อุศณา พึงจิตติสานติ์

อุศณา พึงจิตติสานติ์
บริษัท บี ที ซี ปิโตรเลียม จำกัด
บริษัท เอส อี ที ปิโตรเลียม จำกัด
บริษัท เซ้าท์อีสต์ เท็กซ์ไทล์ จำกัด

“สมัยก่อนเป็นคนไม่ค่อยพูดค่ะ” คุณตุ๊ก (อุศณา พึงจิตติสานติ์) บอกกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะอย่างสดใส… “เวลาไปไหนกับคุณพ่อคุณแม่ ก็มักจะถูกบ่นว่า ทำไมเราเป็นคนไม่กล้าทำอะไร ขี้อาย ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย” ตอนเรียนที่ รร.เขมะสิริอนุสสรณ์ คุณตุ๊กก็ยังไม่ค่อยพูด และค่อนข้างเป็นเด็กเรียบร้อย แต่มักจะถูกเลือกให้ทำกิจกรรมของโรงเรียน ทั้งเชียร์ลีดเดอร์ และการแสดงหรือรำบนเวที… “แต่ถ้าเมื่อไรที่ถูกเลือกหรือถูกมอบหมายให้ทำอะไร เราก็จะต้องรับผิดชอบ และทำให้ดีที่สุด” นี่คือสปิริตของเธอ

เคยมีคนตั้งคำถามว่า โตขึ้นตุ๊กอยากเป็นอะไร… โดยทั่ว ๆ ไปความใฝ่ฝันที่เป็นอาชีพยอดฮิตของสาว ๆ ในยุคนั้น มักจะตอบว่า อยากเป็น แอร์ฯ “แต่เรากลับบอกว่า อยากเป็นนักธุรกิจหญิง ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นความฝันของเราตั้งแต่เด็ก จะได้หรือไม่ได้ นั่นเป็นอีกเรื่อง (หัวเราะ) อยากทำงานออฟฟิศ เป็นสาวแกร่งและเก่ง ที่เรามีโอกาสได้แสดงความสามารถด้วยตัวของเราเอง มองตัวเองเป็นสาวออฟฟิศ ไม่เคยคิดถึงอาชีพอื่นเลย” จุดมุ่งหมายในชีวิตได้เริ่มขึ้นแล้ว…

พอโตขึ้น เรียนจบ เริ่มทำงาน เธอถูกส่งให้ไปอบรมหลักสูตรต่าง ๆ จนได้ไปเรียนในเรื่อง การพัฒนาบุคลิกภาพ ซึ่งในหลักสูตรนั้น ทุกคนต้องสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง กล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าร้องเสียงดังๆ และกล้าตะโกนจนสุดเสียง… “นั่นเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเอง ให้มีความมั่นใจในการพูด ทำให้รู้ว่า เมื่อพูดกับใคร เราจะมีวิธีการสื่อสารอย่างไร” และนั่นก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต

“งานที่ทำต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คนตลอด แต่เป็นคนไม่เครียดกับชีวิตค่ะ ชอบสนุก ร้องรำทำเพลง ไม่กลัวไมค์ และไม่กลัวการขึ้นเวทีที่ต้องพูดกับคนเยอะ ๆ แต่ถ้าเป็นด้านวิชาการ อาจจะมีหลบ ๆ ไม่กล้าสบตาบ้าง” คุณตุ๊กเล่าไปหัวเราะไปอย่างอารมณ์ดี

ย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อเรียนจบปริญญาตรีจากเอแบค (ABAC) ใหม่ ๆ เธอก็สมัครงานเหมือนกับคนอื่นทั่วไป และได้งานแรกเป็นเลขาฯ ของผู้จัดการฝ่าย บริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล เพราะก่อนหน้านี้ คุณตุ๊ก เคยเรียนด้านเลขาฯ จาก St.John’s Commerce มาก่อน… “ได้เรียน ระบบการจัดเก็บเอกสาร (Filing System)  ชวเลข (Shorthand) และ พิมพ์ดีด สมัยเรียนต้องสอบแข่งขันพิมพ์ดีดทุกเดือน ทำให้เราพิมพ์ได้คล่องโดยไม่ต้องมองแป้นคีย์บอร์ด และได้ใช้มาจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่ไอทีมีบทบาทกับชีวิตประจำวันมากขึ้น”

ทำงานแรกในตำแหน่งเลขาฯ ได้ไม่กี่เดือน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ก็ขอตัวให้ไปรับหน้าที่ดูแลการขายพื้นที่ของห้างฯ และก้าวไปเป็นผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดของ จิวเวอรี่เทรดเซ็นเตอร์ บริษัทร่วมทุนของกลุ่มเซ็นทรัลในเวลาต่อมา ซึ่งเธอยังได้รับโอกาสดี ๆ อย่างต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ กับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าใหญ่ ๆ ในเครือห้างเซ็นทรัล และเดอะมอลล์กรุ๊ป ตลอดจนงานด้านการขายและการตลาดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ

งานสุดท้ายก่อนจะก้าวออกมาทำธุรกิจส่วนตัวของครอบครัว คือการทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ของบริษัทบางกอกแลนด์ เอเจนซี่  “เจ้านายให้โจทย์มาว่า จะทำอย่างไรให้ที่นี่มีคนมาอยู่รวมกันเยอะๆ สมัยก่อนการสร้างตึกสูงเพื่ออยู่อาศัย ยังเป็นของใหม่สำหรับคนไทย ที่ดินว่างเปล่ายังมีเยอะแยะ ทำไมต้องไปอยู่ในอาคารสูง พอได้รับโจทย์มาแบบนี้ คนทำงานก็เหนื่อยหน่อย เพราะเป็นภาระกิจหนักของ “การสร้างเมือง” หน้าที่คือ ดึงร้านค้าต่าง ๆ ให้เข้ามาอยู่กับเรา ต้องทำให้ชุมชุนตรงนี้เป็นแหล่งกิน แหล่งช้อป มีตลาดสด มีซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องร่วมกันทำงานหลายฝ่าย ต้องทำทุกอย่าง ในขณะที่ไม่มีความพร้อมทั้งสถานที่และบุคคลากร มีเรื่องขำ ๆ เช่น จะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตวันรุ่งขึ้น สินค้านับพันรายการที่จะวางขายบนชั้นยังไม่ได้ติดบาร์โค้ด พวกเราก็ต้องไปช่วยกันนั่งติดทีละชิ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ แต่ก็ทำด้วยความเต็มใจ เพราะว่าอยากเห็นมันเกิดขึ้นให้ได้ ทุกคนไม่ได้ทำงานแค่เพื่อเงิน แต่ยังทำแบบให้ใจ ทุ่มเทให้องค์กร ทำงานด้วยความสนุก จนทุกวันนี้กลุ่มเพื่อนๆ ที่เคยทำงานนี้มาด้วยกัน นัดเจอกันทีไรก็ยังคงเล่าถึงวีรกรรมนี้ ให้ได้ขำกันทุกครั้ง  และปัจจุบันนี้ ที่นี่ก็กลายเป็นเมืองที่สมบูรณ์แล้วจริง ๆ” คุณตุ๊กมีแววตาแห่งความภาคภูมิใจ

แต่ในที่สุด ก็มีเหตุทำให้ต้องหยุดชีวิตการเป็นลูกจ้าง เริ่มเข้ามาช่วยงานของครอบครัว… “กับการทำงานที่ต้องเดินเยอะ ขึ้น ๆ ลง ๆ ตามไซด์งานเพื่อพาลูกค้าไปดูโน่นนี่ หลังจากแต่งงานและตั้งท้องคนที่สอง ปรากฏว่าเกิดตกเลือด คุณแม่สามีจึงสั่งห้ามไม่ให้ไปทำงานข้างนอก และให้กลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน  พอเราเริ่มมีเวลาว่าง ก็เลยไปเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อเลย”

จากธุรกิจสิ่งทอของครอบครัวสามี ที่ทำมายาวนานเกือบ 40 ปี ต่อยอดไปสู่ธุรกิจ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ขยายจนมีถึง 4 แห่ง ในเขตจังหวัดสมุทรสาคร…

“ทางครอบครัวสามีทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งทอ และมีโรงงาน 2 แห่ง เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนเป็นช่วงที่น้ำท่วมหนัก ต่อมาทางครอบครัวตัดสินใจย้ายโรงงานไปรวมอยู่ที่เดียวกัน และเอาโรงงานที่ติดถนนเพชรเกษมมาทำปั๊มน้ำมัน เริ่มจากตอนแรกก็คุยกับทางสามีว่าจะเอาที่ดินตรงนี้มาทำอะไรดี จะให้เช่าหรือทำเอง  ถ้าจะทำเอง จะทำธุรกิจอะไรที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการหาลูกค้า ทำให้นึกถึงปั๊มน้ำมัน เลยตัดสินใจเตรียมเอกสารเพื่อนำที่ดินเข้าไปเสนอ ปตท. และโชคดีที่มีเพื่อนคุณแม่ เคยทำงานเป็นผู้บริหารอยู่ในนั้น พาเข้าไปพบผู้ใหญ่ และเป็นความโชคดีชั้นที่สอง ที่ทาง ปตท. กำลังมองหาที่เพื่อขยายปั๊มแถวนั้นพอดี ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ รอจน ปตท. เรียกไปสัมภาษณ์ ตุ๊กก็ไปกับสามี เราทำตามขั้นตอนทุกอย่างตามระเบียบ ก็ใช้เวลาหลายเดือน หลังจากผ่านการอนุมัติจนมาถึงการก่อสร้างที่ผู้หญิงอย่างเราไม่ถนัด จึงเป็นหน้าที่ของน้องชายสามีซึ่งจบด้านวิศวะเข้ามาจัดการต่อ จากธุรกิจที่ครอบครัวเราไม่เคยทำมาก่อน พอได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ ก็ค่อย ๆ ขยายปั๊มที่สอง สาม จนปัจจุบันเรามีปั๊ม ปตท. 4 แห่ง”

นอกจากงานประจำที่ทำแล้ว คุณตุ๊กยังชื่นชอบกิจกรรมเพื่อสังคม ชอบทำอะไรเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้อื่น หยิบยื่น ให้โอกาสให้กับผู้ที่ต้องการอยู่เสมอ

“ชอบทำบุญมาตลอดอยู่แล้ว วันเกิดในแต่ละปี จะไม่ได้จัดงานฉลอง แต่ชอบทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น และมักจะคิดโครงการเพื่อทำบุญกับกลุ่มเพื่อน ๆ คอเดียวกัน ชอบทำบุญเหมือน ๆ กัน แล้วก็ชอบตั้งชื่อโครงการ โดยไม่ว่าจะทำอะไรก็จะตั้งชื่อนำหน้าว่า ปันน้ำใจ…. ส่วนจะต่อท้ายด้วยอะไรนั้น ก็แล้วแต่กิจกรรมที่ทำ”… ที่ผ่านมา คุณตุ๊ก ได้ปันน้ำใจ ไปแล้วหลายครั้ง… เช่น

“ปันน้ำใจ… ให้น้องหมาไร้เจ้าของ” เป็นการช่วยรวบรวมเงินบริจาค มอบให้ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ที่ สัตหีบ จ.ชลบุรี

“เมื่อ 6-7ปีก่อน ได้เรียนหลักสูตรของกองทัพเรือ ซึ่งเขามีหน่วยงานหนึ่งที่ดูแลสุนัขจรจัดอยู่ที่สัตหีบ เราก็เป็นคนรักสัตว์และเลี้ยงสุนัข เลยสอบถามถึงความเป็นอยู่ของสุนัข และได้ไปดูสถานที่จริง ซึ่งเป็นหน่วยงานทางราชการก็สามารถดูแลได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีความต้องการความช่วยเหลือทั่วไปอีก ทั้งวัคซีน ยา อาหาร และข้าวของเครื่องใช้สำหรับดูแลความสะอาด  เลยระดมทุนจากเพื่อนๆ ไปมอบให้กับหน่วยงานของกองทัพเรือ”

“ปันน้ำใจ… ให้น้องคลายหนาว” ก็จะไปแจกเสื้อหนาวในช่วงปลายปี มอบเครื่องกันหนาว เช่น ผ้าห่ม หมวก และของใช้ให้กับเด็ก ๆ ชาวเขาในถิ่นทุรกันดาร ที่ จ.เชียงราย และ จ.ตาก

“ปันน้ำใจ… ให้น้องมีห้องเรียน” ร่วมกับเพื่อน ๆ สายบุญ จัดสร้างห้องเรียนเพิ่มเติม เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนวัดโป่งแยงเฉลิมพระเกียรติ ที่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม เชียงใหม่  ให้น้อง ๆ บนดอยซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กชาวเขาและชาวบ้านที่อยู่แถวนั้น ได้มีห้องเรียนสวยๆ ไว้เรียนหนังสือ  

ล่าสุดที่คุณตุ๊กทำก็คือ ไปมอบแว่นอ่านหนังสือให้ผู้สูงวัย ที่อยู่ตามพื้นที่ห่างไกล และไม่ค่อยมีใครสนใจ ทำมาหลายครั้งแล้ว ใช้ชื่อโครงการว่า “แว่น…ปันสุข” ปันน้ำใจ… ให้ผู้สูงอายุ โดยมอบแว่นอ่านหนังสือให้กับผู้เฒ่าผู้แก่ และคนที่อายุ 40ปีขึ้นไป ที่ อ.แม่ริม และ อ.หางดง จ.เชียงใหม่

“โครงการนี้จุดเริ่มเกิดมาจากตัวเอง ที่พออายุมากขึ้นต้องมีแว่นไว้อ่านหนังสือ เป็นความอึดอัดมาก ที่อยากจะอ่าน แต่อ่านไม่ได้ มองไม่ชัด ทำให้นึกไปถึงคนสูงวัยในต่างจังหวัด ว่าเขามีแว่นใช้กันมั้ย”

“พอดีตุ๊กมีบ้านพักอยู่บนดอยที่เชียงใหม่ เลยเริ่มจากไปบอกพ่อหลวง หรือผู้ใหญ่บ้าน ที่หมู่บ้านปางยางว่าถ้ามีคนเฒ่าคนแก่ที่มีปัญหาสายตา อ่านหนังสือไม่ได้ แล้วยังไม่มีแว่น ก็ให้มาบอก พอถึงวันเกิดก็ซื้อแว่นสายตาไปแจกชาวบ้าน ซึ่งตุ๊กก็ได้เตรียมแว่นสายตายาวทุกระดับสายตาไปให้ลองใส่กัน… สิ่งที่แปลกใจก็คือ บางคนเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าแว่นนี้ใช้งานยังไง พอลองใส่ปุ๊ป ก็จะเงยหน้ามองไปไกล ๆ ทันที แล้วบอกว่าปวดหัว!! วันนั้นมีชาวบ้านที่ไปรอรับแจกแว่น 80 กว่าคน ก็ต้องอธิบายทีละคนถึงจะเข้าใจ เราเลยเหมือนกลายเป็นครูที่ต้องไปอธิบายให้ความรู้เรื่องแว่นสายตายาวไปด้วย”

“ทำโครงการแจกแว่นให้ชาวบ้านแบบนี้มา 3 ครั้งแล้ว พอมีเพื่อนๆ รู้ข่าว ก็จะร่วมสนับสนุน ร่วมทำบุญ หรือตามไปแจกแว่นด้วยกัน บางแห่งไปแจกมาแล้ว ชาวบ้านอยากได้เพิ่ม หรืออยากเปลี่ยนขนาดของสายตา ก็จะมีพ่อหลวงคอยรวบรวมและแจ้งมา เราก็ยินดีและส่งแว่นกลับไปให้”

ส่วนด้านสุขภาพและการออกกำลังกายนั้น… คุณตุ๊กเล่าว่า กิจกรรมด้านกีฬามีน้อยมาก เพราะไม่ถนัดเลย ทั้งๆ ที่โรงเรียนเขมะฯ มีชื่อเสียงทางด้านกีฬาว่ายน้ำมาก “สมัยเรียน พอถึงวิชาว่ายน้ำ จะคอยหลบ หรือไม่ก็อ้างปวดหัวตัวร้อน มีประจำเดือน หรือลืมเอาชุดว่ายน้ำมาบ้าง (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นการแสดง การรำ ได้เลย (หัวเราะ) แม้กระทั่งถึงมหาวิทยาลัย ก็ยังเลือกเรียนกีฬาลีลาศ และได้เกรดเอด้วย”

“สมัยวัยรุ่นจะมีปัญหาเกี่ยวกับความดันต่ำมาตลอด เดี๋ยวเวียนหัว เป็นลมหน้ามืด แต่พออายุมากขึ้น จากความดันต่ำกลายเป็นความดันสูง อาจจะพักผ่อนไม่พอด้วย เพราะเป็นคนนอนดึกแต่ตื่นเช้า โชคดีที่เป็นคนนอนหลับสนิท แต่ก็ยังไม่เพียงพอ คุณหมอแนะนำให้พยายามพักผ่อนให้มากขึ้น และต้องออกกำลังกายด้วย  ตอนนี้เลยนัดเพื่อนๆ มาจัดคลาสเรียนโยคะกับเรียนลีลาศที่บ้าน เลยทำให้มีเพื่อนๆ มาเฮฮาที่บ้านตลอด”

อีกสิ่งที่คุณตุ๊กได้ทำเพื่อสังคมมานานเกือบ 13 ปีแล้ว นั่นคือการทำงานให้กับศาลเยาวชนและครอบครัว “เพราะเรามีธุรกิจอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร มีผู้พิพากษาที่ท่านเป็นเพื่อนกับคุณแม่ ถามถึงเรื่องการช่วยเหลืองานราชการและงานศาล เราก็ถามท่านว่า จะช่วยอะไรได้บ้าง”

“ท่านเลยถามกลับมาว่า เราเคยมีลูกน้องเยอะๆ แล้วเขาทะเลาะกันมั้ย? เคยเรียกเขามาคุย มาไกล่เกลี่ยให้เค้าดีกันมั้ย?  ถ้าทำเรื่องแบบนี้ได้ ก็ไปช่วยงานที่ศาลได้” นั่นคือจุดเริ่ม…  “ครั้งแรกที่เข้าไป พอดีเป็นปีที่มีการเปิดรับสมัครผู้ประณีประนอมของศาลเยาวชนจังหวัดสมุทรสาครเป็นปีแรก เลยมีโอกาสได้สอบ ได้เข้าอบรม และได้ทำงานกับศาลยุติธรรมมาตั้งแต่บัดนั้น พอทำได้สองปี ทางศาลก็เปิดรับสมัครผู้พิพากษาสมทบ มีการสอบและอบรมตามขั้นตอนต่างๆ จนได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ทำหน้าที่นี้ต่อเนื่องมาแล้ว 3 สมัย” เป็นอีกบทบาทหนึ่งของเธอที่ได้ช่วยงานราชการ ช่วยสังคม และช่วยเหลือคนอื่น…

ก่อนจะจบบทสนทนา คุณตุ๊กยังได้บอกถึงเรื่องความสุขที่แท้จริงของเธออีกด้วย นั่นคือ…

“การให้ค่ะ เพราะคนที่เราให้ เขาขาดโอกาสตรงนั้น เราก็พยายามหยิบยื่นเท่าที่จะทำได้ เห็นเขาได้รับแล้วเรามีความสุข เพราะว่าเขาได้รับและได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เราให้จริง ๆ ยิ่งให้ไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ความสุขกลับมามากขึ้น ๆ ทุกวัน อันนี้น่าจะเป็นเคล็ดลับชะลอความแก่ได้นะคะ!”