เที่ยวเมืองสองภพ ที่… บุรีรัมย์

เที่ยวเมืองสองภพ ที่… บุรีรัมย์

อดีตยุคโบราณ กับอนาคตสุดไฮเทค อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม ที่กล่าวมานี้เป็นจริงได้แน่นอนครับ ถ้าคุณได้ไปเยือน บุรีรัมย์… จังหวัดสุดเท่ห์ เก๋…. อย่าบอกใคร เมืองที่คนรักฟุตบอลใฝ่ฝันจะต้องไปเยือนสักครั้ง หวังว่าจะได้เข้าไปใน สนามช้าง อารีน่า ร่วมกับเกมใหญ่ที่เจ้าบ้าน ปราสาทสายฟ้า เปิดบ้านต้อนรับทีมมาเยือน ขณะที่ถัดไปอีกแค่นิดเดียว คนรักความเร็ว ก็มีจุดมุ่งหมายจะได้เข้าไปฟังเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม กรีดเสียงบาดหูให้สะใจ ในสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ใช่แล้วครับ คนรักกีฬาถูกใจเมืองนี้อย่างแน่นอน

ขณะที่ความเจริญก้าวเข้ามาอย่างก้าวกระโดด ความเปลี่ยนแปลงทางวัตถุมีให้เห็นอย่างชัดเจนในทุกพื้นที่ นำมาซึ่งความสะดวกและความเจริญ ทำให้ที่นี่ในปัจจุบัน ต่างจากอดีตเมื่อไม่กี่สิบปีก่อนเป็นอย่างมาก แต่สำหรับเอกลักษณ์สำคัญ ๆ ที่ทำให้คนบุรีรัมย์รวมใจกันเป็นหนึ่ง อย่าง ปราสาทหินพนมรุ้ง ที่เป็นโลโก้สะดุดตาให้กับทีม ปราสาทสายฟ้า สโมสรฟุตบอลชั้นนำของประเทศไทย ก็มีให้เห็นอยู่แทบจะทั้งเมือง หายใจเข้า หายใจออก ก็ต้องเชียร์ทีมบ้านของตัวเองกัน

หากท่านมีโอกาสมาที่บุรีรัมย์แล้ว กิจกรรมนอกเหนือด้านการกีฬา ก็ต้องไม่พลาดการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับแหล่งโบราณสถานยอดนิยม ที่มีให้เลือกชมได้ตามจังหวะเวลาที่เอื้ออำนวย ที่สะดวกที่สุดคือ การได้ไปกราบสักการะศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เดิมเป็นศาลขนาดเล็ก ๆ ต่อมาเมื่อเริ่มชำรุดทรุดโทรม ประชาชนจึงรวมใจกันสร้างขึ้นใหม่ โดยให้กรมศิลปากรช่วยออกแบบ ก่อสร้างด้วยศิลปะขอมโบราณ จำลองแบบมาจากปราสาทหินพนมรุ้ง ทำให้มีบรรยากาศขลังน่าเลื่อมใสศรัทธา และในพื้นที่เดียวกันยังมีศาลเจ้าแบบจีนให้เคารพกราบไหว้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ที่นี่มีเสาหลักเมือง 2 ต้น โดยต้นที่ 1 เป็นต้นเอียง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระองค์ได้ใช้ที่นี่เป็นจุดพักรบ เนื่องจากภูมิทำเลเหมาะสม มีสระน้ำ มีต้นแปะขนาดใหญ่ จึงตั้งชื่อว่า “เมืองแปะ” ส่วนต้นที่ 2 สร้างขึ้นเมื่อมีฐานะเป็นจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476

ก่อนจะออกจากเมือง อยากให้ลองแวะไปทั้งสนามช้างอารีน่า ทั้ง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และเชิญเดินเล่นที่ Buriram Castle ศูนย์การค้าสุดชีค ที่รวมร้านอาหาร ร้านสินค้า ไว้ครบครับ ในบรรยากาศแบบสบาย ๆ แล้วอย่าลืมเดินลึกเข้าไปอีกนิด ท่านจะพบกับ ปราสาทพนมรุ้ง จำลอง ที่ทำออกมาได้งดงามตามแบบฉบับ ถ้าหากไม่มีเวลาจะไปชมสถานที่จริง เพียงแค่ยกกล้องขึ้นมาถ่าย อาศัยมุมช่วยเล็กน้อย รับรองว่าดูไม่ออกกันเลยว่าที่นี่อยู่ใจกลางย่านช้อปปิ้ง

ห่างจากสนามช้างฯ มาแค่ไม่กี่นาที ก็ถึง วนอุทยานเขากระโดง เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว เดิมชื่อ พนมกระดอง ในภาษาเขมร แปลว่า ภูเขากระดอง ของเต่า ต่อมาเพี้ยนเสียงจนกลายเป็นกระโดง ในอุทยานมีสะพานแขวนให้เดินข้าม สามารถสังเกตเห็นปากปล่องในอดีตได้อย่างชัดเจน ด้านบนยอดยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ชื่อว่า พระสุภัทรบพิตร และโบราณสถานสมัยขอม รอยพระพุทธบาทจำลอง แวดล้อมด้วยพรรณไม้อันอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งต้นไม้ชื่อแปลก อย่าง โยนีปีศาจ (มะกอกโคก) เป็นพืชถิ่นเดียว ที่ขึ้นเฉพาะตามภูเขาไฟเก่า ถ้าเห็นผลแห้งแล้วจะต้องอึ้ง เพราะมีความคล้ายคลึงกับของสำคัญตามชื่อ

เนื่องจากเราต้องทำเวลาให้ทันกับอีก 2 โบราณสถานสำคัญ จึงมุ่งหน้าไป ปราสาทหินเมืองต่ำ สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถาน ภาพสลักส่วนใหญ่เป็นภาพเทพในศาสนาฮินดู ประกอบด้วย ปรางค์อิฐ 5 องค์ สร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ก่อด้วยศิลาแลง ปรางค์ประธานซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ตรงกลางแถวหน้า ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียงส่วนฐาน ส่วนปรางองค์อื่นที่เหลืออยู่มีสภาพไม่สมบูรณ์ ที่น่าสนใจคือ ปรางค์ทุกองค์มีประตูเข้าสู่ภายในได้ด้านเดียว คือ ทิศตะวันออก ด้านอื่นเป็นประตูหลอก บริเวณรอบ ๆ ตัวปราสาทก็น่าสนใจด้วยเช่นกัน เพราะมีทั้งสระน้ำขนาดใหญ่ ต้นไม้ทรงสวย ยิ่งดูยิ่งเพลิดเพลิน ราวกับย้อนมิติไปอยู่ในยุคนั้น

ห่างออกมาอีก 8 กิโลเมตร ขับรถมุ่งหน้าขึ้นเขา ไปชมไฮไลต์ของทริปนี้ ปราสาทหินพนมรุ้ง หนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญของประเทศไทย ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงเป็นภาพพื้นหลังตราสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ภูเขาไฟที่ดับสนิทไปนานแล้ว เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ พระศิวะ 1 ใน 3 เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู หรือ ตรีมูรติ ลัทธิไศวะนิกาย เขาพนมรุ้งและปราสาทบนยอดเขาเปรียบเสมือนเขาไกรลาส ที่ประทับของพระศิวะ และยังเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางจักรวาลอีกด้วย พนมรุ้ง มาจากคำว่า วนํรุง ในภาษาเขมร หมายถึง ภูเขาอันกว้างใหญ่ ในจารึกพบว่าผู้สร้างคือ นเรนทราทิตย ซึ่งเป็นพระญาติของ พระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2 แห่งเมืองพระนคร ผู้สร้างปราสาทนครวัด อันโด่งดังไปทั่วโลก และปัจจุบัน ปราสาทหินพนมรุ้ง กำลังได้รับการพิจารณาให้เป็นมรดกโลก เช่นเดียวกับ ปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา (เส้นทางเชื่อมโยงบ้านเมืองชั้นในของขอมโบราณ) อีกด้วย

ปรากฏการณ์สำคัญ ที่ทำให้ปราสาทหินพนมรุ้ง อยู่ในความสนใจก็คือ ช่วงวันที่ 2-4 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์จะขึ้น สาดส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน ส่วนการชมแสงลอดประตูจากพระอาทิตย์ตก เกิดขึ้น ในช่วงวันที่ 5-7 มีนาคม และ 5-7 ตุลาคม ของทุกปี นับเป็นปรากฎการณ์อันน่าอัศจรรย์ใจ สำหรับสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่คนรุ่นก่อนทำได้อย่างน่าเหลือเชื่อ