สกล จินดาโชตสิริ

สกล จินดาโชตสิริ
Sahapaisal Industry Co., Ltd.
Thai Citric Acid Co., Ltd.
Portlink Co., Ltd.
“ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน”

ธุรกิจครอบครัว : เริ่มตั้งแต่สมัยคุณพ่อยังหนุ่ม ท่านทำโรงกลึง ซ่อมสร้างเครื่องจักร แล้วค่อย ๆ ขยายธุรกิจมาเรื่อย ๆ เราได้สร้างเครื่องจักรต่าง ๆ ทำโรงงานให้กับคนอื่นมาเยอะ จนคิดกันว่า ทำไมไม่สร้างโรงงานเป็นของเราเองบ้าง เป็นการจุดประกายในการสร้างธุรกิจด้านเคมี 2 แห่ง, ไปเป็นหุ้นส่วนบ้าง โรงงานเทรดดิ้งบ้าง ตลอดมาจนถึงท่าเรือ ส่วนผมโตขึ้นมาพร้อมกับโรงงานสารเคมี ผลิตพวกกรดซัลฟูริก กำมะถัน ส่วนอีกแห่งผลิตกรดซิตริก สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร 

ความสำเร็จ 3 ประการ : ผมได้รับการถ่ายทอดเรื่องการทำงานมาจากคุณพ่อและคุณแม่ ซึ่งสิ่งที่ได้รับมาเต็ม ๆ ท่านสอนจนจำขึ้นใจมาถึงทุกวันนี้ คือเรื่องความสำเร็จทั้ง 3 ประการ ได้แก่ การเรียน การทำงาน และ ครอบครัว ถ้าทำได้ครบตามนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะประสบความสำเร็จได้หมด เพราะนี่คือพื้นฐานที่ต่อยอดได้ทุก ๆ เรื่อง เราจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องมาจากสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น และผมว่าทุกคนก็อยากได้ 3 สิ่งนี้ ซึ่งสามารถเอาไปเล่าให้ลูกหลานฟังต่อ ๆ ไปได้เลย

เข้าสังคม : คุณพ่อให้ฝึกในเรื่องการเข้าสังคมตั้งแต่ผมยังเล็ก ๆ  พาออกงาน ไปพบผู้ใหญ่ ไปงานสมาคม ไปร่วมกิจกรรมที่มีผู้คนเยอะ ๆ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าได้รับการฝึกอยู่ พอรู้ตัวอีกที ก็พบว่าเราไปเจอใครก็ได้ เข้าหาผู้ใหญ่ท่านไหนก็ได้ กล้าพูด กล้าคุย กล้าเจรจาด้วย โดนหล่อหลอมให้ไม่กลัวการเข้าสังคม เป็นแบบนี้มาตลอด

ทำในสิ่งที่มี : กลยุทธ์อีกอย่างหนึ่งที่คุณพ่อถ่ายทอดมาให้ นั่นคือเรื่อง สิ่งที่ควรจะเป็น อย่างการศึกษา ท่านไม่เคยบังคับให้เรียนอะไร แต่จะบอกว่า เมื่อเรามีธุรกิจแบบนี้ ก็ควรเรียนแนวไหนเพื่อต่อยอดในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ฉะนั้นพอได้ฟังบ่อย ๆ ก็เป็นการปลูกฝังไปเองว่าควรจะเลือกเรียน หรืออบรมอะไร ให้เสริมเติมแต่งขึ้นมาเพื่อธุรกิจของเรา

ชอบกิจกรรม : ผมเป็นเด็กไม่ได้เรียนดีมากนัก ผลการเรียนอยู่ระดับกลาง ๆ แต่ชอบเรื่องการทำกิจกรรมมาก ทำได้ดีทุกอย่าง ตอนเรียนอยู่ชั้นประถม ได้เป็นนักเรียนดีเด่นในการช่วยเหลือโรงเรียน เพราะช่วยทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่วนรวม เช่น ทำความสะอาด จัดโต๊ะ จัดกีฬาสี งานแบบนี้จะมีชื่อผมติดอยู่ด้วยตลอด จนคุณครูเห็นว่า เรียกเข้าไปช่วยเมื่อไหร่เราก็ยินดีเสมอ ส่วนผมก็ยิ่งชอบ ทำแล้วสนุก มีความสุข สมัยนั้นผมเรียนประถมที่ พรประสาทวิทยา ใกล้บ้านย่านวุฒากาศ

ที่นั่นมีการมอบเข็มให้นักเรียนอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ มารยาทดี, หัวหน้าห้อง และ ช่วยเหลือโรงเรียน ซึ่งผมก็ได้รับเข็มช่วยเหลือโรงเรียนด้วย พอขึ้นชั้นมัธยม เรียนที่วัดราชาธิวาส ผมก็ประเภทเฮฮา สนุกสนานมาก เรื่องเรียนขอแค่กลาง ๆ ทำกิจกรรมเยอะเหมือนเดิม

โครงงานวิทยาศาสตร์ : ด้วยความที่ชอบกิจกรรม แต่ไม่ค่อยชอบนั่งเรียนแบบวิชาการในห้อง พอทราบข่าวว่ามีการประกวดฯ  รู้สึกว่า งานแบบนี้น่าสนุก เลยจับกลุ่มกับเพื่อน รวม 3 คน คิดโครงงานวิทยาศาสตร์ หัวข้อ ไซโคลน ดักฝุ่น สำหรับใช้ในโรงงานที่มีฝุ่นเยอะ เช่นโรงสีข้าว โดยเครื่องนี้จะช่วยแยกฝุ่นให้ตกลงข้างล่าง ลมที่สะอาดก็จะอยู่ด้านบน พอดีเรามีโรงงาน ก็ไปขอคำแนะนำจากวิศวกร ปรึกษากับอาจารย์ที่โรงเรียน หาวิธีการคำนวน เพื่อให้ได้ขนาด แรงลม ทำให้แยกฝุ่นได้จริง และได้จัดทำแบบจำลองเป็นพลาสติก ทำให้เห็นหลักการทำงาน แล้วส่งเข้าประกวด จนได้รางวัลชมเชยในระดับประเทศ ในระดับชั้นมัธยมปลาย

กีฬาก็เล่น : ระหว่างเรียน ได้เล่นกีฬาบ้าง เตะฟุตบอลกันทุกวัน ช่วงเย็นได้ไปว่ายน้ำ จนได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนผู้หญิงล้วน แต่ผมไปเรียนว่ายน้ำที่นั่น คุณครูก็เลยชักชวนให้ไปเป็นนักกีฬา แต่ก็แค่ช่วงสั้น ๆ เพราะต้องซ้อมหนักมาก คนที่เป็นนักกีฬา ถ้าคุณไม่มีเวลาซ้อม ไม่ให้ใจ ทุ่มเท อย่างเต็มที่ ยังไงก็ไปได้ไม่ถึงจุดสูงสุด ทำให้ผมเข้าใจดีว่า การเป็นนักกีฬาอาชีพ กว่าจะประสบความสำเร็จ กว่าผ่านช่วงฝึกฝนนั้นมาได้ มันไม่ได้ง่ายเลย แต่ถ้าเราไม่เคยเห็น ไม่เคยผ่านช่วงนั้นมาด้วยตัวเอง ก็อาจจะคิดว่า เล่นกีฬาไม่เห็นยาก ใครมีพรสวรรค์ก็เป็นนักกีฬาได้ ซึ่งนั่นไม่จริงเลย เพราะต้องเกิดจากการฝึกฝนทั้งนั้น ผลพลอยได้ก็คือ ช่วงนั้นสุขภาพสมบูรณ์เต็มที่ ได้ระเบียบวินัย เพราะต้องทั้งฝึกว่ายน้ำ กลับมาทำการบ้าน เช้าไปเรียนหนังสืออีก เป็นช่วงชีวิตที่มีระยะเวลาเป็นตัวกำหนดว่าต้องทำอะไรตอนไหน 

เข้ามหาวิทยาลัย : เมื่อถึงจุดที่ต้องเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ก็ต้องเลือก การเรียนก็ใช่ว่าจะดีนัก แล้วยังจะเจอกีฬาอีก ไหนจะกิจกรรมที่โรงเรียนอีก จะทำตัวสนุกสนานตลอดเวลาคงไม่ได้แล้ว ก็ค่อย ๆ ลดทุกอย่างลง เพื่อให้เวลากับการเตรียมตัวสอบ จากการทำตัวสนุกสนานมาตลอด เมื่อถึงจุดที่ต้องไปต่อ ก็ต้องปรับตัวเองให้พร้อม มิเช่นนั้นคงไปไม่ถึง เริ่มคิดได้ ความสนุกต้องเริ่มลดลง ความเป็นนักเรียนต้องเพิ่มมากขึ้น และเนื่องด้วยเรามีโรงงานด้านเคมี เป้าหมายก็คือ วิศวะ เคมี แล้วก็ได้เข้าเรียนที่ วิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยรังสิต ตรงตามที่คิดไว้ว่าควรจะเป็น 

กิจกรรม – กีฬา : พอเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย ก็ยังไม่เลิกเรื่องการทำกิจกรรม ได้สนุกสนาน และได้กลับไปเป็นนักกีฬาฟุตบอลของคณะฯ เล่นจริงจังเต็มพิกัด เป็นศูนย์หน้า เกิดอุบัติเหตุ ปะทะกับกองหลัง จนเส้นเลือดฝอยในตาแตก มองไม่เห็นไปเลย ต้องไปพักรักษาตัวอยู่พักใหญ่ พอหายคุณพ่อก็บอกว่า พอได้แล้ว ก็เลยเลิกเล่นฟุตบอล แต่กลับไปแข่งว่ายน้ำแทน เพราะพอดีอาจารย์รู้ว่าผมเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ขอให้ไปช่วย ก็ไปเล่นอยู่ช่วงสั้น ๆ 

นโยบายคุณพ่อ : ท่านตั้งกติกาไว้ชัดเจนมากว่า ลูก ๆ ทุกคน เมื่อจบมาแล้วต้องไปทำงานที่อื่นก่อน แต่เผอิญว่า ช่วงที่ผมจบ เกิดวิกฤติของงานที่บ้าน ทำให้ต้องโดดกลับเข้ามาทำงานที่บ้านทันที ทั้ง ๆ ที่พี่น้องทุกคน จะต้องออกไปทำงานข้างนอกก่อนสักพัก ถึงจะกลับเข้ามาได้ แต่สำหรับผมเป็นจังหวะที่เกิดความจำเป็นทางธุรกิจ เป็นคนเดียวที่ไม่ได้ทำงานบริษัทข้างนอก แต่ในใจก็นึกอยากจะไปเหมือนกัน เพราะคิดว่าอาจจะได้เจออะไรที่มีความหลากหลายออกไป รู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสเช่นนั้นบ้าง ซึ่งในปัจจุบันพี่น้องทุกคนก็กลับมาทำงานบริษัทในเครือกันหมดแล้ว

กลายเป็นยาก : ผมเข้ามาเริ่มงานในช่วงที่มีปัญหาเรื่องการขายถึงได้ถูกดึงตัวเข้ามา ซึ่งการขายเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่เรียนมา แต่เขาบอกให้มาก็มา ในช่วงเกือบสามเดือนแรกผมอยู่อย่างไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย นั่งอยู่ออฟฟิศอย่าง งง ๆ ใช้เวลาให้ผ่านไปวัน ๆ จนคุณพ่อเอ่ยปากว่า เรามีปัญหาเรื่องการขาย มานั่งอยู่แบบนี้ ไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยหรือ นั่นคือแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้รู้สึกว่า ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพราะผมยังไม่มีลูกค้าสักรายเลย 

ลูกค้ารายแรก : ผมยังไม่เข้าใจเรื่องการขายเลย เพราะไม่มีคนสอน จึงต้องเริ่มซื้อหนังสือเกี่ยวกับงานขายมาอ่าน อ่านจนคิดว่าเริ่มจับทางอะไรบางอย่างได้ รู้ว่าการขายจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง บทบาทของการขายคืออะไร คุณจะเป็นนักขายที่ดีต้องทำอะไรบ้าง เริ่มโทรติดต่อ นัดลูกค้า เพื่อเข้าไปพบ พอโทรไปหา เขาก็รับนัด ผมก็ถือตัวอย่างสินค้า แคตตาล็อก มีนามบัตร ทุกอย่างครบ พอไปถึงก็พี่เขาก็ชวนเราคุย น่ารักกับเรามาก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง รู้สึกว่าได้เวลาพอสมควร ผมก็ขอตัวกลับ เดินออกจากฝ่ายจัดซื้อ โดยถือตัวอย่างและสิ่งที่เตรียมไปทุกอย่างกลับมาด้วย สรุปว่าวันนั้น ไม่ได้ขายของอะไรเลย นัดแรกของผม ล้มเหลวไม่เป็นท่า นี่คือการเตรียมตัวที่ไม่ดี ทั้ง ๆ ที่มีความมั่นใจแล้ว อ่านหนังสือไปแล้ว

ล้มมาพอแล้ว : ตอนคุณพ่อมาตำหนิ คือความล้มเหลวครั้งแรก พอไปหาลูกค้ากลับมาโดยไม่ได้ทำอะไรเลย คือความล้มเหลวครั้งที่ 2 จนต้องคิดว่า เราควรจะอยู่สายนี้ต่อไปอีกหรือไม่ แต่คิดแล้วก็ตั้งใจใหม่ ทำการบ้านอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวไปหาลูกค้า ก่อนไปจด 10 คำถามยอดฮิต ที่เราควรไปถามลูกค้า ไม่ควรล้มเหลวเป็นครั้งที่ 3 อีก เริ่มเดินหน้าแล้ว มีความตั้งใจมากขึ้น ต้องชนะมันให้ได้ ซึ่งในปีนั้น ผมทำยอดทะลุเป้าได้หมด จากแรงกระตุ้นนั้น เริ่มรู้วิธีการ การเตรียมตัว และทำอย่างไรถึงจะปิดการขายได้ เรียนรู้ไปกับลูกค้า เขาสอนเราเยอะ เราเข้าไปอย่างจริงใจ เขาก็ให้ความจริงใจกลับมาเช่นกัน 

หลักการขายที่แท้จริง : การที่เขาจะเปลี่ยนสินค้าที่เคยใช้อยู่นั้น ข้อแรก คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าของเราดีอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้เขาเปลี่ยน เราก็ต้องนำเสนอด้วยความจริงใจ ขอเป็นทางเลือกอีกทาง ไม่ใช้ตอนนี้ไม่เป็นไร แต่ขอให้เอาไปลองก่อน ก็ได้รับโอกาสดี ๆ จากลูกค้าหลาย ๆ ราย ทำให้เราค่อย ๆ โตขึ้น ลูกค้ารายแรกที่ผมเข้าไปพบ แล้วลืมทุกอย่าง ผมก็กลับเข้าไปหาเขาอีกรอบ และปิดการขายได้สำเร็จเป็นรายแรก เขาก็ขำผมเหมือนกันว่า มาแล้วไม่ได้ให้อะไรไว้เลย ตอนถือกลับว่าจะทัก แต่กลัวจะอาย จนตอนหลังก็สนิทจนกลายเป็นเพื่อนกัน เจอกันเมื่อไหร่ก็ยังนึกถึงเรื่องเมื่อสามสิบกว่าก่อน

เรียนรู้งานเพิ่ม : พอดูงานขายได้สัก 4 – 5 ปี ก็เข้าโรงงาน เพื่อไปเรียนรู้การผลิตทั้งสองแห่ง เพราะอยากได้ระบบ ผมบอกผู้จัดการว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่หรือไม่ แต่ถ้าระบบอยู่ คุณเก่งที่สุด, ไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับผู้จัดการ มิเช่นนั้น คุณจะต้องห้ามหยุด ห้ามป่วย ห้ามไปไหน แม้กระทั่งห้ามตาย เพราะถ้าไม่มีคุณ โรงงานต้องปิดทันที ซึ่งมันไม่ถูก 

ISO : สิ่งที่เราทำคือ นำระบบเข้ามาจับ อย่างแรกคือ ISO 9100 เป็นระบบที่ผู้นำต้องทำงานเยอะมาก แล้วผู้ตามจะตามไปเอง แต่เมื่อทำได้แล้ว ทุกคนจะมีความสุขมาก เพราะเป็นการขยับกันทั้งแผง ถึงแม้อาจจะมีใครหยุดไป ระบบก็ไม่ล่ม โรงงานผลิตได้เหมือนเดิม ปัญหาไม่เกิด ตอนหลังเราก็ได้ ISO 14000 มาอีก, ช่วงแรกเหนื่อยมาก มีปัญหามาก เพราะทุกคนยังไม่เข้าใจในความสำคัญ เราก็ต้องผลักดันกันเต็มที่ กว่าจะปรับให้เข้าระบบ เพราะเขาเคยทำในแบบเดิม ๆ มา ก็อยากจะทำต่อไป ไม่มีการจดบันทึก ใครทำหน้าที่ไหนก็ทำได้อยู่คนเดียว แต่ตอนหลังเมื่อปรับให้เข้าระบบ เขาก็สบาย ไม่ต้องทำเองตลอดเวลา สั่งงานให้ลูกน้องทำแทน อ่านจากเอกสารได้ ทำงานกันเป็นทีม ยิ่งพอได้การรับรองใบแรกมาได้แล้ว ใบต่อ ๆ ไปเขาก็อยากได้เองด้วย ทุกอย่างก็กลายเป็นง่ายขึ้น เพราะเกิดจากตัวเขาเอง ถ้าทุกคนอยากทำเอง มันชนะไปเกิดครึ่งแล้ว ยากยังไงก็อยากจะทำ 

ต่อยอดธุรกิจ : ผมได้รับการแนะนำจากคุณพ่อว่า น่าจะทำธุรกิจทางด้านขนส่งบ้าง ในอนาคตน่าจะไปได้ดี ประกอบกับมีผู้มาเสนอที่ดินแถวอยุธยา ติดกับแม่น้ำป่าสัก เคยเป็นโรงสีข้าวมาก่อน พื้นที่ใกล้เคียงก็เป็นท่าเรือ แต่เราเองไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้เลย คุณพ่อก็บอกให้ไปลองดู เราฉีกแนวมาจากสิ่งที่ถนัดมาค่อนข้างเยอะ ทำให้ระหว่างเคลียร์พื้นที่ ต้องมาใช้เวลาศึกษา สรุปลงตัวที่การทำท่าเรือ และโกดังให้เช่า ผมต้องไปลงเรือ ล่องไปดูว่าธุรกิจนี้เขาทำกันอย่างไร ทำแบบไหนถึงจะสวย จะแข็งแรง ใช้งานได้ถึงชั่วลูกชั่วหลาน เพราะคุณพ่อบอกเสมอว่า ทำแล้วต้องทำให้ดี อย่าทำแล้วต้องเป็นภาระกับคนรุ่นหลังที่มารับช่วงต่อ 

ท่าเรือ : ยากตรงที่เราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลย ต้องอาศัยลงไปดูจริง ล่องเรือไปดูตามท่าต่าง ๆ จดบันทึกเก็บข้อมูลปัญหา ปรึกษาผู้รู้ที่อยู่ในธุรกิจมาก่อน จนได้ข้อสรุปและเริ่มลงมือเขียนแบบ ก่อสร้าง ท่าเรือทางแถบอยุธยา เป็นเรือลำเลียงท้องแบบไม่มีเครื่อง หรือที่เรียกว่าเรือโป๊ะ (Lighter) ต้องอาศัยการลากจูง ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า ส่วนใหญ่เป็นการขนส่งสินค้าทางการเกษตร สำหรับส่งออกไปต่างประเทศ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าว ทางอุตสาหกรรมก็เช่น ปูนซีเมนต์ ส่วนที่รับเข้ามาก็พวก แร่ต่าง ๆ  ถ่านหิน กากถั่ว ฯลฯ โดยท่าเรือของเราทำได้ทั้งส่งออกและนำเข้า เป็นท่าที่ให้บริการกับเรือหรือบริษัทนำเข้า ส่งออก มาใช้ผ่านท่า เพื่อเก็บสินค้าที่โกดังทั้งขาออกและขาเข้า ถ้าส่งออก ก็เก็บรวบรวมให้สินค้าให้มีปริมาณเพียงพอก่อน แล้วจึงนำส่ง ลากออกไปกลางทะเลเพื่อขนถ่ายสู่เรือใหญ่อีกที ส่วนขาเข้าก็มีการเก็บพักไว้ในโกดังที่นี่ เพื่อรอการขนส่งก่อนแยกย้ายไปสู่จุดหมาย

วิกฤติครั้งนี้ : พวกเราเจ็บกันทุกคน ไม่มากก็น้อย วิกฤติอื่น ๆ ที่ผ่านมานั้น ถึงมีผลกระทบแต่ก็ไม่เคยถึงกับหยุด มากที่สุดก็แค่ลดการสั่งซื้อ แต่คราวนี้ถึงกับหยุดผลิตเลย ยอดขายเรากลายเป็นศูนย์ การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ และยังต้องเร็ว, เมื่อเจอกับโควิด บางคนอาจจะคิดเริ่มผ่อนแรง ทำน้อยหน่อย แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่ เราต้องปรับตัวให้เร็ว ให้ทันต่อเหตุการณ์ ในกลุ่มบริษัทเราเอง บอกเลยว่าไม่ลงทุนอะไรที่เป็นภาระหนัก ๆ แต่การขยายธุรกิจยังต้องทำ โดยเฉพาะในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว จะไม่สร้าง แตกไลน์ไปในธุรกิจอื่น แต่เราสามารถสร้างต่อยอดจากตัวมันเองได้ ทำให้มีรายได้เพิ่ม พนักงานในเครือของเรา จนถึงทุกวันนี้ เรายังให้ทุกอย่างเหมือนปกติ แต่ก็บอกเขาว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้น เหนื่อยจริง ๆ เพราะขณะที่อื่น ๆ ลดทั้งคน ลดทั้งค่าใช้จ่าย แต่เราให้ทุกอย่างเหมือนปกติ ฉะนั้น พวกเราจะต้องจับมือกันดี ๆ

เดินหน้าต่อ : ณ วันนี้ คนอื่นอาจจะหยุด แต่เราเดินหน้าขยายในส่วนของเราเอง เช่น เคมี เรายังเห็นช่องทางว่า ตลาดยังมี ขณะที่คนอื่นอาจจะไม่ลงทุน แต่เราขยายการผลิตให้เพิ่มขึ้น เราทำได้ เพราะเราไม่ได้ไปซื้อที่เพิ่ม เราต่อยอดจากของเดิมที่มีอยู่ ทำอย่างไรให้เพิ่มกำลังการผลิต เพราะยิ่งประคอง อาจจะลำบากกว่าเดิม เมื่อถึงจุดที่มันต่ำที่สุดแล้ว ยังไงมันก็ต้องถึงเวลาขึ้น แต่เราจะไปทำตอนที่ตลาดเริ่มดีขึ้นนั้น มันไม่ทันแล้ว จึงต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรอจังหวะขาขึ้น ลงทุนในเรื่องเครื่องจักร เพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งได้ผลทันที ผมไม่เพิ่มกำลังคนแล้ว โดยผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

คืนสู่สังคม : ผมเคยได้ยินผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ทำให้ผมตั้งใจทำกิจกรรมเพื่อสังคม ผมได้เป็นประธานผู้พิพากษาสมทบ ที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สมุทรสาคร ช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่กระทำความผิด ด้วยการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ทำให้เด็ก ๆ กลับมามีที่ยืนในสังคม ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มีปัญหาในครอบครัว ทำให้หลงผิดไป ไปทำความผิดที่ทำให้เกิดปัญหาทางสังคม เป็นงานที่ทำแล้วสร้างความภาคภูมิใจกับเรา ว่ามีส่วนหนึ่งที่ได้ตอบแทนสังคม และยังได้ช่วยงานสมาคม หอการค้า ไทย – จีน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งสมาชิกส่วนมากจะเป็นลูกหลานของสมาชิกรุ่นใหญ่ของสมาคมฯ เป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาต่อยอดรับธุรกิจจากครอบครัว มีอยู่ด้วยกันราวสองร้อยกว่าคน รวมทั้งได้เป็น อุปนายก นักธุรกิจรุ่นใหม่ ประสานเกี่ยวกับทางประเทศจีนเยอะ เป็นกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำจากหลายองค์กร  พลังสำคัญ : พอทำงานเหนื่อย ๆ กลับบ้านมาพบกับภรรยา และลูก ๆ ก็กลับมามีพลัง มีแรงที่จะกลับไปต่อสู้กับโลกภายนอกได้อีก ผมทำงาน ภรรยาก็ทำงาน เราจึงต้องหากิจกรรมที่ทำให้ทุกคนได้พบปะร่วมกัน กิจกรรมที่ชอบที่สุดก็คือ การได้ออกไปหาอาหารอร่อย ๆ ทานกัน โดยลูก ๆ จะช่วยแนะนำ ช่วยหาให้จากโซเชี่ยล ซึ่งเด็กสมัยนี้เก่งกันทุกคน ผมจะสร้างวันอาทิตย์ ให้เป็นวันครอบครัว จะติดธุระอะไรก็พยายามเคลียร์ซะ เพื่อจะได้อยู่ด้วยกัน ไปด้วยกัน ไปไหนก็ได้ อะไรที่ลูก ๆ อยากทำ เราไปทำด้วยกัน ช่วงนี้ไปไหนไม่ได้ ก็อยู่บ้านทำกับข้าวทานด้วยกัน สนุกสนานเฮฮากันไป ความสุขทั้งหมดของผมเกิดจากครอบครัว เพราะทำให้ผมต่อยอดอะไรหลาย ๆ อย่างได้ ถ้าครอบครัวแข็งแรง ความสุข ทั้งสุขภาพกายและใจ ก็เกิดขึ้น ทำให้ผมเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างกล้าหาญ อยากไปสู้ อยากออกไปทำงาน ครอบครัวที่มีความสุข คือการจุดประกายที่ดีที่สุดสำหรับผมครับ