คอลัมน์ในอดีต

ข้อ ด้อย ที่กลายเป็นข้อเด่น

ข้อ ด้อย ที่กลายเป็นข้อเด่น

ผมชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่สมัยเรียน มัธยมต้น ซึ่งสมัยนั้น ยังไม่มีกล้อง ดิจิตอล หรือแม้แต่ จอคอมพิวเตอร์ ยุคนั้นก็พึ่งจะเริ่มมี จอสีแต่ความคมชัด ยังสู้จอมือถือ สมัยนี้ไม่ได้เลย  ผมอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านจากกล้องฟิล์ม มาเป็น กล้อง ดิจิตอล ซื้อ กล้อง DSLR ตัวแรก สมัยเรียน ต่างประเทศด้วยเงินของตัวเองที่ได้มาจากการเป็นผู้ช่วงพ่อครัวในร้านอาหารไทย ราคากล้องตอนนั้น เกือบ 1 แสน บาท แต่รูปที่ได้สู้ภาพจากฟิล์มไม่ได้เลย และอาจสู้รูปที่ถ่ายจากมือถือ สมัยนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ  แต่วันนึงข้อด้อยนั้นอาจเป็นข้อเด่นขึ้นมาก็ได้

สมัยนี้กล้องดิจิตอลดีขึ้นจนไม่น่าเชื่อ แต่หลายคนก็ยังหลงไหลในภาพจากกล้องฟิล์มกันอยู่จึงมีหลายคนที่เริ่มถ่ายภาพ จากกล้องดิจิตอล หันมาถ่ายกล้องฟิล์มกันเยอะ สิ่งที่ช่างภาพเหล่านี้หลงไหลผมคิดว่าน่าจะเป็น “ความไม่สมบูร์ณแบบ” ของภาพ ซึ่งหลายคนกลับมองว่ามันเป็นเสนห์ ของภาพมากกว่า หลายๆครั้งที่ภาพจาก กล้อง ดิจิตอลยุคใหม่ ได้ภาพที่ชัดเจน สีสันสมจริง ไม่มีความบิดเพี้ยนของวัตถุที่ถ่าย เนื่องจากเลนส์และกล้องยุคนี้ ดีจนหาข้อติได้ยาก จนกระทั่ง ช่างภาพอาชีพกลับต้องเติมเอฟเฟคเรียนแบบ “ความไม่สมบูร์ณแบบ” ลงไปในถาพถ่าย ภายหลัง (post processing) ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์   สิ่งแรกที่ง่ายที่สุดเลยคือ การแต่งสีให้เพี้ยนซึ่งเป็นการเรียนแบบ ภาพ Vintage หรือในบางกรณี สีที่เพี้ยนก็เกิดจากฟิล์มหมดอายุ ซึ่งทุกวันนี้กลายเป็นว่าช่างภาพกล้องฟิล์ม ถามหาซื้อฟิล์มที่หมดอายุเพราะเมื่อนำมาล้างฟิล์มก็จะได้สีที่เพี้ยนไป จากฟิล์มบูดหมดอายุก็กลายเป็นของหายากขึ้นมา

หากผมมีเวลาว่างเยอะคงหันมาถ่ายภาพด้วยฟิล์มและล้างฟิล์มเอง อีกครั้ง แต่ตอนนี้ขอสนุกกับกล้องดิจิตอลยุคใหม่ กับเลนส์ยุคเก่าไปก่อน เนื่องจากกล้องจากเกือบทุกค่ายสมัยนี้สามารถหา ตัวแปลงเลนส์ ต่างยี่ห้อ มาใส่ร่วมกันได้โดยไม่เสียคุณภาพ   ผมเริ่มจากค้นหาเลนส์เก่าๆของตัวเองมาใส่ จนวันนึงไปเจอ เลนส์ของคุณปู่ ผมเอง อายุน่าจะ 50 กว่าปีได้ เมื่อนำมาใส่กับกล้องผมปรากฏว่าใช้งานได้ดีมาก ภาพที่ได้หากถ่ายตามแสงปกติ ไม่ย้อนแสง ไม่สว่างเกินไป ก็จะคมชัดมาก แต่เมื่อนำมาถ่ายย้อนแสงภาพที่ได้ก็จะเริ่มมีสีที่เพี้ยน มีแสง flare บนภาพเนื่องจากเลนส์สมัยนั้น ไม่มีการ coating ลดแสงสะท้อนระหว่างชิ้นเลนส์ จึงเกิด เอฟเฟค (ความจริงคือข้อด้อย) แบบในภาพ ซึ่งหากเป็นช่างภาพมืออาชีพคงไม่เลือกใช้เลนส์แบบนี้ เพราะเค้าต้องการเน้นความชัดไว้ก่อน แต่สำหรับผมไม่ได้ถ่ายเป็นอาชีพจึงรับได้กับรูปที่อาจจะไม่ดีเพอร์เฟคทุกรูป แต่ก็มีโอกาสได้ภาพเด็ดๆ จาก ความ ไม่สมบูร์ณแบบ ของเลนส์ก็เป็นได้
ภาพ Pre-wedding เพื่อนผมสองคนนี้ ไปถ่ายที่สนามกอล์ฟ มีทีมงาน ช่างภาพมาพร้อม ผมแค่เดินตามถ่ายเล่น โดยวันนั้น บังเอิญ ติด เลนส์ Kuribayashi C.C. Petri Orikkor 50mm f/2 ซึ่งเป็นเลนส์ของคุณปู่ผม มาพร้อมกล้องแบบในภาพ (กล้องพังไปแล้ว แต่เลนส์ยังดีอยู่)  และบังเอิญอีกว่าชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาวเป็นแนว Vintage พอดีจึงได้ภาพสวยๆ ให้เพื่อนกลับไปใช้ได้อีก ทุกวันนี้ผมกับรุ่นพี่คนนึง มองหาเลนส์ ใน ebay บ้างตามเว็บไทยบ้าง ซื้อกันแต่เลนส์ เก่าๆ เน่าๆบางครั้งชิ้นเลนส์ขึ้นราเล็กน้อย ก็ไม่รังเกียจ จน หลายครั้งก็พูดกับรุ่นพี่คนนี้ว่านี่เราทำอะไรกัน ไอ้ที่ซื้อๆไปนี่สามารถซื้อเลนส์ ดีๆยุคใหม่ได้หลายตัวแล้ว แต่คงเป็นเพราะเสนห์ของ ความ “Imperfection” นี่ล่ะที่เราหลงไหล เหมือนผู้ หญิง หรือ ผู้ชาย ถ้าหากดีเกินไปก็อาจจะขาด เสนห์ได้

โอ้ต อัคนิษฐ พีชผล