“บาส-ปอป้อ” แชมป์ 3 รายการ ใน 3 สัปดาห์

“บาส-ปอป้อ” แชมป์ 3 รายการ ใน 3 สัปดาห์

เมื่อเดือนที่แล้ว สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับความไว้วางใจจากทาง สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแบดมินตัน 3 รายการใหญ่ ติดต่อกันในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี นอกจากจะเป็นการสร้างหน้าประวัติศาสตร์ในรอบ 110 ปี ของเวทีขนไก่โลกแล้ว ยังถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติด้วยมาตราการที่รัดกุม ท่ามกลางสถานะการณ์ที่เปราะบางจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19

นอกจากนักกีฬา โค้ช ผู้ตัดสิน จะต้องกักตัวเก็บตัวอยู่ในระบบบับเบิ้ลของการแข่งขัน (ที่พัก – สนามซ้อม – สนามแข่ง) ตั้งแต่ 14 วันก่อนการแข่งขันจนกระทั้งแข่งขันรายการสุดท้ายเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ทั้งแต่ทีมงานถ่ายทอด พนักงานส่วนต่างๆ ก็ต้องถูกกักตัวอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องชื่นชมทีมงานละเจ้าห้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่อดทน ทุ่มเท ให้กับการจัดการแข่งขันครั้งนี้อย่างเต็มที่จนงานที่สเกลใหญ่มากครั้งนี้ สำเร็จเรียบร้อยอย่างงดงาม

ที่สำคัญคงต้องยกเครดิตให้กับ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตัน แห่งประเทศไทยฯ และรองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก ที่ลุยงานหนักจนการแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงสำเร็จลุล่วง แต่ถึงขั้น โธมัส บาค ประธานไอโอซี ขอให้ฝ่ายไทยช่วยส่งต้นแบบการจัดแข่งขัน โดยเฉพาะรายละเอียดมาตรการบับเบิ้ล ที่ได้ผลดีในการป้องกันโควิด-19 ให้กับ จอห์น โคท ประธานคณะกรรมาธิการประสานงานโอลิมปิก โตเกียว 2020 ของไอโอซี ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากกับ โตเกียวเกมส์ ที่ยังไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย นอกจากนั้นหลายประเภทกีฬาในบ้านเรา ก็เตรียมวางแผนจัดการแข่งขัน โดยใช้รูปแบบเดียวกัน เพื่อให้แวดวงกีฬาเดินหน้าต่อไปได้

ในส่วนผลงานของนักกีฬาไทย ถึงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนกีฬาแบดมินตันหรือไม่ ก็คงจะรู้จักนักแบดมินตันคู่ผสมทีมชาติไทย ”บาส-ปอป้อ” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย กันเป็นอย่างดีแล้ว หลังจากที่ทั้งคู่ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า 3 แชมป์ติดต่อกันในสามสัปดาห์ จากการแข่งขัน โยเน็กซ์ไทยแลนด์โอเพ่น, โตโยต้าไทยแลนด์โอเพ่น และ เฮชเอสบีซี บีดับบลิวเอฟเวิร์ลทัวร์ไฟน่อล ที่เป็นการแข่งขันแบดมินตันระดับสูงสุด เหมือนกับที่เรารู้จักรายการแกรนด์สแลมในกีฬาเทนนิส หรือ รายการระดับเมเจอร์ในกีฬากอล์ฟ ความสำเร็จครั้งนี้ ทำให้ “บาส-ปอป้อ” กลายเป็นขวัญใจและไอดอลของคนไทยจาก SCG ต่อจาก “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล โปรสาวนักกอล์ฟชื่อดัง

แน่นอนว่า เส้นทางของนักแบดมินตันทั้งคู่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่มีทางลัด หากแต่มาจากความทุ่มเท การเอาใจใส่ และการทำงานหนักจากทีมงานทุกฝ่าย เฉกเช่นเดียวกับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกทั้งหลาย

สำหรับ “ปอป้อ – ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” เป็นหนึ่งในนักแบดมินตันรุ่นแรกของ สถาบันแบดมินตันเอสซีจี นับแต่ก่อตั้งในปี 2550 โดยเริ่มจากเป็นนักกีฬาหญิงเดี่ยว ซึ่งก็ประสบความสำเร็จถึงขั้นเคยคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวกีฬาโอลิมปิกเยาวชน แชมป์ระดับอาชีพรายการยูเอสโอเพ่น และเมื่อเล่นประเภทหญิงคู่ ก็เคยคว้าแชมป์ไซอัดโมอี้อินเตอร์เนชั่นแนลที่อินเดียและไทยแลนด์โอเพ่น

ส่วน “บาส – เดชาพล พัววรานุเคราะห์” เป็นสมาชิกของ เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่ รุ่นปี 2554 ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ระดับเยาวชน เมื่อจับคู่ สกาย – กิตินุพงษ์ เกตุเรน คว้าแชมป์ชายคู่เยาวชนโลกเมื่อปี 2557 รวมทั้งเหรียญทองชายคู่ซีเกมส์เมื่อปี 2560 ด้วยชัยชนะเหนือ ออง ยิว ซิน กับ เตียว อี ยี่ ขวัญใจเจ้าภาพมาเลเซียในรอบชิงแบบสุดมัน

ส่วนในประเภทคู่ผสม ปอป้อ เคยลงเล่นกับนักกีฬาหลายคน ก่อนจะมาลงตัวกับ บาส และทำผลงานเป็นนักกีฬาคู่ผสมของไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยเมื่อปี 2019 ได้เข้าขิงชนะเลิศแบดมินตันชิงแชมป์โลก ก่อนที่จะแพ้ จาวซีเว่ย กับ หวงหย่าเฉียง นักแบดมินตันคู่ผสมมือหนึ่งโลก และก่อนพักการแข่งขันยาวนานเกือบ 10 เดือนเมื่อปีก่อน ก็เป็นรองแชมป์ ออลอิงแลนด์ ที่ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่อดีตเคยถือเป็นการชิงแชมป์โลกอย่างไม่เป็นทางการ และเปิดฉากปีนี้ด้วยการคว้าแชมป์สามรายการในประเทศไทยจนทั่วโลกรู้จัก

แบดมินตัน ถือเป็นกีฬาที่ลูกพุ่งเร็วที่สุดในโลก นั่นคือนักกีฬาชาย มีสถิติสูงสุดถึง 342 กม./ชม. ส่วนนักกีฬาหญิงมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 296 กม./ชม.ขณะที่กีฬาอื่นนั้น พบว่า ลูกกอล์ฟ 310 กม./ชม., ลูกเทนนิส 270 กม./ชม., ลูกปิงปอง 250 กม./ชม., ลูกฮอกกี้น้ำแข็ง 200 กม./ชม., ลูกเบสบอล (ตี) 180 กม./ชม., ลูกเบสบอล (ขว้าง) 167 กม./ชม., ลูกฟุตบอล 150 กม./ชม. และ ลูกวอลเล่ย์บอล 115 กม./ชม. ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันสามรายการที่ทั้งคู่ได้แชมป์ เป็นการแข่งขันที่ยาวนานต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม จนถึงวันที่ 31 มกราคม โดยได้พักช่วงรอยต่อแต่ละรายการเพียงวันสองวันเท่านั้น ไม่เพียงแต่แชมป์เท่านั้น นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันจนถึงรอบลึกๆ จะต้องมีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมากทีเดียว

ความสำเร็จนี้l ส่วนหนึ่งต้องยกให้ “โค้ชโอม – เทศนา พันธ์วิศวาส” หัวหน้าผู้ฝึกสอน เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่ ผู้หลงใหลและหลงรักแบดมินตันและตัดสินใจออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อตามหาความฝันและประสบความสำเร็จล้นหลามทั้งในฐานะผู้เล่นและผู้ฝึกสอน หากใครได้ชมการถ่ายทอดสด คงผ่านตาชายร่างใหญ่ที่เข้ามาแนะนำและแก้เกมให้กับนักกีฬาในช่วงพักเบรกทุกครั้ง นั่นแหละโค้ชโอม

อีกส่วนหนึ่งที่มีส่วนในการผลักดันความสำเร็จครั้งนี้ก็คือ ทีมงานเบื้องหลังของ “เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่” ตั้งแต่ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา ฝ่ายโภชนาการ จนถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องวางแผนล่วงหน้าตลอดจนแก้เกม แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันทวงที และเป็นมืออาชีพ

ไม่เพียงเฉพาะนักกอล์ฟที่เราคุ้นเคยกันเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็ตาม กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ พวกเขาล้วนแล้วแต่ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนักหน่วง ลงแข่งขันมาอย่างโชกโชน ดีใจ เสียใจ หัวเราะ ร้องไห้ มานับไม่ถ้วน มีผู้อยู่เบื้องหลัง คอยผลักดัน ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา แก้ไข ปรับปรุง พัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ มากมาย เมื่อเรามี สปอร์ตฮีโร่ เพิ่มขึ้นครั้งใด เด็กๆ ในรุ่นหลังก็จะได้เห็นแนวทาง เห็นแบบอย่างมากขึ้น ฮีโร่เบื้องหน้าอาจจะมีหนึ่งหรือสองคน แต่ก็จะมีฮีโร่ที่อยู่เบื้องหลังอีกมากมาย บางคนอยากอยู่เบื้องหน้า แต่อีกหลายคนอาจจะอยากอยู่เบื้องหลัง เป็นไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วโอกาสที่บ้านเมืองเราจะมี ฮีโร่ในด้านต่างๆ ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย