กีฬากับธุรกิจ

กีฬากับธุรกิจ

เรื่องของเงินๆ ทองๆ มันไม่เข้าใครออกใครจากประโยคที่ว่า “มีเงินเขานับว่าน้อง มีทองนับว่าเป็นพี่”… “พอหมดเงินหมดทองก็หมดน้องหมดพี่” ทุกคำที่เขียนผมก็จำเขามาอีกทีแล้วไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นผู้พูดเป็นคนแรก…แต่ที่แน่ๆ ไม่รู้จะนานเนแค่ไหนมันก็ยังใช้ได้อยู่เสมอยิ่งเวลานี้ที่โลกกำลังเผชิญความมืดดำของ COVID -19  ครอบคลุมอยู่ดูเหมือนทั้งเงินและทองยิ่งหายากหาเย็นกันจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม “THE SHOW MUST GO ON” ทุกอย่างต้องเดินหน้ากันต่อไป ในแวดวงของกีฬาที่ถือว่ามันมีมูลค่ามากมายมหาศาลแล้วเป็นกันทั่วทั้งโลกต้องยกให้ “ฟุตบอล” เขาไป การที่ชาติใดชาติหนึ่งจะได้เหรียญทองในโอลิมปิกที่ผ่านมามันไม่สามารถสยบข่าวของการย้ายทีมของ “เมสซี่” ได้เลยจากที่ตัวของ “เมสซี่” เองได้มามีชีวิตอยู่กับทีม Barcelona ตั้งแต่อายุ 13 ปี ถึงเวลานี้ปาเข้าไป 23 ปี ใครก็ต้องคิดอย่างเดียว “ม้วนเดียวจบกับ Barcelona ชัวร์” สุดท้ายไม่น่าเชื่อด้วยจำนวนค่าจ้างที่มหาศาลของนักฟุตบอลในทีมทำให้เกิดสภาวะขาดดุลของทีมแล้วยังมีกฎ “Financial fair play” เข้าไปด้วยแล้วยิ่งจมบาดาลเข้าไปกันใหญ่… ขนาดเมสซี่ยอมลดค่าเหนื่อยเหลือแค่ครึ่งเดียวยังไม่รอดสุดท้ายก็ต้องย้ายทีมไปเล่นให้กับทีมใหญ่ในฝรั่งเศสเสียแล้ว…

การจากไปของ “เมสซี่” มันทำให้มูลค่าของทีมจากแคว้น “คาตาลัน” ทีมนี้ลดน้อยลงไปถนัดใจ ในขณะเดียวกันทีมที่ได้ตัวเขาไปมูลค่าของทีมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนความจริงทีมในฝรั่งเศสหากเทียบชั้นกับอีกหลายทีมในอีกหลายประเทศในยุโรป ฝรั่งเศสไม่ขลังพอที่จะเป็นทีมยืนหนึ่งได้เลย ทั้งทีมในอังกฤษ สเปน หรือ เยอรมนี ฝรั่งเศสเองก็ยังเป็นรองอยู่ดี แต่การเดินทางย้ายทีมของ “เมสซี่” ครั้งนี้มันทำให้วงการฟุตบอลของเมืองน้ำหอมถูกจับตามองมากขึ้น รวมถึงเม็ดเงินที่เคยมีอยู่เบาบางหากเทียบกับประเทศอื่นในสายเดียวกัน มันจะกลับมาสู่ทีมในฝรั่งเศสกันบ้าง…

เรื่องนี้บางท่านอาจจะมองว่ามันจะเป็นไปได้งาย…มันเป็นไปได้ครับเพราะการมีทีมเหย้าและทีมเยือนนั่นแหละครับคือตัวแปร จากเมืองที่ครูไก่เคยไปทำมาหากินอยู่ใน Spain ทีม Malaga เป็นทีมเล็กๆ ที่อยู่ในลาลีการ์ของสเปนพอมีทีมใหญ่ๆ มาเยือนทีหนึ่งร้านรวงเงียบกริ๊บ ผู้คนแห่แหนกันไปดูนักเตะที่มีชื่อเสียงกันหมดขนาดเมือง “Marbella” เป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเลที่มีชื่อเสียงยังเงียบกริ๊บ เป็นแบบนี้ทุกทีปาย…เรื่องเงินรายได้ของทีมส่วนหนึ่งต้องพึ่งพาจากบรรดาสาวกพันธุ์แท้หรือเทียมนี่แหละครับ…

กลับมาบ้านเราวงการกีฬาที่ต้องพึ่งพาเม็ดเงินจากภาครัฐและเอกชนเป็นหลัก ตอนนี้ทั้งคู่พากันเจียนไปเจียนอยู่ แล้วนักกีฬาจะอยู่กันอย่างไรจะออกไปไหนกันที่มันต้องใช้เงินทั้งนั้น แล้วจะเก็บคะแนนสะสมแต้มเพื่อลุ้นการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นมันก็จะยิ่งยากเข้าไปอีก ดังนั้นกีฬาในโอลิมปิกคราวหน้ากีฬาที่น่าจะจองที่นั่งก็ต้องเป็นอาชีพแน่นอน ส่วนจะมีอะไรบ้างก็ดูเอาอะไรยืนอยู่เป็นเก็บสะสมแต้มสะสมเงินอยู่เสมออย่างอื่นก็ต้องเก่งจริงหรือเรารับหน้าเสื่อจัดเองนั่นแหละพอมีโอกาสบ้าง ดังนั้นกีฬาธุรกิจมันใกล้ชิดกันจริงๆ…

ครูไก่