พลตรีหญิง ปาณฑรา มีนะกนิษฐ

พลตรีหญิง ปาณฑรา มีนะกนิษฐ
นายกสมาคมศิษย์เก่า โรงเรียนสาธิตสวนสุนันทา
อดีต นายทหารปฏิบัติการ กองยุทธการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย

“ชื่อ ปาณฑรา อ่านว่า ปาน-ดะ-รา ค่ะ ตามหลักภาษาไทยเลย แต่คนมักจะอ่านผิดกันบ่อย” คุณแป๋ว (พลตรีหญิง ปาณฑรา มีนะกนิษฐ) เอ่ยถึงที่มาของชื่อเก๋ ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องของชีวิต… “ที่บ้านเป็นครอบครัวทหาร และ ครู ค่ะ ทำให้ตั้งแต่เด็กได้เห็นญาติ ๆ เป็นทหาร เป็นตำรวจ ได้เห็นความทุ่มเทในการทำงานของคุณอา ก็อยากเป็นทหารบ้าง, เคยเป็นครูด้วยนะ แต่ก็แค่ช่วงสั้น ๆ เพราะคุณพ่อสนับสนุนให้รับราชการทหาร แล้วก็อยู่จนเกษียณ”

“ตอนเด็ก ๆ อยู่ที่สงขลา บ้านอยู่ติดกับวัดแจ้ง ครอบครัวนับถือศรัทธาศาสนาพุทธ อย่างแรงกล้า คุ้นเคยกับการเข้าวัด เพราะติดตามคุณยายไปทำบุญตลอด มีหลวงพี่คอยสอนให้นั่งสมาธิ ทำให้ติดนิสัย ปฏิบัติธรรม ทำทาน รักษาศีล มีความเชื่อว่า คนเราเกิดมาเพื่อทำความดี เชื่อในเรื่องชาตินี้ ชาติหน้า เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เธอเล่าไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

คุณแป๋ว เรียนจบมาทางภาษาศาสตร์ “เดิมจะไปเป็นครูที่เตรียมทหาร แต่ว่าอัตราเต็ม จึงมาบรรจุเป็นบรรณารักษ์ เพราะจบทางด้านครู ทำงานได้ไม่ถึงปี กอง 4 ก็ดึงตัวไปช่วย ที่ศูนย์ปฏิบัติการข่าว ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร อีกสักพัก กอง 7 ก็ดึงไป เป็นงานที่ต้องออกไปหาข่าว ต้องออกไปสืบ ทำงานนอกเครื่องแบบ ทำงานคล้ายกับสายลับเลยค่ะ” คุณแป๋ว เล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

ถึงแม้จะได้ทำงานที่ดูแล้วน่าจะสนุก ตื่นเต้น แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกไม่ค่อยชอบ… “ชีวิตแบบนั้นไม่ค่อยตรงกับตัวเรา”… จังหวะนั้นพอดีมีเพื่อนชวนมาอยู่ที่ กรป.กลาง (กองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ) ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็น นทพ. (หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา) ทำงานด้านพัฒนาประเทศ เธอจึงตอบรับทันที… “ชอบ รักงานนี้มากค่ะ เพราะเป็นการช่วยเหลือผู้คน ให้ลดความยากจน ช่วยกันพัฒนาประเทศ แล้วก็อยู่มาตลอด”

“เวลาทำงาน ถึงแม้ว่างานจะเยอะ ยศตำแหน่งจะขึ้นช้า แต่ก็ไม่สนใจ เพราะมีความสุขกับการทำงานช่วยเหลือไปเรื่อย ๆ เป็นการสร้างบุญสร้างกุศลไปด้วย ชาวบ้าน ชุมชนต่าง ๆ ก็น่ารัก มีน้ำใจให้กันและกันตลอด บางครั้งก็มอบสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ เราก็แจกส่งต่อจนหมด เป็นความสุขของชีวิตอีกแบบ”

ทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ เรื่อย ๆ มาจนติดยศพันโท ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกฝึกและศึกษากองยุทธการ มีหน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนข้าราชการทหารให้ได้รับการศึกษาตามสายงานเพิ่มมากขึ้น จึงได้ทำหน้าที่คล้ายกับเป็นครูไปด้วย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะคุ้นเคยกับอาชีพความเป็นครู เพราะระหว่างรอบรรจุเข้ารับราชการทหาร เคยได้เป็นครูอัตราจ้างไปสอนภาษาไทยให้กับนักศึกษา ป.กศ.ต้น ที่ราชภัฏธนบุรี อยู่เกือบปี… “จนทุกวันนี้เขาก็ยังเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงทุกปี เพราะเราชอบการสอน ชอบถ่ายทอด ถ้ามีความรู้ก็จะไม่หวง ถ้าทำผิดก็จะบอก” แล้วเมื่อปรับยศเป็นพันเอก มีการปรับตำแหน่งหน้าที่ เธอก็ได้ขยับขึ้นไปเป็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองยุทธการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา “นับว่าดีมากแล้วค่ะ ตำแหน่งนี้ก็ไม่เคยมีผู้หญิงทำหน้าที่มาก่อน แต่เนื่องด้วยเราทำงานมานาน ผลงานเยอะ เจ้านายก็เห็น ทำให้ภูมิใจมาก ดีใจมาก คนก็ฮือฮากันมากด้วย” เธอหัวเราะไปด้วยอย่างอารมณ์ดี…

“การทำงานช่วยเหลือประชาชน ทำให้เกิดความประทับใจ เกิดความปิติ ชาวบ้านที่ประสบปัญหา มีความเดือดร้อนกันจริง ๆ ก็ขอให้ไปช่วย และเมื่อได้รับการช่วยเหลือกันแล้ว เขาก็เขียนจดหมายมาบอกกล่าวว่า แหล่งน้ำที่เราจัดหาให้นั้น ทำให้เขามีชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม ความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไร, เราเองถึงแม้เป็นจุดเล็ก ๆ ของการช่วยเหลือ พอทราบเรื่องเหล่านี้ ก็รู้สึกดีใจ, บางครั้งยังมีพระภิกษุ เดินทางเข้ามาเพื่อขอให้ไปช่วยขุดเจาะน้ำบาดาล ด้วยตัวท่านเองเลย ยิ่งทำให้รู้สึกว่า อยากจะช่วยเหลือสังคมมากขึ้นไปอีก เพราะความเดือดร้อนของประชาชนมีเยอะจริง ๆ” คุณแป๋วแสดงแววตาแห่งความมุ่งมั่นฉายออกมาอย่างชัดเจน…

“นทพ. มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ ที่มีความยากจน ให้มีโอกาสกินดีอยู่ดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านแหล่งน้ำ มีการขุดเจาะน้ำบาดาล ขุดแหล่งน้ำให้แต่ละพื้นที่ เพราะตามต่างจังหวัด พอถึงหน้าร้อนก็แล้งจัด พอเข้าหน้าฝนน้ำก็ท่วม เมื่อได้รับเรื่องร้องขอมาว่า ที่ไหนมีความจำเป็น เดือดร้อน ก็จะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ เมื่อมีการร้องขอมากันมาก เราเองก็ต้องไปลงพื้นที่จริง ดูการขุดเจาะน้ำบาดาล ประสานกับหน่วยงานแหล่งน้ำอื่น ๆ เพื่อดูว่าถ้าเสียงบประมาณไปแล้ว จะคุ้มค่าหรือไม่ ถ้ามีแหล่งน้ำจริง ก็อนุมัติให้เจาะ หากไม่มี ก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นวิธีอื่น เช่น ขุดบ่อแทน”

ด้วยความมุ่งมั่นของ กรป.กลาง ทำให้มีผลงานที่ชัดเจน จนได้รับรางวัลพญานาคทองเจ็ดเศียร จากรัฐบาล เมื่อปี 2536 เป็นรางวัลเชิดชูเกียรติ ที่มอบให้กับหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในชนบท ซึ่งขณะนั้น คุณแป๋ว ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำอยู่ที่กองยุทธการ มีภารกิจวางแผน สนับสนุน ช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร ให้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และการเกษตร เช่น การขุดสระเก็บน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ ขุดคลองส่งน้ำ ขุดลอกแหล่งน้ำเดิม ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล บ่อน้ำตื้น ฯลฯ ใน 68 จังหวัด ตามคำสั่ง กรป.กลาง เพื่อให้ประชาชนและชุมชนเข้มแข็ง อยู่ดีกินดีมีความสุข ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของ ในหลวง ร.9

คุณแป๋ว มีงานต้องทำเยอะแยะมากมาย ขณะเดียวกันก็อยากจะหาความรู้เพื่อพัฒนาตัวเองด้วย บังเอิญได้ดูทีวีเห็นข่าวหลักสูตรปริญญาโท พัฒนาชนบท ของมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าตรงกับสายงานที่ทำ ก็ไปสมัครสอบ… “ตอนไปสัมภาษณ์ ถูกถามว่าทำไมมาเรียน ก็ตอบไปว่า ทำงานด้านนี้ อยากหาความรู้เพิ่มเติม เขาถามว่าดูหนังสือเยอะมั้ย ไม่ได้ดูเลย เพราะไม่รู้จะไปดูอะไรตรงไหน, ในการเรียนปริญญาโท ถ้าเรามีประสบการณ์แล้ว ก็จะง่ายขึ้น สามารถนำไปต่อยอดการเรียนได้จากการทำงานมาแล้ว หรือปัญหาชนบทด้านต่าง ๆ ก็เคยทำมาแล้วทั้งนั้น บางครั้งยังได้แชร์ประสบการณ์จริงให้เขาฟังด้วย”

“อย่างในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ ที่เราเคยทำมาแล้ว หัวใจหลักก็คือ มีการจัดสรรพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน โดยหากจะเลี้ยงตัวเองได้ ต้องมีพื้นที่ราว 15 ไร่ แล้วแบ่งออกเป็น นาข้าว 5 ไร่ (30%), สระน้ำ 3 ไร่ ลึก 4 เมตร (30%), พืชไร่พืชสวน 5 ไร่ (30%)  ที่อยู่อาศัยและอื่น ๆ อีก 2 ไร่ (10%) ที่ทราบก็เพราะ เราได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ แล้วแนะนำไปสู่ชาวบ้าน สามารถนำไปปรับใช้ เพื่อทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น”… นี่คือการเรียนโดยนำประสบการณ์จริงเข้าไปใช้…

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งก่อน คุณแป๋ว เคยเรียนมัธยมสาธิตสวนสุนันทา จบ มศ.3 แล้วเรียนต่อจนจบ ป.กศ.ต้น ที่นี่ด้วย การเป็นลูกพระนาง ทำให้เกิดความรักความผูกพันในสถาบัน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่แสดงถึงความรู้ ความสามารถและคุณธรรมตลอดจนเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการประกอบสัมมาอาชีพ และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทำประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติ ผลงานและความประพฤติปฏิบัติในชีวิต ทำให้สมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ประกาศเกียรติคุณให้เป็น ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2559 ตลอดจนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามารับตำแหน่ง นายกสมาคมศิษย์เก่า โรงเรียนสาธิตสวนสุนันทา… “ท่านผู้อำนวยการขณะนั้น ส่งหนังสือเชิญให้มาร่วมประชุมสมาคมศิษย์เก่าฯ ครั้งแรกก็ยังไม่มา เพราะยังรู้สึก งง ๆ เดือนต่อมาก็ได้รับเชิญอีก จึงได้ชวนเพื่อนร่วมรุ่นอีกสองคน ให้มาร่วมประชุมด้วย จนในที่สุดก็มีมติให้เรารับตำแหน่ง”

“หน้าที่ของสมาคมฯ คือ ให้ความช่วยเหลือโรงเรียน ทั้งนักเรียน อาจารย์ และทุก ๆ คน ที่อยู่ในสาธิตฯ แห่งนี้ ทั้งในปัจจุบันและที่เกษียณไปแล้ว อย่างเด็กที่สอบได้ทุนอะไร เราก็จะสนับสนุนรางวัลเพิ่มให้ ไม่จำเป็นต้องรางวัลที่ 1 ที่สำคัญกว่าก็คือ เป็นคนดี มีจิตอาสา ส่วนเงินทุนเราก็อาศัย จากกัลยาณมิตรที่มีจิตเมตตาและส่วนตัว ทำมาตลอดด้วยความเต็มใจ และที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญ พวกเราให้ความเคารพบูชา จึงได้จัดพิธีถวายเครื่องสักการะบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสวนสุนันทาฯ ขึ้น โดยได้รำลึกถึง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีฯ, พระวิมาดาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ และ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โดยจะจัดพิธีบวงสรวงเป็นประจำทุกปี”

เมื่อถามถึงหลักสำคัญในชีวิต คุณแป๋ว ได้บอกว่า…

“ยึดหลักในเรื่องความ ซื่อสัตย์ ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ทั้งงานและเรื่องส่วนตัวค่ะ แล้วยังต้องมีความยุติธรรม ไม่ลำเอียง วัดกันที่ผลงาน และความดีจริง ๆ ที่ปรากฏ อีกทั้งยังยึดหลักความสันติ ไม่ทะเลาะกัน มีปัญหาก็ต้องพูดคุยกัน ถ้าจะทะเลาะกันนี่ต้องรีบห้ามเลย ส่วนใครผิดว่าไปตามผิด ใครถูกก็ต้องชม เราต้องไม่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่นะคะ”

สำหรับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพกาย… “พี่สาวเป็นนักกีฬา เก่งหลายประเภท เราเคยลองเล่นมาบ้าง แต่ไม่ถนัดเรื่องกีฬาเลย กอล์ฟก็เคยเล่นบ้าง แต่สรุปแล้วขอนั่งสมาธิดีกว่า” (หัวเราะ) “ส่วนเรื่องอาหารจะดูแลมากเป็นพิเศษ น้ำตาลจะไม่ทาน ผลไม้ต้องไม่หวานมาก ทานผักเยอะ ทานปลา เลี่ยงสัตว์ใหญ่ ออกกำลังด้วยการเดิน การแกว่งแขน ทำเป็นประจำ” ส่วนทางใจนั้น “ใช้วิธีนั่งสมาธิค่ะ นั่นคือการดูตัวเอง ให้เรารู้จักตัวเรา ให้รู้จักพอ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ใครไม่ชอบเรา ก็เรื่องของเขา สักวันเขาก็รู้เอง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรรม”

กิจกรรมที่อยากทำเพื่อตัวเองหลังเกษียณ… “ส่วนใหญ่วันอาทิตย์ วันหยุด วันว่าง จะไปวัด เพื่อฝึกใจให้ดีขึ้น ทำบุญ นั่งสมาธิ ตั้งใจจะเข้าวัดปฏิบัติธรรมให้มากยิ่งขึ้น เตรียมหาสถานที่ไว้แล้ว แต่กลายเป็นว่ายังทำไม่ได้ ยังติดภาระต่าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ”

“เมื่อไปถามหลวงพ่อที่วัด ท่านก็บอกว่า ไม่เป็นไร เมื่อเรายังมีภาระทางโลกอยู่ ก็ทำควบคู่กันไปได้ ไม่ต้องไปเสียใจหรือไปคิดอะไรมาก ทางโลกก็ทำหน้าที่ไปให้ดีที่สุด ส่วนทางธรรมถ้ามีเวลาว่างก็หมั่นทำสะสมไปเรื่อย ๆ เพราะนี่คือความสุขที่เราปรารถนาอย่างแท้จริงในชีวิตแล้วค่ะ”