สร้างอะไรเป็นมรดกกันดี สำหรับกีฬากอล์ฟ

สร้างอะไรไว้ให้รุ่นหลัง เพื่อเป็นมรดกกันดี สำหรับกีฬากอล์ฟ

ถ้ามีคำถามนักกอล์ฟคนเก่งของไทยเราที่กำลังแข่งขันอยู่ในแอลพีจีเอ หรือพีจีเองจากคนต่างประเทศว่า“อยากเก่งเหมือนคุณจะไปเรียนได้ที่ไหนในประเทศไทย”

ท่านคิดว่า นักกอล์ฟเราจะตอบได้ไหมครับ มีที่ไหนจะมาเรียนได้บ้าง

ที่จะมาเรียนได้สำหรับคนต่างประเทศ ต้องมีความพร้อมเรื่องที่พัก ไม่ต้องเดินทาง มีอาหารทานทุกมื้อ มีคนสอน(เก่ง,ดี)อยู่ตลอดเวลา มีสถานที่ฝึกที่เอื้ออำนวย มีสถานที่ออกรอบ มีเพื่อน และสามารถสื่อสารได้กับทุกๆคน

คำตอบคือ “ไม่มี” ไม่รู้จะแนะนำที่ไหน

แต่ทำไมเด็กไทยเราถึงเก่งได้ 

เก่งเพราะพ่อแม่ยอมลงทุน เป็นคนยอมพาไปซ้อม ไปแข่ง โปรตรงไหนดีพาไปหา

แต่สถานที่ที่จะปล่อยลูกไว้ได้อย่างปลอดภัย สบายใจ มีครบทุกอย่าง พ่อแม่ไม่ต้องเสียการเสียงาน…ยังไม่มี

ที่ผ่านมาผมก็พยายามทำหลายรูปแบบ เพื่อดูแลแทนพ่อแม่ แต่ก็ไม่พร้อมทุกอย่าง ต้องลำบากใช้รถขนเด็กๆ ไปออกรอบ เดินทางไปกลับคิดตลอดว่าเสี่ยงมาก เพราะโปรที่ไปสอนก็เหนื่อย ต้องมาขับรถให้ ถ้าง่วงขับรถไปเกิดอุบัติเหตุละก็เรื่องใหญ่

สนามที่ใช้ในการออกรอบ ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษมาก เสียค่ากรีนฟีถูกหน่อย แต่ก็ต้องจ่ายค่าแคดดี้และทิปสูง จะแบกถุงเอง หรือลากรถก็ไม่ได้ ที่ซ้อมก็น้อย

มีบางคนที่พยายามทำที่พักอยู่กับสนามไดร์ฟ มีสนามให้ออกรอบสัก 3 หลุม แต่ต้องนั่งรถไปอีกถ้าจะออกรอบ 18 หลุม ปัญหาที่เห็นคือ สิ่งที่จำเป็นที่ต้องใช้ซ้อมเช่นกรีนซ้อมพัตต์ ซ้อมชิพ มีน้อย และที่สำคัญไม่ยอมจ้างโปรในราคาที่แพง ทำให้ไม่ได้โปรที่เก่ง และรับผิดชอบแบบสุดๆ เขาก็ทำตามจ๊อป ทำเสร็จก็เสร็จ ส่งผลให้เด็กไม่พัฒนา ขาดแรงจูงใจ เนื่องจากมีโปรแกรมไม่แน่นพอ ทำให้เด็กมีเวลาว่างมากเกินไป และมีพฤติกรรมตามเพื่อนในทางที่ไม่ดี 

สนามกอล์ฟในเมืองไทยเรา จะหาเจ้าของสนามหรือผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กับการอยู่ในโลกอุตสาหกรรมกอล์ฟอย่างชาญฉลาดมีน้อยมาก จนดูเหมือนแทบไม่มี

รวมถึงพวกตัวแทนขายไม้กอล์ฟ หรืออุปกรณ์ เสื้อผ้าก็ไม่มี ได้แต่คอยขายกันอย่างเดียว

อะไรเรียกชาญฉลาด การชาญฉลาดที่ว่าคือ การสร้างฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการช่วยกันสร้างประชากรกอล์ฟใหม่ๆให้เกิดขึ้น

จะรอให้ใครเป็นผู้สร้าง ก็ในเมื่อพวกคุณๆจะได้ประโยชน์ในขั้นสุดท้าย เพราะมีคนเล่นกอล์ฟเขาก็ต้องซื้อเสื้อผ้า ซื้ออุปกรณ์ เปลี่ยนอุปกรณ์ ต้องออกรอบ พวกคุณก็ควรจะต้องคิดสร้างเอง

การสร้างลูกค้าที่ว่าต้องพิจารณาระยะสั้น ระยะยาว ทำอย่างไรจะมีกลยุทธ์ที่จะทำให้มีคนหันมาเล่นกอล์ฟเพิ่มมากขึ้น

กลยุทธ์อย่างหนึ่งคือ ทำอย่างไรจะให้ได้คนทั่วไปที่ยังไม่ได้เล่นกอล์ฟเห็นว่า กอล์ฟไม่แพง ไม่ได้ใช้เวลามาก กอล์ฟมีประโยชน์ต่อการออกกำลังกาย กอล์ฟช่วยสร้างสังคม สร้างมิตรภาพ สร้างโอกาสให้กับเยาวชน สร้างโอกาสให้กับนักกอล์ฟอาชีพ

กลยุทธ์อย่างแรก คือร่วมมือกับโปรสอนกอล์ฟ โรงเรียนสอนกอล์ฟ เพื่อสร้างนักกอล์ฟเด็กและเยาวชนให้เร็วและมากที่สุด

ให้ผู้ปกครองรับรู้ได้ว่า ให้ลูกเล่นกอล์ฟมันไม่แพงมากจนจับต้องไม่ได้ ไม่ใช่ดินแดนที่ทุกอย่างแพงไปหมด แค่เข้าไปเดินตามดูหรือให้ครูเข้าไปเดินสอนนักกีฬาก็ต้องเสียค่าเหยียบย่ำ 

ทำไมต้องสนใจเด็กและเยาวชน เพราะเด็กและเยาวชนคือผู้ใหญ่ในวันหน้าใช่ไหม วันนี้เขาเป็นเด็ก พอโตขึ้นเขาจะไปเป็นอาชีพอะไรก็ได้ แต่เขาเล่นกอล์ฟเป็น ตอนนี้เขาอาจจะยังไม่มีเงิน แต่วันข้างหน้าเขาอาจจะพร้อมที่จะเล่นกอล์ฟได้ 

ทำไมเด็กหนุ่มๆ ถึงไม่เริ่มต้นเล่นกอล์ฟหรือเริ่มเล่นน้อย เพราะเพิ่งจบ เพิ่งทำงาน เงินเดือนน้อย กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว เวลามีน้อย ต้องซื้อรถ ซื้อบ้าน มีครอบครัว มีลูกต้องเรียนหนังสือ รอทุกอย่างเข้าที่ก็ต้องมีทุกอย่างพร้อม ลูกโต ตอนนั้นก็อายุ 45 ขึ้น

นั่นคือสิ่งที่ผิดพลาดที่สนามกอล์ฟสูญเสียลูกค้าวัยรุ่น วัยทำงาน เพราะถ้าเขาเล่นกอล์ฟเป็น เขาไม่ต้องเสียเวลาไปเริ่มต้นฝึก เขาพร้อมออกเมื่อไรก็ได้ เขามีช่องทางการเล่นแล้ว

กลยุทธ์ต่อไป คือถามว่าการออกไปเล่นกอล์ฟจำเป็นต้องมีแคดดี้หรือไม่ คำตอบคือไม่จำเป็น สำหรับคนบางคน และจำเป็นสำหรับคนบางคน…แล้วทำไมคนบางคนที่เขาไม่ต้องการถึงต้องไปบังคับเขา

บอกว่าแคดดี้จะช่วยดูแลสนามไม่ให้สนามเสียหาย และช่วยให้แคดดี้มีงานทำ แล้วต่างประเทศที่ไม่มีแคดดี้มาร่วม 20 ปีแล้ว ไม่เห็นสนามเขาพังเสียหายเลย…เพราะคุณไม่เปลี่ยนแปลง อยู่กับกรอบความคิดเดิมๆ

หลายคนอยากออกรอบบ่อย โดยเฉพาะเยาวชน ที่มีพ่อแม่ หรือโค้ชไปด้วย ต้องเสียค่ากรีนฟี ไม่ได้แพงมาก (ถูกกว่าค่าแคดดี้รวมค่าทิปเสียอีก) เสียค่าแคดดี้ ค่าทิป (สรุปทำสนามเพื่อให้แคดดี้มีรายได้มากกว่าค่าสนาม…น่าขำไหม) เสียค่ารถกอล์ฟ รวมแล้วเกือบ 2,000 บาท

แล้วควรทำอย่างไร ก็ให้คนเลือกว่าจะใช้รถกอล์ฟไม่ใช้แคดดี้ก็ได้ ถ้าเป็นเด็กไม่มีผู้ปกครองไปด้วยจะใช้รถอันนี้ต้องมีแคดดี้ขับให้ จะใช้แคดดี้ก็ได้ จะลากหรือสะพายถุงเองก็ได้ หรือจะให้ผู้ปกครองหรือโค้ชเป็นแคดดี้ให้ก็ได้ อันนี้คิดค่าธรรมเนียมได้ไม่มีปัญหาแต่ก็ไม่ต้องแพงมาก เปิดออฟชั่นให้เลือกไปเลย

แล้วจะทำอย่างไรกับสนาม ก็ให้ความรู้คนเล่นไปว่าต้องมีถุงทรายต้องช่วยดูแลสนามเหมือนมีแคดดี้รับรองว่าคนเหล่านี้ปฏิบัติได้แน่นอน พวกเล่นพนัน พวกอาเสี่ย เขาต้องใช้รถใช้แคดดี้แน่นอน…แต่ผมกำลังพูดถึงว่า ให้โอกาสคนทั่วไปจับต้องกอล์ฟให้ได้ให้ง่ายเข้า ทำตลาดทุกๆกลุ่ม

กลยุทธ์อีกข้อหนึ่งคือ ต้องมีราคาขายสำหรับผู้ที่อยากเล่น 6 หลุม 9 หลุม 12 หลุม 18 หลุม หรือ27 หลุมก็สามารถทำได้ตามเวลาที่เขามี

รู้ว่าสร้างสนามมันแพง รู้ว่าลงทุนเยอะ ค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ที่บอกว่ามันต้องชาญฉลาดในการสร้างลูกค้าให้มากขึ้น ให้คนมาเล่นเยอะเต็มแม็กที่รับได้ต่อวัน คุณไม่แฮปปี้หรือ ทุกอย่างทำได้หมด ไม่ใช่เริ่มต้นก็บอกว่าทำไม่ได้ 

สร้างคนในพื้นที่ก่อน ทำหลายๆราคา พวกโปรสอน โปรแข่งต้องมีราคาพิเศษจริงๆ ไม่ต้องคิดมาก แล้วขอความร่วมมือกับเขากับการสร้างนักกอล์ฟ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำได้หมดกับการกำหนดราคา ขอให้มีดาต้าเก็บไว้ 

ช่วงโควิดที่ผ่านมา มันบ่งบอกได้ว่า หวังพึ่งคนต่างชาติที่จะมาเล่นกอล์ฟ พอไม่มีมา

สนามก็ขาดรายได้ ดรั๊มป์ราคากันกระจุยเพื่อดึงลูกค้าที่มีกระจุกเดียวของประเทศไทยไม่กี่แสนคน นี่คือผลของการไม่ได้ทำสนามกอล์ฟแบบชาญฉลาด

ผู้บริหาร หรือผู้นำ ผู้รับผิดชอบในวงการกอล์ฟ ก็ไม่ได้แสดงบทบาทและทำหน้าที่ให้เต็มที่กับวงการกอล์ฟ นโยบายของกีฬากอล์ฟของประเทศที่มีโอกาสมากมายไม่ได้ถูกสร้าง โดยเฉพาะการสร้างนักกีฬาเยาวชนรุ่นใหม่ การส่งต่อไปสู่อาชีพ ทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยกำลังของผู้ปกครองเป็นส่วนใหญ่ มีได้บ้างกับเศษเงินของรัฐ และของเอกชนที่สนับสนุน

ใครเห็นด้วยกับผม ก็ช่วยลุ้นกันกับผมให้ทำสนามกอล์ฟเพื่อการเรียน การฝึก สร้างอาชีพ สร้างนวัตกรรมให้กับเยาวชน คนทั่วไป ได้เล่นกอล์ฟในราคาที่จับต้องได้ จะทำให้ดูว่าไม่ได้ทำสนามเพื่อคอยให้คนมาตีกอล์ฟอย่างเดียวมันอยู่ได้ มีกำไรเป็นอย่างไร

แล้วมาช่วยร่วมผมลงทุนสร้างความฝันให้เป็นจริงนะครับ เพื่อเป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลาน และเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย

เมื่อถึงตอนนั้นจะแจ้งให้ทราบครับ

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์