บันได 7 ขั้นจาก EF สู่ ทักษะศตวรรษที่ 21 ของการเลี้ยงลูก

บันได 7 ขั้นจาก EF สู่ ทักษะศตวรรษที่ 21 ของการเลี้ยงลูก

สวัสดีปีใหม่ต้อนรับปี 2564 นะครับ มีข่าวไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับสถานการณ์โควิค-19 ที่กลับมาระบาดในรอบที่สองนี้ ผมอยากให้ทุกท่านโปรดให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพมาก ๆ นะครับ โรงเรียนทั้งหมดสั่งปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน โดยหันมาเปิดคลาสเรียนออนไลน์กันที่บ้าน ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องปรับตัวกันยกใหญ่ ผมเองก็ต้องมาฝึกการเรียนรู้โปรแกรมการเรียนการสอนออนไลน์ต่าง ๆ ที่บ้าน บางคนถึงจะต้อง ไปซื้อคอมพิวเตอร์ iPad แท็บเล็ต เพื่อมาใช้ให้ลูกเรียน

ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไวมาก ๆ เราก็ต้องปรับให้ทันยุคสมัย เด็ก ๆ ใช้โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน เล่นเกมออนไลน์เฟซบุ๊ก และโซเซียลเน็ตเวิร์ค ที่ขยายตัวอย่างรวดรวด เสิร์ชเอนจินเพื่อค้นคว้าข้อมูลอย่าง Google เปล่งศักยภาพสูงสุดอย่างที่โลกไม่เคยมีมาก่อน

แล้วเราจะปรับตัวอย่างไร ในการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ คือไอทีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลง แย่งเวลาและแทรกแซงการเลี้ยงดูลูกอย่างไม่เคยมีมาก่อน

โดยวันนี้ผมอยากจะมาแนะนำเรื่อง บันได 7 ขั้น จาก EF สู่ทักษะทศวรรษที่ 21 ของการเลี้ยงลูก

บันไดขั้นที่ 1

“สร้างแม่…แม่มีจริง” (Object Constancy) 

ช่วงระยะเวลา 12 เดือนแรก แม่เป็นเสาหลักของพัฒนาการ ทารกจะรู้ว่าแม่มีอยู่จริงเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน  สร้างแม่ได้ด้วยการเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง อุ้ม กอด บอกรัก ให้ดื่มนมมารดาให้ได้มากที่สุด ไม่มีคำว่ามากไป และไม่มีคำว่าติดแม่ ไม่ใช่เวลามาฝึกความเข้มแข็ง เลี้ยงลูกอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกไว้ใจแม่ ไว้ใจพ่อ และไว้ใจโลก

บันไดขั้นที่ 2

“สร้างสายสัมพันธ์” (Attachment)  ช่วงระยะเวลา 2-3 ขวบ ลูกจะสร้างสายสัมพันธ์กับแม่ แล้วค่อยทอดยาวออกไป ไกลแสนไกล นานแสนนาน ลูกเดินไปไกล แล้วหันมามองว่าแม่อยู่ไหม ลูกไปเรียนหนังสือที่ห่างไกล ไม่ต้องเลี้ยวมาแต่แม่อยู่ในใจ  กล่าวคือ สิ่งที่จะดึงรั้งลูกไว้ ก่อนที่เรื่องทางสมองจะมารับช่วงต่อ (สมองส่วนหน้าที่มี EF ของมนุษย์ใช้เวลาพัฒนายาวนานประมาณ 25 ปี)

บันไดขั้นที่ 3

“สร้างตัวตน” (Self) ช่วงอายุปลายขวบปีที่ 3 เป็นการสร้างตัวตน แล้วแยกตัวออกไป เป็นบุคคลอิสระสายสัมพันธ์จะทำหน้าที่เสมือนสายสะดือหล่อเลี้ยงตัวตนนั้นตลอดไป วัยนี้เป็นแห่งการเล่น “เล่น” คือโอกาสทองที่นอกจากจะทำให้เด็กแข็งแรงแล้ว ยังทำให้เด็กได้รู้จักร่างกายตนเอง ได้เรียนรู้การใช้ร่างกายตนเอง และที่สำคัญได้สมองที่ดี

บันไดขั้นที่ 4

“การนับถือตนเอง” (Self-Esteem)

ช่วงอายุ 3-5 ขวบ คือวัยที่มีพลังสามารถมากที่สุด แล้วจะทดสอบพลังกับพ่อแม่ ทดสอบกติกา อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เปรียบเสมือนลูกปีนบันได ปีนทีละขั้น ดีใจ หันมามองแม่ปีน ต่อไปอีก 1 ขั้น ดีใจหันมามองแม่ ปีนต่อไป คือกระบวนการสร้างเซลฟ์ เอสตีม หนูทำได้ หนูทำเป็น หนูจะทำอีกขั้นนี้จะเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตนเอง ความรู้สึกที่ว่าหนูทำได้ เป็น self-esteem เป็นความนับถือตัวเอง เป็นพลังที่จะทำให้เด็กพุ่งไปข้างหน้า

บันไดขั้นที่ 5

“ควบคุมตัวเอง” (Self-Control)

ช่วงอายุ 3-7 ขวบ  ลูกจะพบว่าตัวเองทำตามอำเภอใจไม่ได้ มี 4 พื้นที่ที่ต้องทำ คือดูแลร่างกาย-รอบร่างกาย-บ้าน-รอบบ้าน ทั้งสี่พื้นที่นี้จะต้องใช้ความสามารถในการควบคุมตัวเองให้ได้ ขั้นนี้เป็นรากฐานสำคัญของ EF

บันไดขั้นที่ 6

“EF” (Executive Functions)

ช่วงอายุ 3-7 ขวบ ได้แก่การควบคุมตัวเองบริหารความจำใช้งานคิดวิเคราะห์อย่างยืดหยุ่นทำได้ด้วยการทำงานด้วยมืออย่างแท้จริง ขั้นนี้ใช้ความสามารถของสมอง ในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ต้องการ

บันไดขั้นที่ 7

“ทักษะศตวรรษที่ 21″ (21st Century Skills)

ช่วงอายุ 7-20 ปี เด็กเข้าสู่การศึกษาแบบเต็มรูปแบบ โรงเรียนสมัยใหม่จะรับช่วงการพัฒนาทักษะทศวรรษที่ 21 ต่อไป เราไม่ได้ต้องการเด็กที่มีความรู้เยอะแล้วหรือเด็กที่ท่องเก่ง เราต้องการเด็กที่รู้ว่าเป้าหมายตัวเองคืออะไร แล้วจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ด้วยอะไร

แล้วเราจะทำบันได 7 ขั้นได้อย่างไร หากลูกมีปัญหาสารพัด ไม่รู้จะเริ่มแก้ไขอย่างไร คำตอบคือ อ่านนิทาน เล่นด้วยกันทำงานบ้าน แล้วปัญหาสารพัดจะค่อย ๆ หายไปเอง หากโรงเรียนแจ้งมาว่าลูกสมาธิสั้นให้ไปโรงพยาบาลหาหมอกินยา สมมุติว่ายังไม่อยากไปเพราะลูกเล็กมาก สิ่งที่ควรจะทำก่อน คืออ่านนิทานเล่นด้วยกัน ทำงานบ้านแล้วความตั้งใจจดจ่อจะดีขึ้นเอง

จากที่เล่ามาทั้งหมดคือรายละเอียดของบันได 7 ขั้นในแต่ละช่วง มิได้ตัดขาดจากกัน การเขียนตัวเลขอายุเพียงเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ แต่จริงๆแล้วพัฒนาการทั้ง 7 ขั้น เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันแล้วพัฒนาไปตามลำดับขั้นด้วยความเร็วและความเร่งที่ต่างกัน

ถ้าครอบครัวมีความรัก ความอบอุ่น เอาใจใส่ มีเวลา ให้กับลูก ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น

สุดท้ายอย่างจะฝากให้ทุกคนสู้ไปด้วยกัน เป็นกำลังใจ ในสภาวะเช่นนี้ แล้วผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดีนะครับ

ขอขอบพระคุณอย่างสูง
“นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์”
#EF #ExecutiveFunctions
#เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้EF
#นายแพทย์ประเสริฐผลิตผลการพิมพ์

ดร. อมร นันทวะกุล
Parent Sport Coach