จับตาท่องเที่ยวกับกีฬา

จับตาท่องเที่ยวกับกีฬา

ในบรรดากระทรวงที่ประเทศเรามีต่ออยู่จะมีชื่อของกระทรวงที่อ่านแล้วเข้าใจได้ทันทีทันใดก็เห็นจะชัดเจนสุด ๆ ก็ “ท่องเที่ยวและกีฬา” แค่ชื่อก็ไม่ต้องแปลหรือคิดให้ปวดสมอง นั่นเพราะชื่อบ่งบอกถึงกิจกรรมหรืองานที่กระทรวงนี้ดูแลอยู่ “ท่องเที่ยว” พอได้พบเจอคำนี้ทุกคนนึกออกว่ามันคืออะไรหรือถ้านึกไม่ออกในเชิงลึกก็ต้องมีความเข้าใจกันอยู่บ้างว่า “ท่องเที่ยว” มันควรจะมีที่มาที่ไปขนาดไหน แล้วรวมถึงรายได้ของกิจกรรมของกระทรวงนี้จะเข้าทางไหนบ้าง หรือใครจะทำอะไรที่มันวิจิตรพิศดารเข้าไปอีกก็เป็นเรื่องดีต่อส่วนรวมของประเทศ เพราะยิ่งมีกิจกรรมมากขึ้นเท่าใดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่นักท่องเที่ยวพากันออกมาจับจ่ายใช้สอยในยามนี้ประชาชนก็จะได้รับไปเต็ม ๆ…

เราพูดถึงการท่องเที่ยวกันไปแล้วทีนี้เรามาดูกีฬากันบ้าง เมื่อสองกิจกรรมหรือสองงานนี้ได้มาอยู่ในกระทรวงเดียวกัน มันจะต้องมีการวางแผนกันระยะยาวกันโขแล้วยิ่งเป็นเรื่องของ “กีฬา” มันจะทำอย่างไรให้ผู้คนรู้จักกีฬาของไทยกันได้มากกว่าที่เราเห็นอยู่ เราลองมาเจาะลึกลงไปแต่ละชนิดกีที่เป็นเรื่องยอดฮิตของคนทั้งโลกกันเลย พอส่องกล้องลงไปก็ยังไม่ได้เห็นอะไรที่เราจะพอไปต่อกรกับเขาได้ทั้งบู้ทั้งบุ๋น ว่ากันทุกตารางขุมขนของนักกีฬาเราเป็นฝ่ายตามประเทศในอีกซีกโลกอยู่หลายปี เราจะเอาอะไรไปสู้กับเขามันแทบจะปิดประตูได้โงหัวขึ้นมาสู้กับเขาได้เลยก็ว่าได้…

ลองมองถึงกีฬาที่ถือว่าไทยเราเป็นเจ้าในกระบวนเพลง มันก็ต้องยกให้ “มวยไทย” อันเป็นศิลปะประจำชาติที่สืบต่อกันมายาวนานเป็นร้อย ๆ ปี แต่จะว่าไปสนามมวยเวทีมาตรฐานในอดีตก่อนโควิด-19 จะระบาดหากจะเก็บรายได้จากค่าเข้าชมของคนรักมวยจริง ๆ ป่านนี้ “เจ๊ง” กันไปนานแล้วแต่นี่ “เมื่อใดก็ตามที่คนเข้าไปชมการต่อสู้บนสังเวียนเลือดแล้วคุณจะได้รับการยกเว้นในการเล่นพนัน” หากไปเล่นที่อื่นที่ไม่ใช่สังเวียนที่ว่ามาก็คุกลูกเดียว แต่พูดไปทำไมมีด้วยลำพังคนดูอย่างเดียวมันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการจะมีก็เพียงรายการใหญ่ ๆ สองหรือสามรายการเท่านั้นที่พอหายใจหายคอกับเขาได้ แต่ถ้าเป็นรายการเล็ก ๆ ทั้งลุมพินีและราชดำเนิน ส่วนมากขาดทุนป่นปี้ทั้งนั้นและในอดีตทำไมถึงอยู่ได้กันรึท่าน….? คำตอบคือ “นักท่องเที่ยว” หรือภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า “รถทัวร์ยางแตกหน้าสนาม” เลยทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามากันเป็นร้อยในบางรายการ ถ้าจำไม่ผิดอัตราของค่าเข้าชมของนักท่องเที่ยวเนี่ย 2,500 ต่อหัว… (ในอดีตที่ลุมพินีอยู่ที่เดิม) แต่ตั้งแต่โควิดระบาดนี้กิจกรรมของมวยไทยที่จะได้ทำมาหากินก็ชะงักลงมาเป็นเวลานานนักมวยบางคนก็หันเหเร่ไปทำมาหากินอื่นเสียฉิบหรือใครที่มีค่าตัวสูงเมื่อสมัยดัง ๆ แล้วเก็บหอมรอบริบไว้ เงินที่ว่าคือลมหายใจในยามนี้…

ที่ต้องเขียนถึงเรื่องนี้เพราะคำว่า “กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา” มันควรมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ เอาเป็นว่าคราวหน้าจะว่าให้ฟังกันต่อ…แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับคราวหน้าจัดเต็มพิกัด…ขอบอก

ครูไก่