เหงากันอีกนาน

เหงากันอีกนาน        

ในที่สุดเราก็ต้องพบเจอกับความจริงที่หลายคนคาดไม่ถึงนั่นคือ “การระบาดของโควิด-19”เป็นคำรบสอง  ไทยเราเคยเป็นผู้นำทางการดูแลเจ้า “โควิด-19”ให้หมอบราบอยู่แทบเท้าเรามานานพอดูอันดับในการจัดการเจ้าเชื้อนี้เคยมีถึงโน่น 140 ปลายๆ ส่วนอันดับ 1คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากประเทศเดียวที่ถือว่าเป็นมหาอำนาจแทบจะทุกทางนั่นคือ “สหรัฐอเมริกา”ว่ากันว่าอะไรที่เป็นความวุ่นวายกันแทบจะทุกมุมของโลกส่วนหนึ่งก็มาจากเขานี่แหละ “USA” นี่เห็นเมื่อวันก่อนมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นนั่นคือ “สภาของสหรัฐอเมริกาถูกบุก” โดยคนของเขาเองแต่ผู้อยู่เบื้องหลังดันเป็นว่าที่อดีตประธานาธิบดีของเขาเอง โดยการปลุกระดมFC.ของเขากับความดื้อรั้นที่ตัวเองมี ยกพลขึ้นบุกทำเนียบเล่นเอาวุ่นวายกันไปทั้งประเทศ สุดท้ายปลายทางก็จบลงที่ “กองทัพ”หรือทหารแต่เป็นทหารของรัฐใกล้เคียง นี่ครับประเทศอันดับ 1 ในทุกด้านในทางดีก็ดีใจหายแต่ในทางร้ายก็ร้ายขาดใจจะติดโรคโควิด-19 มันก็ระเนระนาดล่อกันเป็นล้านๆ ทั้งเจ็บทั้งตายกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว…แต่เชื่อว่าหลังจากท่านประธานาธิบดีท่านนี้ลงจากอำนาจที่ดูแลมา 4 ปี คงมีงานเข้ายาวเป็นหางว่าว แล้วส่วนมากจะเป็นงานที่จ่อจะเอาผิดในช่วง 4 ปีก่อนหน้านั่นเอง

หันกลับมาสู่บ้านเรากันบ้างเรื่องการเหิมเกริมของเจ้า “โควิด-19”ที่อยู่ดีๆ มันโผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ดต้นฤดูฝน แต่เห็ดที่ว่าเป็นเห็ดพิษแล้วกำลังพ่นพิษอยู่ในปัจจุบัน ผลพวงจากการระบาดใหม่ทำเอาคนในประเทศติดโรครวมๆ กันแล้วหมื่นกว่าเข้าไปแล้วเสียชีวิตไปก็พอรับได้แล้วที่หายก็โขอยู่ แต่การระบาดเที่ยวนี้ทางคณะการทำงานของลุงตู่บอกว่าหัวเด็ดตีนขาด “ไม่ปิดประเทศ”เหมือนคราวแรก เพราะปิดประเทศคราวที่แล้ว “หมดไปเพียบ” กับการเยียวยา คราวนี้คงเลือกที่จะจำกัดลงอยู่ในพื้นที่ระบาดเสียเป็นส่วนใหญ่ไล่เรียงไปตามสีสุดท้ายปลายทางก็ทั้งประเทศมีสีถ้วนหน้า…

เราเองเคยภูมิใจในการจัดการต่อเจ้าโรคร้ายนี้มายาวนานเกือบปี แต่ที่ต้องมีวันนี้เพราะความเห็นแก่ได้ของใครต่อใครที่ชักจูงเอา “พาหะของโรคร้าย”เข้าประเทศ จากที่เคยเป็นสวรรค์ของใครต่อใครกลายเป็น “นรก”ในเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์จากเลข “ศูนย์”สู่ “พัน”แล้วก็เดินสู่ “หมื่น”แบบไม่ยากเย็น เช่นนี้เราจะเอาใครมาเป็นผู้รับผิดชอบคงตอบได้แต่เพียงว่า “คลื่นกระทบฝั่ง” มาแล้วก็ไปทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความเสียหายที่เหลือเท่านั้นเอง แต่ก็ทั้งสองส่วนที่ถือว่าเป็นชนวนที่สำคัญนั่นคือ “แรงงานต่างชาติกับบ่อนพนัน”ที่แพร่เชื้อฝากใครต่อใครไปส่งต่อตอนเทศกาลปีใหม่ สุดท้ายปลายทางก็อย่างที่เห็น “เหงาทั้งประเทศ”

ครูไก่เองเคยได้นั่งคุยกับแพทย์พยาบาลหลายท่านกับเรื่อง “โควิด-19” ทั้งสองรอบนี้คำตอบที่ได้ยินมากับหูตัวเองเล่นเอาหน้าชากันเลยทีเดียว… “คุณหมอครับรู้สึกอย่างไรกับโควิด-19 คราวแรกกับคราวนี้” คำตอบคือ “ครูไก่ครับบุคลากรทางการแพทย์เริ่มเบื่อกับพฤติกรรมที่แย่ๆ ของผู้คนเต็มที่แล้วครับ”…หลายท่านเริ่มเบื่อกับการรักษาที่ไม่รู้จะจบอย่างไรกันแล้ว…แบบนี้เรียกว่า “เหงาอีกนาน”ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว.

ครูไก่