กีฬารักษาชีวิต

กีฬารักษาชีวิต

ความที่ทั่วโลกเมื่อสองปีก่อนมันคือ “นรกบนดิน” ชัดๆ นั่นเพราะเจ้าโรคร้าย “COVID-19” มันเล่นงานทุกประเทศไม่เว้นแม้โซนที่เรียกตัวเองว่า “มหาอำนาจ” ของโลก ไล่เรียงจากเอเชียไปยุโรปลิ่วเข้าอเมริกาแล้ววนมาอีกหลายประเทศเขาเอาอยู่แบบใช้ยาแรงนั่นคือถ้าผู้นำเขาบอกว่าซ้ายก็หันพร้อมกันหรือขวาก็มาพรึมจะเดินหน้าถอยหลังได้หมดสุดท้ายก็อย่างที่เห็นบ้านเขาเมืองเขาลุกขึ้นได้ก่อนใครเพื่อน ออกตัวไปแล้วโดยไม่นึกถึงอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างถูกจัดการแบบมีระบบที่เขาคิดว่าดีที่สุดที่เขาจะให้ประเทศเขาได้ แล้วเป็นไงโรคร้ายสงบผู้คนออกมาทำมาหากินรายได้ของประเทศเริ่มเข้าที่เข้าทาง…บอกตรงๆ นะผมเองแบบชอบวิถีของผู้คนเขานะ “เอาไหนเอากัน” มันเวิร์คครับ…เราเองก็อยากจะทำนะแต่รอไปก่อนของแบบนี้ต้องรอไปอีกนานกว่าจะรู้จักคำว่า “เห็นแก่ส่วนรวม”…คิดแล้วมันเจ็บจี๊ดเลย

เราเห็นหลายชาติในซีกโลกตะวันตกเขาออกมาใช้ชีวิตเกือบจะเป็นปกติเหมือนเมื่อครั้งที่เรายังไม่รู้จักคำว่าตายเป็น “ใบไม้ร่วง” ไม่ว่าอะไรที่ผู้คนทำอยู่ทั้งเปิดประเทศดูกีฬากันเต็มสนาม เข้าอออกประเทศได้เกือบจะปกติ ลองดูแล้วกันอีกราวเดือนครึ่งเมื่อปีใหม่มาอะไรมันจะเกิดขึ้นจะร่วงหรือรอดคอยเอาใจช่วยกันต่อไปก็แล้วกัน บอกตรงๆ นะในช่วงที่COVID-19 มันเล่นงานบ้านเมืองเราเสียงอมพระรามหากผมไม่เริ่มอะไรมาก่อนหน้านั้นรับรอง “นรกมาเยือน” แน่นอนขอบอก ดีที่ในสโมสรที่ผมทำงานมีคุณหมอที่สนิทชิดเชื้อกันแล้วเป็นนักวิชาการโรคอุบัติใหม่ของ รพ. แถวสวนลุมพินี ท่านเคยคุยกันผ่านหูว่าอีกไม่นาน “COVID จะครองโลก” …ผมยังถามว่า “มันจะหนักขนาดนั้นเลยหรือครับ” ด้วยคำพูดที่ก้องอยู่ในหูผมก็หยุดทำอะไรต่อมิอะไรที่คิดไว้ คือหยุดลงทุนกันไปก่อน เงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดมันถูกเปลี่ยนไปเป็น “บ้าน” คือค่อยๆ ทำมันไปช่างบ้างผมบ้างได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น… “แบบว่านกน้อยทำรังแต่พอตัว” อะไรทำเองได้ก็ทำส่วนที่ทำไม่ได้ก็อย่าหาทำ  เคยโมโหช่างที่ไม่ยอมแก้งานเหล็กที่ผิดแบบไม่น่าให้อภัย…สุดท้ายลงมือเองอ๊อกเหล็กทั้งๆ ที่เคยมาก่อนเลยมันลงเอยที่ตาเหมือนมีเข็มทิ่มเป็นร้อยเป็นพันเล่ม…นอนก็ไม่หลับตาแดงเป็นนกกระปูดน้ำตาไหลเหมือนจะหมดตัวกว่าจะเช้าบอกได้คำเดียว “นรก” ชัดๆ…

ส่วนรายได้หากเป็นผู้คนที่มีกิจการเป็นของตัวเองป่านนี้คงต้องเตรียมตัวกระอักเป็นเลือดได้เลย ดีที่รายได้จากการเป็นครูสอนที่สโมสรยังคงเส้นคงวาก็เนื่องด้วยที่ผู้คนไปไหนไม่ได้ ดังนั้นที่ซึ่งมีความมั่นใจคือ “สนามกีฬากลางแจ้ง” ผมเองทำงานได้เกือบจะปกติรายได้ที่เคยมีมาก่อนหน้าบางเดือนก็เลื่อนขั้นโขอยู่ ทั้งๆมีค่าสอนหากไปเทียบกับนอกสโมสรอาจจะต่ำกว่ามากแต่ด้วยจำนวนชั่วโมงที่มากขึ้นเป็นเท่าตัวมันพารายได้ให้ขยับขึ้นมาเป็นเงา…นี่ถ้าไม่มีกีฬาเป็นอาชีพก็ยากที่จะรักษาชีวิตไว้ได้ถึงปัจจุบันแต่เพลานี้ประเทศก็จะเปิด ชีวิตเริ่มมีแสงสว่างโครงการที่คิดไว้ก่อนหน้าคงมาอีกแน่นอน

อย่างไรเสียมนุษย์ลุงอย่างครูไก่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแทบทั้งชีวิตจะลำบากอีกนิดจะเป็นอะไรไป…ว่ามั้ยครับ  

ครูไก่