สวรรค์ของนักคิด

สวรรค์ของนักคิด

ยามนี้อะไรๆ ก็ดูว่าจะพังพาบไปกันหมด แทบจะทุกวงการที่ต้องอาศัยคำว่า “ธุรกิจ”เป็นหลักมันจบลงหรือจะใช้คำว่า “ล่มสลาย”ก็คงไม่ผิดนักหรอกครับ  แต่เรื่องพันนี้มันไม่ได้เกิดบนแผ่นดินของเราแต่เพียงประเทศเดียวก็เปล่า หากแต่มันไปเกิดในแทบทุกมุมของโลกที่มีคำว่า “ธุรกิจ” เป็นหลักใหญ่ประเทศไหนมีขนาดของธุรกิจใหญ่โตเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่คอยบงการชาติโน้นชาตินี้ให้ทำตามใจตัวเอง แล้วตอนนี้เป็นไงประชาชนแทบจะวายปรานไปกันหมดแล้ว เจ้าของคำพูดที่ว่า “USA มาก่อน”ตอนนี้เป็นตำนานให้คนได้จดจำกันอีกนาน จำในความโหล่ยโท่ยของนโยบายที่ยากจะเข้าใจว่า “ท่านผู้นำท่านคิดได้ไง” เล่นเอานรกมาเยือนกันเป็นล้านๆ

ข้ามฝั่งไปยุโรปหน่อยครับจากสายข่าวที่ต้องเชื่อถือได้ 100% ตอนนี้ยุโรปตอนใต้ที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เขาปิดเมืองนานหลายเพลาแล้วครับ จะเข้าจะออกจากบ้านของเขาเองก็ต้องขออนุญาตกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งเวลาทั้งจำนวนต้องจัดเต็มใครบิดพลิ้วหรือทั้งหมดที่ชอบพลิกลิ้นรับรองติดตะรางยาวแต่ที่ตามมาคือค่าปรับนี่มันล่อกันแทบจะหมดตัวกันเลยทีเดียว ขนาดว่าจะมาเดินแถวๆ ชายหาดหรือจะออกมาวิ่งหรือเดินเพื่อออกกำลังกาย สุดท้ายปลายทางก็คุกครับขอบอก…อันนี้เรื่องจริงจากปากของสายงานที่เป็นน้องสาวครูไก่เอง เราคุยกันด้วยเรื่องราวที่ว่านี่แหละประจำ

เข้ามาที่เรื่องของคนตกงานมันก็มีข้อดีอยู่ที่ว่า “รัฐบาล”เขามีเงินอุดหนุนคนเหล่านี้ราวๆ 50% ของเงินเดือนจนกว่าจะสิ้นสุดทุกข์เข็ญของเขาเอง แต่ก็อย่าได้เอาไปเทียบเคียงกับของเรานะครับนั่นเพราะ “มันเป็นเงินภาษี”ที่เขาเก็บไปก่อนหน้าที่ถึงเวลามันจะกลับมาในยามเช่นนี้แหละ ของเราเองเรื่อง “ภาษี” ที่หลีกได้เลี่ยงได้เราทำหมดถึงเวลา “อด”จะมาเรียกร้อง เช่นนี้มันเข้าท่ามั้ยเนี่ย

ตอนนี้ขอย้ายความคิดมาเกาะติดกีฬากันหน่อย เพราะมันกร่อยสิ้นดีเช่นนี้รายการแข่งขันกีฬาอะไรก็ช่างจะใหญ่โตเพียงใดก็กลายเป็นเพียงการเล่นของคนไม่กี่คนเท่านั้นเอง ที่คิดเช่นนี้เพราะภาพมันฟ้องกันเห็นๆ การขาดไปของคนเชียร์รอบสนามดูแล้วเหมือนคนที่ไม่มีหูจะดูอย่างไรก็แปลก ยิ่งการแข่งขันใหญ่แค่ไหนกลายเป็นการประจานเท่านั้นเอง จะดูแบบไหนดูมุมใดมันไม่น่าจะสนุกสนานเอาเสียเลย…ไม่เชื่อลองดูการแข่งขัน “เทนนิส” 1 ในแกรนด์แสลมที่ 1 โม่ตับทั้งจอภาพมีคนอยู่ไม่กี่คนทั้งคนดูเส้นที่เป็นกรรมการแล้วด้วยนะ หมดกันเช่นนี้

สลับกลับไปที่ชายฝั่งทะเลของยุโรปตอนใต้งานที่น้องๆ ยังทำได้คือ คิดดีต่อ “ธุรกิจ”ที่อยู่ในมือ คือ “ร้านส่งให้เดี๋ยวถึงบ้าน” เช่นนี้มันก็พอไปได้ครับลูกจ้างที่มีอยู่ใครมี “แมงกาไซ”อยู่ก็เอามาเป็นคนจัดส่งอาหารเสียเลยจ้า…ค่าอาหาร + ทิป มันก็พออยู่ได้ทั้งร้านและเจ้าของไม่ต้องมานอนกองพากันอดตายทั้งโขยง…เพื่อวันที่ฟ้าโล่งก็ค่อยว่ากันอีกที…มาที่บ้านเราเข้าบ้างเวลาเช่นนี้มันดีสำหรับนักคิดในการทำกีฬาเข้าทาง “โซเชียล”เพราะต้นทุนมันต่ำเตี่ยเรี่ยดินบอกได้เลย แค่คิดจะทำแล้วหาพลพรรคอีกหน่อยเมื่อปล่อยเข้าไลน์ของการเข้าชมรับรองรอดแน่นอน

ครูไก่