เฮนเดอร์สัน เฉือน คอร์ดา ที่แอลเอ

เฮนเดอร์สัน เฉือน คอร์ดา ที่แอลเอ

บรู๊ค เฮนเดอร์สัน สาวแคนาดาหวดรอบสุดท้าย 4 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วันจากที่ตาม 4 สโตรก แซงชนะ เจสสิกา คอร์ดา สาวอเมริกัน 1 สโตรก คว้าแชมป์ แอลพีจีเอ ลอสแองเจลิส โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 47 ล้านบาท ณ สนามวิลเชียร์ คันทรีคลับ ในแอลเอ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

บรู๊ค เฮนเดอร์สัน นักกอล์ฟวัย 23 ปีมือหกของโลกจากแคนาดา ทำสกอร์รวมสี่วัน 16 อันเดอร์พาร์ 268 คว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการที่ 10 ในอาชีพ แต่เป็นการกลับมาชนะครั้งแรกนับจากชัยชนะในรายการไมเจอร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่มิชิแกน เมื่อปี 2019

“ฉันรู้สึกว่าสามารถเล่นกอล์ฟได้อย่างยอดเยี่ยม” เฮนเดอร์สัน กล่าว “เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจจะไม่ใช้เวลาของฉัน มันเป็นเรื่องที่ดีมากที่คว้าชัยชนะและสร้างความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง”

ในรอบสุดท้ายที่ วิลเชียร์ คันทรีคลับ ในแอลเอ เฮนเดอร์สัน เก็บเข้ามาอีก 6 เบอร์ดี้ ซึ่งรวมถึงการชิพอินเบอร์ดี้ที่หลุม 12 พาร์ 3 ทำให้เธอแซงหน้า เจสสิกา คอร์ดา จ่าฝูงตอนออกสตาร์ทรอบสุดท้าย และ โค จินยัง นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกชาวเกาหลีใต้ ที่ร่วมก๊วนเดียวกันในวันสุดท้าย

ตอนที่ผ่านเก้าหลุมแรกของรอบสุดท้าย เฮนเดอร์สัน มีอยู่ 2 อันเดอร์พาร์ และขยับขึ้นมานำเดี่ยวด้วยเบอร์ดี้พัตต์ระยะสั้นที่หลุม 11 ก่อนจะหนีห่างเป็น 2 สโตรกจากการชิพอินเบอร์ดี้ที่หลุม 12

“จริงๆแล้วฉันผิดหวังทีเดียวที่ทีช็อตหลุม 12 ไม่ออนกรีน” เฮนเดอร์สัน กล่าว “แต่โชคดีที่ระยะที่จะถึงธงนั้นมีพื้นที่ให้ลูกตกค่อนข้างเยอะ ซึ่งการชิพอินทำเบอร์ดี้ได้นั้นเป็นการเปลี่ยนโมเมนตั้ม ซึ่งบางทีอาจจะเป็นจุดผกผันที่ทำให้ฉันชนะการแข่งขันในวันนี้”

นักกอล์ฟสาวจากแคนาดาเก็บอีกเบอร์ดี้ที่หลุม 14 และตอนที่เหลืออีกสองหลุมสุดท้ายของการแข่งขันนั้นเธอนำการแข่งขันอยู่ถึง 3 สโตรก

ทว่า เฮนเดอร์สัน อดีตแชมป์เมเจอร์กลับเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้เมื่อเธอพลาดออกโบกี้ที่หลุม 17 และ คอร์ดา ก็สร้างความกดดับด้วยการทีช็อตที่หลุม 18 พาร์ 3 เข้าไปใกล้ธงและเก็บเบอร์ดี้สำเร็จ ส่วน เฮนเดอร์สัน ตีทีช็อตตกกรีน

อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน นักกอล์ฟสาวจากสมิธส์ ฟอลล์ส ในออตาริโอ ประเทศแคนาดา โชว์ความนิ่งด้วยการชิพกลับขึ้นมาออนห่างธงประมาณ 3 ฟุต และขึ้นมาพัตต์เซฟพาร์คว้าแชมป์ไปครองสำเร็จ

ทางด้าน เจสสิกา คอร์ดา นักกอล์ฟสาวอเมริกันเจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 6 รายการ ซึ่งนำการแข่งขันมาตลอดในสามรอบแรก เข้ารอบสุดท้ายตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 72 รวมสี่วันจบอันดับสองด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 269

โค จินยัง มือหนึ่งโลกจากเกาหลีใต้ ที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยการตามหลัง คอร์ดา เพียงสโตรกเดียว ก็มีปัญหาในการสร้างโมเมนตั้มเช่นเดียวกัน ก่อนจบรอบสุดท้ายเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 72 รวมสี่วัน 14 อันเดอร์พาร์ 270

นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกจากเกาหลีใต้จบอันดับสามร่วมกับ ฮันนาห์ กรีน จากออสเตรเลีย ที่มาเร่งเครื่องในรอบสุดท้ายด้วยการกดเข้ามาถึง 5 อันเดอร์พาร์ 66 ซึ่งรวมถึง 1 อีเกิ้ล 3 เบอร์ดี้

เฮนเดอร์สัน ยอมรับว่าการเล่นในช่วงท้ายๆ ของการแข่งขันเธอค่อนข้างเครียดพอสมควร

“ฉันคิดว่าด้วยวัยของฉันมันคงไม่แปลกอะไรที่จะตื่นเต้นกันเกมที่ตึงเครียด” เฮนเดอร์สัน กล่าว “แต่โดยรวมแล้วฉันมีความสุขกับการเล่นของตนเองในวันนี้ ตอนออกไปฉันตามหลังค่อนข้างมากแต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าต้องเล่นตามเกมแพลนและพยายามทำเบอร์ดี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งฉันมีความสุขมากที่ทุกอย่างเข้าทาง”

สรุปผลแลพีจีเอ ลอสแองเจลิส โอเพ่น (สนามพาร์ 71)
268 บรู๊ค เฮนเดอร์สัน (แคนนาดา) 69-65-67-67
269 เจสสิกา คอร์ดา (สหรัฐฯ) 64-65-68-72
270 ฮันนาห์ กรีน (ออสเตรเลีย) 68-67-69-66
270 โค จินยัง (เกาหลีใต้) 67-65-66-72
272 เรียว โซยอน (เกาหลีใต้) 68-67-69-68
272 แองเจลา สแตนฟอร์ด (สหรัฐฯ) A 68-66-68-70
273 ลี จองเอิน (เกาหลีใต้) 68-69-70-66
274 มอร์แกน เพรสเซล (สหรัฐฯ) 68-71-66-69
274 ทิฟฟานี ชาน (ฮ่องกง) 65-70-70-69
276 เมล รีด (อังกฤษ) 70-67-73-66
276 เนลลี คอร์ดา (สหรัฐฯ) 66-73-70-67