การขอหรือบนบานศาลกล่าว กับการเล่นกีฬา

การขอหรือบนบานศาลกล่าว กับการเล่นกีฬา

เราจะสังเกตเห็นว่ามีการไปทำบุญ บนบานศาลกล่าว หรืออธิษฐานเพื่อขอสิ่งนั้นสิ่งนี้กันอยู่ตลอดเวลา แล้วก็รอว่าจะได้รับในสิ่งที่เราอธิษฐานหรือเปล่า ในการเล่นกีฬาก็มีนักกีฬาและทีมกีฬาก็ยังมีการดำเนินการกันอย่างต่อเนื่อง การทำในลักษณะนี้ช่วยได้จริงๆไหม ที่จะทำให้คนเราได้ในสิ่งที่อยากได้จากการขอ

ถึงแม้ว่าไม่มีสถิติออกมาอย่างเป็นรูปธรรมว่าการอธิษฐานหรือบนบานศาลกล่าวเพื่อต้องการให้ได้ในสิ่งที่อยากได้จะมีเปอร์เซ็นต์ของการได้ตามภาวนาอธิษฐานได้มากน้อยแค่ไหน แต่ผมคาดเดาว่าจะมีได้ตามขอน้อยกว่าไม่ได้

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) ได้กล่าวถึงเรื่องการอธิษฐานนี้ว่า ที่จริงแล้วการอธิษฐาน เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับคำว่าขออย่างสิ้นเชิง และท่านได้ขยายความว่า การอธิษฐาน ของเดิมหมายถึง “การตั้งมั่น เด็ดเดี่ยว มีจุดมุ่งหมาย จะทำให้สำเร็จ” เราอธิษฐานก็เพื่อตั้งใจ ตั้งจิตทำอะไรก็ตามที่จะนำไปสู่สิ่งที่เราอยากได้ โดยอาจจะมีพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพยาน ให้ท่านเป็นกำลังใจ เป็นมงคล เป็นเครื่องเตือนใจว่าจะต้องทำให้ได้ ดังนั้นถ้าเราได้แต่ภาวนา อธิษฐานโดยไม่ได้ทำ ไม่ลงมือทำ ไม่มุ่งมั่นทุ่มเท คำอธิษฐานจึงไม่สัมฤทธิ์ผล

ดังนั้นนักกีฬาที่อยากจะเล่นกีฬาให้สัมฤทธิ์ผลจึงไม่ใช่ที่เราแค่การตั้งจิตอธิษฐานและภาวนาให้เกิดโดยไม่ลงมือกระทำ ไม่มีนักกีฬาคนไหน ที่ประสบความสำเร็จโดยที่ภาวนาสาบานเพียงอย่างเดียว มีนักกีฬาทีมชาติหลายคน หลายทีมที่มีการไปภาวนาและอธิษฐานให้ตัวเองและทีมประสบความสำเร็จ แต่นักกีฬาดังกล่าวได้ทำการฝึกซ้อมมาอย่างหนักแล้ว ทุ่มเทและจริงจังตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดหลักการใดๆของหลักพุทธศาสนา และจิตวิทยาการกีฬา เพราะนักกีฬาเหล่านี้ภาวนาอธิษฐานเพื่อให้เกิดขวัญกำลังใจ ทำให้เกิดความตั้งมั่น เด็ดเดี่ยว มีและมีจุดมุ่งหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ และเพื่อให้เป็นมงคลให้กับตัวเองและทีม มากกว่าการขอให้ได้ผล

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลักการทางศาสนาหรือการเล่นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ การจะทำอะไรให้ดี ให้สำเร็จ จะเกิดได้ก็จากการมุ่งมั่นทุ่มเท ตั้งใจ มีความเด็ดเดี่ยวที่จะให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และไม่ใช่เป็นการขอโดยไม่ได้จัดการอะไร

ดังนั้นหากนักกีฬาและทีมกีฬาที่ยังคงมีการภาวนาและอธิษฐานเพื่อให้ผลงานที่ดี ก็ต้องเข้าใจหลักการนี้ และเมื่อนักกีฬาอยากที่จะทำเช่นนี้ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า เมื่อเราอธิษฐาน นั่นหมายความว่าเรากำลังขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มาเป็พยานว่า เราและทีมของเรา จะมุ่งมั่น ทุ่มเท ตั้งใจ อย่างเด็ดเดี่ยว และแรงกล้าเพื่อจะให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่เพื่อสบายใจและนั่งรอผลที่จะเกิดหรือไม่เกิดตามคำขอ คำอธิษฐาน

หากเรายังเข้าใจว่าการอธิษฐานยังเป็นเรื่องของการขออยู่ นั่นหมายความว่าน้ำหนักของการควบคุมให้เกิดผลสัมฤธิ์ยิ่งมีน้อยมาก ถ้าเราอยากให้สิ่งที่เราอธิษฐานเกิดขึ้นจริง เราต้องไม่ขอ แต่เราต้องทำให้เกิดขึ้นด้วยตัวของเราเอง ความมุ่มมั่น เด็ดเดียว อย่างตั้งใจให้บรรลุเป้าหมายคือวิถีทางที่ถูกต้องทั้งในแง่ของศาสนาและจิตวิทยาการกีฬา

หยุดการขอให้เราได้ในสิ่งที่อยากได้ มาเป็นการฝึกและปฏิบัติอย่างมุ่งมั่นทุ่มเท จริงจังกันครับเพื่อให้นักกีฬา ผู้ปกครองและโค้ชก็จะประสบความสำเร็จด้วยมือของตัวเองครับ

ผศ. ดร. นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
นายกสมาคมจิตวิทยาการกีฬาประยุกต์แห่งประเทศไทย