การพัฒนาคนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง (ขั้นสนุกสนาน ตื่นเต้น)

การพัฒนาคนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ขั้นสนุกสนาน ตื่นเต้น

จากฉบับที่แล้ว เราทราบถึงขั้นแรกสุดของ LTAD ในช่วงของเด็กอายุ ระหว่าง 0-6 ปี (ทั้งเพศชายและหญิง) ในขณะที่คราวนี้จะเป็นขั้นที่ 2 ที่เป็นช่วงของอายุ 6-9 ของเด็กผู้ชาย และ 6-8 ของเด็กผู้หญิงกันครับ เหตุผลที่ทางประเทศแคนาดาแบ่งช่วงเวลาของการปลูกฝังจิตใจให้เด็กที่ต่างช่วงวัยกัน แต่วิธีการเดียวกัน ก็เพราะระดับของการเจริญเติบโตของเด็กชายและหญิงจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในช่วงนี้ โดยเฉพาะด้านร่างกายของเด็กหญิงจะมีการเจริญเติบโตมากและเร็วกว่า

เป้าหมายของการพัฒนาในช่วงนี้จะมุ่งเน้นด้วยการสอนให้เกิดความคุ้นเคยกับเรื่องของความคล่อง แคล่วว่องไว ความเรียนรู้การทรงตัว การรักษาสมดุลย์ในขณะยืนหรือเคลื่อนไหวร่างกาย และความเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความสำคัญกับการมีกิจกรรมการเคลื่อนไหว ร่างกายตามปกติด้วย

ในรายละเอียดของการพัฒนาตัวเองในช่วงนี้ การมีทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายพื้นฐาน การวิ่ง การกระโดด การขว้างสิ่งของ/ลูกบอล และการจับหรือรับสิ่งของจำเป็นต้องมีการเรียนรู้และฝึกฝนผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่มีหลักการการเคลื่อนไหวที่ดีและมีระบบ เช่น ยิมนาสติกหรือการว่ายน้ำ เพราะกิจกรรมพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยทำให้เกิดพัฒนาการด้านความคล่องตัว การรักษาสมดุลย์ในการเคลื่อนไหว ความเร็วและความสามารถในการสร้างความประสานสัมพันธ์ของข้อต่อและกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้แล้วการมุ่งเน้นการพัฒนาและรักษาระดับของการเคลื่อนไหวผสมผสานกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อก็เริ่มที่ระยะนี้ วิธีการและความสามารถดังกล่าวในการเคลื่อนไหวพื้นฐานนี้จะส่งผลต่อความสำเร็จของบุคคลทางด้านของร่างกายและจิตใจในอนาคตเป็นอย่างดี

อีกประเด็นหนึ่งของช่วงระยะเวลานี้ นอกจากพื้นฐานการเคลื่อนไหวเบื้องต้นที่เหมาะสมแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการรู้จักความห่างไกลการบาดเจ็บและพัฒนาการของพฤติกรรมที่ไม่ดีด้วย ดังนั้นอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมในช่วงเวลานี้ เช่น ลูก Medicine ball ก็สามารถนำมาประกอบกิจกรรมต่างๆของเด็กได้

ช่วงเวลานี้ยังจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเรื่องของความเร็วในการเคลื่อนไหวร่างกายด้วย โดยเริ่มต้นที่การทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับความคล่องตัว ความเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ (อาจจะน้อยกว่า 5 วินาที) การที่เด็กๆรู้จักการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆเท่ากับเป็นการทำความคุ้นเคยกับความเร็วที่จะตามมา

การเริ่มให้เด็กๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของการป้องกันตัวเองจากการได้รับบาดเจ็บ การเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ 4-10 สัปดาห์ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กๆเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาในหลายๆชนิด หลายทักษะ และการรวมกันเล่นเกมส์ที่เป็นกลุ่มจะช่วยให้เด็กๆมีโอกาสของการได้ตัดสินใจด้วย โดยระยะเวลาของการทำกิจกรรมดังกล่าวสามารถเพิ่มมากขึ้นได้เมื่อใกล้สิ้นสุดโครงการ ขณะที่ระยะเวลาในแต่ละครั้ง ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็สามารถให้เด็กทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทักษะการเล่นกีฬาทั่วไป เช่น การวิ่ง การกระโดด การทรงตัว การหยุด การเปลี่ยนทิศทาง การขว้าง และการกระโดดได้ ดังนั้นการทำกิจกรรมทางกายของเด็กๆในวัยนี้จึงควรผสมผสานระหว่างกิจกรรมที่ป็นแอโรบิคและแอนแอโรบิค ที่สามารถทำได้ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่โรงเรียน และสนามกีฬา อย่างไรก็ตามต้องมั่นใจว่าสถานที่เหล่านั้นมีความสะอาดและปลอดภัย

สุดท้ายคือช่วงพัฒนาการนี้ยังเป็นช่วงของกิจกรรมที่ไม่ใช่การแข่งขันในระบบ การแข่งขันหรือการฝึกซ้อมที่เป็นระบบและจริงจัง

ในฉบับหน้าเรามาทราบเรื่องของการเคลื่อนไหวร่างกาย การสร้างจิตใจและสังคมที่ก้าวเข้าสู่ขั้นของการเรียนรู้เกี่ยวกับการฝึก (Learning to Train) ให้กับเด็กๆ ติดตามกันต่อไปครับ

ผศ. ดร. นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
นายกสมาคมจิตวิทยาการกีฬาประยุกต์แห่งประเทศไทย