รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง 100%

รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง 100%

สวัสดีครับ คุยกับ ดร. อมร วันนี้ ผมมีเคล็ดลับความสำเร็จมาฝาก

ทำไมมนุษย์เราบางคนประสบสำเร็จมาก ๆ บ้างคนทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ? คำตอบคือ คนที่ประสบความสำเร็จ เพราะเขารับผิดชอบต่อชีวิตของเขาเอง 100%  ไม่ต้องมารอคนนั้นคนนี้มาช่วย ไม่กล่าวโทษใคร ไม่บ่น ทำไมฉันไม่รวยสักที ทำไมฉันไม่โชคดีเหมือนคนนั้น เพราะพ่อแม่ฉันไม่รวย ฉันจึงไม่มีโอกาสที่ประสบความสำเร็จ กล่าวอ้างว่า เพราะเรียนจบไม่สูงเหมือนคนอื่น เราคงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต

ผมเรียก 3 สิ่งนี้ว่า 3 ซาตาน

1. กล่าวอ้าง : Excuse

2. กล่าวโทษ : Blame

3. บ่น : Complain

เราจะทำอย่างไรถึงจะรับมือกับ 3 ซานตาน นี้ได้ และจัดการกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้ดีกว่าคนทั่วไป, อะไรทำให้คนประสบความความสำเร็จในชีวิตได้เร็วและง่ายกว่าคนอื่น ๆ ถ้าเราเข้าใจในสมการนี้ และปรับใช้ในชีวิตได้อย่างเหมาะสม ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่เป็นอุปสรรคของความสำเร็จ

ก่อนอื่นผมอยากให้ทุกคนได้รู้จัก สมการ ชีวิตนี้ก่อนนะครับ

E   +   R   =   O

E = Event : เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

R = Response : การตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

O = Outcome : ผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้น จากการ ตอบสนองของเหตุการณ์

ตัวอย่าง ในกีฬากอล์ฟ

E = Event เหตุการณ์ เราตีตกน้ำ

R = Response เราเสียใจ อารมณ์หงุดหงิด เสียใจ กล่าวโทษสนามกอล์ฟว่า ใครออกแบบสนามนี้ ทำไมน้ำเยอะจัง 

O = Outcome ผลลัพธ์ คือ ในหลุมที่ตกตีตกน้ำ และหลุมต่อไป สกอร์จะไม่ดีอย่างแน่นนอน และยังมีผลต่อ ๆ ไปในหลุมอื่นด้วย

เหตุการณ์ต่าง ๆ (E) ที่เกิดขึ้นในบางครั้งเราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ขณะแข่งขันกอล์ฟ ฝนตกหนัก ก๊วนติด อากาศร้อน ลมแรง คนส่งเสียงดัง หมอกลง โดนสัตว์ทำร้าย เป็นต้น แต่สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ ก็คือ การตอบสนองของเรา (R) เราต้องไม่ใช้อารมณ์ ควบคุมสติ สมาธิ คิด ตรึกตรอง วางแผน แก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น บางคนไม่ชอบตีขณะฝนตก กล่าวโทษฟ้าดิน บ่นตลอด ทำไมฝนต้องมาตกตอนนี้ เกิดอารมณ์หงุดหงิด เปียก แฉะ ตีไม่ได้ ผลลัพธ์ (O) คือ ตีไม่ได้ กลับบ้านด้วยอารมณ์ไม่ดี แพ้การแข่งขัน

ในทางกลับกัน ฝนตก (E) เราตอบสนอง (R) โชคดีจังเลย อากาศไม่ร้อนแล้ว อากาศเย็นสบาย เราไม่บ่น ไม่กล่าวโทษ ไม่กล่าวอ้าง กำจัด 3 ซาตาน ออกไปได้ เราอาจจะใช้วิธีคิดบวก หรือ วิธีอยู่กับปัจจุบัน มีสติ ไม่ไป คิดย้อนหลัง ทำไมฉันต้องตีตกน้ำด้วย รู้งี้ตีวางก็ดี หรือ รู้งี้เปลี่ยนไม้จะได้ตีให้ไกลกว่าเดิม

ผมขอยกอีกหนึ่งตัวอย่างในชีวิตประจำวัน

ขณะผมขับรถไปส่งลูกไปโรงเรียนในตอนเช้า  อยู่ดี ๆ มีรถเก๋งสีแดง มาปาดตัดหน้ารถผม E = เหตุการณ์ รถตัดหน้า R =  Response  ตอบสนอง ถ้าเป็นสมัยวัยรุ่น แน่นอนเลยว่าผมต้องบีบแตรด่า หรือไม่ก็รีบขับแซง แล้วปาดคืน ผลลัพธ์ O = Outcome อาจเกิดอุบัติเหตุ มีการชน การด่าว่ากัน  แต่ปัจจุบัน เมื่อมีรถยนต์ขับปาดหน้า ผมจะตอบสนองโดย พยายามตั้งสติ คิดในแง่ดี สงสัยว่ารถคันนี้ คนขับอาจจะมีเรื่องด่วน ฉุกเฉิน  มีคนไม่สบายในรถหรือเปล่า หรือ อาจจะปวดท้อง ต้องรีบไปห้องน้ำก็ได้ ผลลัพธ์ Outcome ก็คือ ผมขับรถส่งลูกถึงโรงเรียนอย่างแน่นอน

เมื่อวันก่อน มีคุณพ่อผู้ปกครองท่านหนึ่งมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับลูกสาวว่า ที่หลุม 1 ช็อตแรกลูกสาวตีลูกกอล์ฟแล้วไปชนต้นไม้ ทำให้ลูกกอล์ฟกระเด็นไปตกในรัฟหนา ซึ่งตีออกมาได้ค่อนข้างยาก ช็อต 2 ตี ตกน้ำอีก ตอนนี้ อารมณ์ สติ สมาธิ ของน้องไม่อาจควบคุมได้ R : Response ตอบสนองในทางลบ น้องเสียใจ กล่าวโทษตัวเองว่า ทำไมตีไปชนต้นไม้ ทำไมถึงตีตกน้ำ แบกอารมณ์อย่างนี้ไปอีกหลายหลุม แน่นอนครับ ผลลัพธ์ Outcome ในหลุมที่ 1 พาร์ 4 ตีออก 8 เลย และส่งผลให้วันนั้น คะแนนรวมออกมาไม่ดี, ในทางกลับกัน ถ้าคิดว่าโชคดีนะ ที่เพิ่งจะแค่หลุม 1 เรายังมีโอกาสแก้ตัวใหม่อีกตั้ง 17 หลุม ผลลัพธ์ก็คงจะออกมาอีกแบบ

สรุป ถ้าเราอยากได้ ผลลัพธ์ Outcome อย่างไร เราต้องรับผิดชอบต่อ การตอบสนอง Response ของเหตุการณ์ Event ที่กำลังเกิดขึ้น โดย ใช้ สติ สมาธิ และ ปัญญา อย่าให้ 3 ซานตาน เข้ามาครอบงำ กล่าวโทษ กล่าวอ้าง และบ่น ให้อยู่กับปัจจุบัน เมื่อการตอบสนองต่าง ๆ สามารถควบคุมได้ด้วยตัวของเราเอง ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างแน่นอน

ดร.อมร นันทวะกุล
Parent Sport Coach
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา สาขา Sport Management