Food Coma หรือ หนังท้องตึง หนังตาหย่อน

Food Coma หรือที่รู้จักกันว่า หนังท้องตึง หนังตาหย่อน

“หนังท้องตึง หนังตาหย่อน” เป็นคำที่ได้ยินกันมานานแล้ว เป็นอาการง่วงนอนที่มักจะเกิดขึ้น หลังจากที่เรากินอิ่มๆ โดยเฉพาะมื้อกลางวัน ซึ่งทางการแพทย์เรียกอาการที่เกิดขึ้นนี้ว่า “Food Coma”

Food Coma หรือ Postprandial somnolence เป็นอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนที่เกิดขึ้นหลังจากที่เรากินอาหารมื้อกลางวันอิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมื้อนั่นหนักไปทางอาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพราะว่าในกระบวนการย่อยอาหารเหล่านี้ จะมีกรดอมิโนตัวหนึ่งเกิดขึ้น ชื่อว่า ทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเมื่อ ทริปโตเฟน เข้าสู่สมองและระบบประสาท จะมีผลทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด จนเกิดอาการง่วงนอน นั่นเอง

ใครที่เกิดอาการ Food Coma บ่อยๆ ก็ไม่ต้องตกใจไป อาการนี้ไม่ได้มีอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย ไม่ใช่โรคร้ายแรง เป็นแค่ภาวะทางสรีรวิทยาที่พบได้ทั่วไป ทำให้ไม่มีสมาธิ สมองและความคิดไม่แล่น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แต่หากว่าต้องทำงานในพื้นที่อันตราย ใกล้เครื่องจักร หรือขับรถยนต์ ก็น่าห่วงอยู่เหมือนกัน

อาหารมื้อกลางวันที่หนักไปทาง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน นั้น ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการ Food Coma แต่จริงๆ แล้วยังมีปัจจัยเสริมอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การพักผ่อนไม่เพียงพอ, สมองอ่อนเพลียจากการโหมงานหนักก่อนหน้า, อาหารที่ย่อยยากใช้เวลาย่อยนาน เลือดจึงถูกดึงไปใช้เลี้ยงอวัยวะในระบบย่อยอาหาร ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง, ออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ เกิดการง่วง ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามลดการทำงาน และเอาออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดให้มากขึ้น

แต่ก็ใช่ว่าหลังมื้อกลางวันแล้วจะต้องง่วงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิธีแก้ทาง Food Coma ก็ไม่ยาก โดยเริ่มจาก นอนหลับให้เพียงพอ ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน มื้อกลางวันไม่ควรทานจนอิ่มมาก เลี่ยงคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน รวมถึงอาหารย่อยยาก และเคี้ยวให้ละเอียด จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ง่ายและดีขึ้น ร่างกายจะผลิตสารแห่งการนอนหลับน้อยลง ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองเต็มที่ ส่งผลให้สมองและร่างกายสดชื่น รวมถึงทำให้อยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น เมื่อได้ลุกเปลี่ยนอิริยาบถจะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้นช่วยให้ร่างกายตื่นตัว

พยายามจัดตารางงานสำคัญไว้ในช่วงเช้า รวมถึงการประชุม เพราะช่วงเช้าสมองจะโปร่ง โล่งสบาย คิดและสั่งการได้ดีที่สุด ส่วนช่วงบ่ายเป็นงานเบาๆ หรือที่ไม่ต้องคิดซับซ้อน แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว ร่างกายไม่ไหวจริงๆ ให้ข้ามมาใช้วิธีสุดท้ายเลย นั่นก็คือหาเวลานอก พักงีบหลับสัก 10-15 นาที ก็จะช่วยให้กลับมากระปรี้กระเปร่าได้ดีทีเดียว