เปิดฉากสู่ความมั่นใจ

เปิดฉากสู่ความมั่นใจ

คนกีฬามีโอกาสเฮกันลั่นบ้านลั่นเมืองก็เนื่องด้วยวินาทีสุดท้ายที่เราได้มีโอกาสดู “ฟุตบอล” ที่เป็นรองก็แค่ “ฟุตบอลโลก” เท่านั้นเอง ครูไก่กำลังจะกล่าวถึง “ฟุตบอลยูโร” ตามชื่อครับ คนไทยมีความสุขกันถ้วนหน้าก่อนยูโรระเบิดศึกไม่กี่นาที “ฟุตบอลยูโร” ก็เป็นเฉพาะคนยูโรเขาเท่านั้นที่ลงฟาดแข้งกัน สุดยอดทีมในทวีปนี้ถ้าเป็นสโมสรอาชีพที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกคลั่งไคล้มันถูกบรรจุอยู่ในแทบทุกประเทศในทวีปนี้ ส่วนใครจะไปค้าแข้งค้าเกือกกับทีมไหนก็ตามความเก่งกาจของเขาเอง และในหลายทีมก็มีนักเตะจากทวีปอื่นเข้ามาด้วยเหมือนกัน แล้วมักเป็นตัวแม่เหล็กที่จะคอยดึงดูดบรรดาสาวกของทีมให้เหนียวแน่นคงทน ถาวร ฯลฯ กันต่อไป…

กลับมาที่บ้านเราก่อนหน้าคนไทยอดดูแน่นอนกัน “ยูโร” คราวนี้ เพราะไม่มีสปอนเซอร์รายใดยื่นมือเข้ามาเลย เม็ดเงินคร่าว ๆ ราว 300 กว่าล้าน ความจริงทางรัฐบาลก็สามารถจัดหามาได้ แต่ช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นการ “อภิปรายงบประมาณ” กันอยู่ หากเกิดเจียดเงินมาให้ “ยูโร” คราวนี้เท่ากับว่าทัวร์ลง “ลุงตู่” แน่นอนผมเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ แต่เสียงบ่นของ “ช่อง 3” น่าจะสองรอบในข่าวเช้าของ “เอกราช เก่งทุกทาง” มันมีผลจริง ๆ เม็ดเงิน 300 กว่าล้านกับค่าลิขสิทธิ์บางส่วนก็ถูกโอนไปยัง “ยุโรป” ที่เป็นแผ่นดินที่ใช้ฟาดแข้งของ “ฟุตบอลยูโร”…จากเหตุการณ์ของช่อง 3 คงไปเข้าหู “ลุงตู่” ท่านก็บ่น ๆ นิดหน่อยว่าอยากให้ประชาชนได้ดูฟุตบอลครั้งนี้…

 กว่าจะหาคนกล้ามาอุ้มฟุตบอลรายการนี้มันก็เป็นวินาทีสุดท้าย คือก่อนเปิดการแข่งขันนิดเดียวเอง “ผู้กล้า” ครานี้ก็เป็นกลุ่มที่อยู่แถวบางนาที่กล้าทำ เอาจริงนะครับกลุ่มทุนคราวนี้ผมเองยังมองไม่เห็นความเชื่อมโยงต่อธุรกิจพื้นฐานที่เขามีอยู่ แต่นี่เป็นเพียงวันแรกของการแข่งขันเท่านั้นเอง ยังเหลือเวลาอีกมากมายที่บรรดาผู้กุมบังเหียนของธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยในการถ่ายทอดสดถึงแม้จะดึกดื่นไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของคอฟุตบอลทั้งหลาย ทั้งคอประจำและคอเฉพาะกาล นี่นะหากเราให้รัฐเปิดเสรีทางการเล่นพนันฟุตบอล คือเปิดให้ถูกกฎหมายซะหมดเรื่องไปเงินกว่า 300 กว่าล้านบาทผมว่าเรื่องเล็ก สองวันก็ได้คืนแล้วจ้า แต่นี่ใครจะเล่นพนันขันต่อก็ต้องมุดลงใต้ดิน กำรี้กำไรก็ไปอยู่ที่เจ้ามือเสียหมด ส่วน “รัฐ” อดรับประทานเหมือนเดิม…ใครจะคิดอย่างไรไม่รู้แต่ตัวกระผมคิดแบบนี้แหละ

ต่อจาก “ฟุตบอลยูโร” ก็โผเข้าสู่ “เอเชีย” ของเรานั่นคือ “โอลิมปิก” อันเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกกันเลยทีเดียวเชียว แต่น่าสงสารปานจะขาดใจเพราะว่าประเทศที่เป็นเจ้าภาพครั้งนี้ถึงแม้จะเป็นประเทศที่เชื่อว่า “ระบบการจัดการ” ทุกอย่างในทุกกิจกรรมดีที่สุดบนโลก แต่ว่าคราวนี้ “ญี่ปุ่น” กำลังเจ็บหนักหนาจาก “โควิด-19” เหมือนกันประชาชนของเขาหลายเปอร์เซนต์ก็ไม่อยากได้ “โอลิมปิก” คราวนี้เหมือนกัน ส่วนไทยเราก็เป็นชาติหนึ่งที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมมหกรรมกับเขาด้วย ส่วนจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาหรือเปล่าก็เฝ้าดูกันต่อไป เอาใจช่วยทั้งนักกีฬาและญี่ปุ่นเจ้าภาพด้วยพร้อมกันไปเลย…

ครูไก่