เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องมาก

“เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องมาก”

การระบาดของโรค COVID-19 ที่ทางรัฐบาลบอกว่าเป็นการระบาด “ระลอกใหม่”… “ระลอกสาม”…หรือบางคนใช้คำว่า “ระลอกแล้วระลอกเล่า” มันจะใช้คำว่าอะไรก็คือการระบาดที่หนักและยืดเยื้อตามที่บรรดา “อาจารย์หมอหลายท่านให้ความเห็นมา” โดยเฉพาะอาจารย์หมอที่เป็นผู้อำนวยการโรคระบาดใหม่ที่อยู่แถวสวนลุมพินี ด้วยความที่มีความสนิมชิดเชื้อกันเป็นส่วนตัว ท่านได้บอกให้ครูไก่ได้ยินกับหูตัวเองว่า “ครูคอยระวังหลังสงกรานต์มันจะมีการระบาดครั้งใหญ่ที่ยากจะให้การดูแลได้ทั่วถึง” คำกล่าวนี้ผมได้ยินมาตอนต้นของการระบาดที่สมุทรสาคร(มหาชัย) คำถามที่ผมถามต่อคือ “มันมากมายขนาดนั้นเลยหรือครับ…แต่เรามีระบบที่ดูแลดีอยู่นะครับ”…คำตอบคือ… “มันจะมีคำว่าระบาดทั่วประเทศนะครู” นี่เป็นคำพูดที่ผมได้ยินจาก “อาจารย์หมอ” เล่นเอาหนาวลึก ๆ

คำแนะนำที่ท่านกล่าวคือ “เราต้องไม่มีสงกรานต์กันอีกหนนะ”… “แต่ถ้ามีสงกรานต์คราวนี้ผลที่ได้จะไม่เท่าผลเสียที่จะตามมา” เห็นจะจริงดังว่าคือเม็ดเงินที่บรรดาผู้คนที่กลับถิ่นฐานเดิมพาไปใช้จ่ายเวลานั้นมันเทียบไม่ได้กับเงินที่ต้องเสียไปในเวลานี้ นอกจากท่านจะร่ำเรียนแบบหนักหนามาเพื่อทำงานหนักกว่าเรียน ในแง่คิดมุมมองของท่านยังก้าวข้ามไปในอนาคตอีกต่างหาก ใช่แล้วครับความสุขเพียงไม่กี่วันพาประเทศพินาศไปเป็นนรกบนดินก็ไม่ปาน นี่หากเราขอให้งดความรื่นเริงในคราวนั้นชาติของเราคงงดงามกว่านี้แล้วยิ่งช่วงเวลาที่มีคนกำลังเพลียใจไร้ที่พึ่ง “พวกมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่านักการเมืองเขายังเล่นแง่เอาความดีเข้ากายแล้วเขี่ยความฉิบหายให้คนอื่น” ประโยคนี้ครูไก่รับผิดชอบหากใครคิดว่าหนักไปแต่ผมว่ามันน้อยไป มันจะอะไรกันนักหนากับการกระจายวัคซีนสู่ประชาชนคงต้องรอให้ตายกันก่อนรึเปล่า… “คือให้โรคคัดกรอง” หรืออย่างไร

เขียนเรื่องนี้แล้วขึ้นเลย…ใครจะทำอะไรก็เอาให้มันชัดเจนผู้คนเขาจะได้วางแผนว่า “พวกเราจะได้ทำอะไรกันต่อไปดี”…ระยะนี้นะทัวร์ลงที่กระทรวงที่รับผิดชอบกับสุขภาพของผู้คน…เห็นจ้าวกระทรวงโดนเด้งหน้าเด้งหลังเป็นลูกชิ้นนายใบ้แล้วเบื่อจริง ๆ …ฟังนะ… “ช่วยมือไม่พายก็อย่าเอา…ราน้ำ” ที่เว้นวรรคไว้ใครจะใส่อะไรลงไปก็จัดเอาเอง แล้วเมื่อวันก่อนเห็นข่าวพวกเดินสารให้พรรคโน้นลาออกพรรคนี้ลาออก…ถามจริงมันใช่เวลาหรือเปล่า…หือ…ถ้าหากไม่มี “รัฐบาลแล้วไซร้ใครจะมาดูแลผู้คน” มันเอาอะไรคิดกันหว่า…ฉันจะบ้าตาย…สมองนะสมองคิดหน่อยนะก่อนจะทำอะไรลงไป

“รักจะยิ่งใหญ่อย่าได้หน้าบางกันเลย”

ตอนนี้นะเรากู้เงินกันครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จำนวนเงินเท่าไหร่กันเข้าไปแล้ว ถ้าเอาจำนวนเงินที่เสียไปกับ COVID-19 ที่เกือบจะเข้าปีที่สอง แลกมาเป็นแบงค์ 1,000 กันอย่างเดียว มันจะต้องเอารถไฟมาใส่กันสักกี่ตู้… เอาแบบนี้ดีกว่าเดี๋ยวนี้ทั่วโลกเขาก็จัดเต็มกันหมดกับการพนันที่ “ถูกกฎหมาย” นั่นหมายถึงเอาสีดำสีเทามาเกลาให้เป็นสีขาวให้หมด เมื่อมีการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมา รัฐเองก็จะได้มีรายรับจากสายนี้… บอกได้ว่าเงินที่เราต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาหากมี “อบาย…สีขาว” รับรองว่าอีกกี่รอบก็มาเลย COVID-19 ถ้ามีสายป่านยาวเราก็สบาย… ที่เขียนเช่นนี้หาได้จะวัดกับใคร ๆ เขาก็เปล่าเลย เพียงแต่เคยเห็นคนที่มาทำมาค้าขายในเมืองไทยโดยย้ายมาจากข้าง ๆ ประเทศเรานี่แหละ ขายส้มตำน้ำตกไปแทงหวยออนไลน์กันไป ด้วยความที่อยากรู้ก็ถามว่า “หวยอะไร”…ถามเหมือนโง่อย่างไรไม่รู้นะ…คำตอบคือ “หวยลาว”…แต่ออกเวียดนามแถมออกวันละสองรอบเข้าไปอีก…แทงทางไลน์จ่ายเข้าทางไลน์เข้าไปอีก นี่มันรากหญ้าต่างชาติยังจัดเต็มแบบนี้แล้วรากหญ้าแบบไทยจะไม่ใส่ใจก็ให้มันรู้ไป…เอาเถิดครับอย่าหน้าบางกันนักหนาเลยหรือกลัวใครทำได้จะได้ใจประชาชนเขาไป…ผมเองไม่ชอบเรื่องพรรณนี้ถ้าไฮโลไม่เปิดถ้วยแทง “ไม่เอาแน่นอน”

ครูไก่