไม่ เพื่อที่นักกีฬาเองจะได้มีความตั้งใจ มุ่งมั่นทุ่มเท อดทนและมีความมั่นใจที่จะฝึกซ้อมและแข่งขันให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด ตามศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองต่อไป

อีกหลักการหนึ่งที่อยากจะให้เข้าใจตรงกันว่า หากเราหลายคนมองว่าการแพ้ตามกติกาเป็นเรื่องที่ยังมองเป็นลบอยู่ และส่งผลต่อการแข่งขันและฝึกซ้อมของนักกีฬา ขอให้เราลองพิจารณาว่าเราได้อะไรจากการแพ้ดังกล่าว ตามที่ทราบกันผลทุกอย่างที่เกิดขึ้น มาจากเหตุทั้งนั้น เมื่อเราไม่สามารถทำได้ตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อเราแพ้ตามกติกา เกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อที่เราจะได้หาทางป้องกัน แก้ไข และฝึกซ้อมเพื่อแก้ปัญหาต่างๆเหล่านั้น คำที่อยากเสนอคือ เราเรียนรู้อะไรจากการแพ้ตามกติกาที่เราแข่งขันกำหนด

การมองหาสาเหตุเพื่อแก้ปัญหา แก้ไข ฝึกซ้อมและพัฒนาส่วนที่ขาดดังกล่าว แนวคิดดังกล่าวนี้จะทำให้ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร นักกีฬาจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่รู้สึกท้อถอย ไม่รู้สึกในทางลบกับตัวเอง และมุ่งมั่นที่การพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และจะสามารถพาตัวเองเข้าใกล้เป้าหมายตามศักยภาพที่มีของตัวเอง และนั่นหมายถึงว่า “แพ้” ไม่ได้มีความหมายในทางลบเพียงอย่างเดียว

จึงขอเสนอแนะในตรงนี้ว่า ถ้าเราเปลี่ยนแนวคิดจาก ชนะ-แพ้ เป็น ชนะ-เรียนรู้ ในการแข่งขันกีฬา น่าจะทำให้จิตใจของนักกีฬามีความเข้มแข็ง และพร้อมที่จะฝึกซ้อมและแข่งขัน เฉกเช่นความพร้อมทางด้านร่างกายและทักษะกีฬาที่ตัวเองเล่น

อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้จากความคิดในลักษณะนี้ ก็ต้องเรียนรู้จริงๆเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข และความรู้สึกในทางลบจากการแพ้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประโยชน์ซะทั้งหมด มีนักกีฬาหลายคนที่ความคิดที่เป็นลบก็สามารถกระตุ้นให้นักกีฬามีความมุ่งมั่นตั้งใจได้เช่นกัน แต่จากผลการวิจัยยังพบอย่างต่อเนื่องว่าการเรียนรู้และความรู้สึกในทางที่ดี ในทางบวก และมุ่งที่จะพัฒนาคนจากจุดเด่นและจุดแข็ง (Seligman & Csikszentmihalyi, 2000) จะมีผลต่อความสำเร็จของนักกีฬามากกว่าความคิดในทางลบ หรือไม่เก่ง ไม่มีความสามารถ หรือพ่ายแพ้

ผศ. ดร. นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา