สนามกอล์ฟในฝัน (2)

สนามกอล์ฟในฝัน (2)

เรื่องราวต่อจากตอน 1

ถ้าจะมีคำถามว่า ปัจจุบันนี้ เมืองไทยเรามีคนเล่นกอล์ฟจำนวนเท่าไร เป็นผู้ชายเท่าไร เป็นผู้หญิงเท่าไร เป็นเด็ก เยาวชนและแยกเป็นชาย หญิงเท่าไร และเดือนหนึ่งๆ มีคนเข้ามาเล่นกอล์ฟใหม่เท่าไร

ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้แน่นอน เพราะไม่มีใครทำการสำรวจ อย่าว่าแต่กีฬากอล์ฟเลยกีฬาอย่างอื่นๆ ก็ไม่มีใครทำ แม้แต่สนามกีฬาแต่ละประเภทมีเท่าใด เป็นของรัฐบาลเท่าไร เป็นของเอกชนเท่าใด ไม่มีใครตอบได้อย่างชัดเจน มีแต่มโนกันทั้งสิ้นถ้ามีคนพยายามตอบ

ควรจะเป็นหน้าที่ของใคร เชื่อว่าทุกคนสามารถตอบได้ว่าเป็นหน้าที่ใคร เพราะเขามีหน้าที่โดยตรง มีงบประมาณ มีมือ มีวิธีการที่จะทำได้ แต่ไม่สนใจทำ เอาแต่จะจัดอบรม เอาแต่จะสร้างสิ่งปลูกสร้าง เอาแต่จะซื้อเครื่องมือ

ช่วงโควิด 19 ระบาดรอบสองที่จังหวัดสมุทรสาคร กับแรงงานพม่า(ซึ่งอาจจะเป็นนานแล้วเพราะเข้ามาแบบไม่ถูกต้อง) เป็นหลายร้อยคน แต่ไม่มีใครตาย หรือแสดงอาการ คำตอบที่ได้ยินจากหลายๆคนพูด คือ พวกนี้แข็งแรงจึงไม่แสดงอาการ…แทนที่ฝ่ายรับผิดชอบเรื่องออกกำลังกายของประเทศจะเอามาเป็นเรื่องราวของการส่งเสริมการออกกำลังกายให้มาก กลับไม่ได้ทำอะไรเลย

จะมาเขียนเรื่องสนามกอล์ฟในฝัน ทำไมกลายมาเป็นเรื่องไม่เกี่ยวกันไปได้ วกกลับเข้ามาสนามกอล์ฟดีกว่า

ผมพยายามจะเขียนหรือพูดเมื่องมีโอกาสเสมอว่า ผู้คนที่อยู่ในวงการกอล์ฟควรมีส่วนช่วยเร่ง ช่วยกระตุ้นที่จะทำให้ประชากรกอล์ฟของเมืองไทยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกๆคน

ประเทศไทยเลยจุดที่กอล์ฟเป็นที่นิยมมาแล้ว จุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อก่อน 15 ปีที่แล้ว จุดที่มีสนามกอล์ฟเกิดขึ้นใหม่มาก จุดที่มีสนามไดร์ฟเกิดขึ้นใหม่ เพราะคิดว่าเป็นการลงทุนที่ดี เป็นกีฬาที่คนมีเงินเล่น

แต่พอผ่านมาถึงจุดปัจจุบัน มันเริ่มเป็นจุดที่กร๊าฟกำลังพุ่งลง สนามกอล์ฟเกิดขึ้นใหม่ยากขึ้น สนามไดร์ฟในกรุงเทพไม่มีเกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปีแล้ว มีแต่กำลังจะปิดตัวลง ต่อไปผู้คน เด็กๆ จะเล่นกอล์ฟได้ยากขึ้น จะต้องไปเรียนที่สนามกอล์ฟซึ่งจับต้องยากขึ้น เพราะสนามกอล์ฟก็ไม่ได้มีแผนจะเตรียมการเรื่องการสอนกอล์ฟในสนามกอล์ฟ

กระแสผู้คนเล่นกอล์ฟน้อยลงไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองไทย ทั่วโลกก็เป็นเหมือนกันหมด เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ การเมืองของโลก แต่ต่างประเทศเขาพยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการร่วมมือกัน

ด้วยส่วนตัวของผมแล้ว เมื่อตัดสินใจเข้ามาอยู่กับวงการกอล์ฟ ทำอาชีพสอนกอล์ฟเมื่อ 25 ปีมาแล้ว พยายามที่จะสร้างสถาบันสอนกอล์ฟที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในสนามกอล์ฟ พยายามจะทำเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ล้มเหลวเพราะไม่ได้ความร่วมมือกับสนามกอล์ฟเท่าที่ควร ทุกวันนี้อยู่ได้แต่ในสนามไดร์ฟ จะหานายทุนทำก็ไม่มีใครสนใจ มองภาพไม่ออก เรื่องเข้าใจว่าสร้างสนามแพง ค่าใช้จ่ายรายเดือนแพง แต่ต้องคิดถึงอนาคต ว่าเป็นการสร้างนักกอล์ฟ

ช่วงโควิดนี้เป็นตัวบอกได้ดีว่าถ้าไม่มีนักกอล์ฟต่างชาติจะอยู่กันได้ไหม พากันลดราคากันเพื่อดึงดูดลูกค้ากันกระจาย ช่วงปกติไม่คิดช่วยสร้างนักกอล์ฟกัน เหมือนกับสนามกอล์ฟในจังหวัด ถ้าไม่สร้างนักกอล์ฟท้องถิ่นขึ้นมาให้เป็นลูกค้าประจำแล้วหวังจะมีนักกอล์ฟต่างถิ่นมาเล่นอย่างเดียวมันจะเป็นอะไรที่เหนื่อยอย่างที่เป็น

การสร้างประชากรกอล์ฟที่ดีที่สุดคือช่วงเด็ก เพราะผู้ปกครองเป็นคนจ่าย และเมื่อเขาเล่นเป็นแล้ว เติบโตขึ้นไปอยู่อาชีพไหนเขาก็เล่นได้ง่าย แต่รอตอนเป็นผู้ใหญ่ กว่าจะเล่นได้ก็ต้องรออายุ 40 กว่า เพราะตอนหนุ่มต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มีครอบครัว มีลูก เงินเดือนรายได้ยังน้อย

สิ่งที่เป็นความฝันของผมอยู่ตลอดเวลาคือ อยากทำสนามกอล์ฟที่ให้โอกาสให้เด็กหรือคนเล่นกอล์ฟใหม่ๆได้ฝึกอย่างเต็มที่ ให้พัฒนาอย่างเต็มที่ ไม่อยากให้จุดเริ่มได้รู้สึกว่ากีฬากอล์ฟเป็นสิ่งที่แพงมากจนจับต้องยาก ไม่อยากให้เฉพาะคนรวยเท่านั้นที่มีโอกาสได้เล่น

ตอนนี้โอกาสได้เปิดมาแล้ว มีที่ดินมาแปลงหนึ่งเข้ามาที่เหมาะสมที่จะทำตามความฝันมาก ผมจึงไม่รอช้า ถึงแม้ความจริงไม่ได้มีเงินทุนส่วนตัวอะไรมาก แต่เชื่อในพลังแห่งศรัทธา และพลังแห่งความตั้งใจ ว่าจะสำเร็จได้

จะทำสนามกอล์ฟเพื่อการเรียน การสอน การศึกษา เพื่อการพัฒนาเป็นหลัก ไม่ได้ทำสนามกอล์ฟเพื่อรอคนมาตีกอล์ฟอย่างเดียว ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับวิชาการและการปฏิบัติอยู่จบครบในที่เดียว ไม่ได้ตั้งสนามมาเพื่อเป็นคู่แข่งใคร แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์กับสังคมกอล์ฟ ถึงแม้ไม่มากแต่ก็เป็นส่วนหนึ่ง

ที่นี่จะทำสิ่งที่จำเป็นในการเรียนรู้ทุกอย่างให้ครบในเรื่องการฝึกซ้อม การพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการไดร์ฟ การชิพ การพัตต์ การระเบิดทราย การแก้ไขปัญหา ให้มีจำนวนที่เพียงพอ สามารถซ้อมได้ทั้งวัน ทั้งหญ้าจริงและหญ้าเทียมมีหลังคา การออกรอบ รวมทั้งหลักสูตรสำหรับคนในวงการอุตสาหกรรมกอล์ฟ เช่น สร้างสนามกอล์ฟ การดูแลสนามกอล์ฟ การสอนกอล์ฟ การซ่อมไม้กอล์ฟ การบริหารจัดการกิจกรรมกอล์ฟ การเป็นแคดดี้อาชีพเป็นต้น

จำลองหลุมทรายหลายๆรูปแบบ ทั้งเป็นพ็อทบังเกอร์ ลึกตื้น และใส่ทรายหลายๆรูปแบบทั้งทรายละเอียด หยาบ เปียก แห้ง ทรายแดง

สร้างที่พัก คลับเฮ้าส์ สร้างสนามที่ไม่ใช้งบประมาณที่ไม่แพงมากแต่ออกมาคุณภาพดี แค่นอนพักเย็นสบาย มีความปลอดภัย

เด็กๆสามารถเก็บตัวฝึกซ้อมได้อย่างสบายใจ พ่อแม่ไม่รู้สึกว่ามันแพงมาก เปิดโอกาสให้โปรสอนทั่วๆไปได้มีโอกาสไปใช้อย่างทั่วถึง

ส่วนสนามกอล์ฟเป็นลูกผสมๆหลายๆลักษณะ ไม่ใช่เป็นแบบเดียว มีทั้งแบบลิงค์คอร์สแท้ๆ แบบมีป่า แบบมีน้ำ ขึ้นเขา ลงเขา กรีนกลางน้ำ มีเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ตรงๆ หน้ากรีนแข็งๆ หน้ากรีนนุ่น ๆ ย้อนหญ้าตามหญ้า

การใช้จ่ายสำหรับออกรอบสำหรับสมาชิกแล้วเสียเฉพาะค่าภาษี ส่วนเยาวชนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ลด 50% ส่วนแคดดี้ก็เลือกเอาที่จะลากถุงเอง แบกเอง หรือให้ผู้ปกครอง โค้ชเป็นแคดดี้ หรือจะซื้อรถกอล์ฟขับเอง หรือถ้าจะใช้บริการแคดดี้บ้างก็มีให้จากที่ฝึกเป็นแคดดี้อาชีพ ผู้ปกครอง โค้ช จะลงไปดูไปชมไม่มีเก็บค่าติดตาม ค่าเครื่องดื่ม ค่าอาหารราคาปกติ เดือนหนึ่งๆ จัดแข่งวันธรรมดาได้ 4 ครั้ง วันหยุด 2 ครั้ง เงื่อนไขแคดดี้การแข่งขันก็เหมือนกับการฝึกซ้อม สอนกันเอาให้เต็มที่ไปเลยดูสิว่านักกีฬามีคนสอนตลอดเวลากับคนเล่นเองใครจะเก่งกว่ากัน ยกเว้นไม่ใช้รถกอล์ฟในเวลาแข่งขัน หรือจะใช้ก็ใช้เหมือนกันหมด

งบประมาณในการสร้างไม่กู้เงินแบงค์ให้มาเป็นข้อบีบคั้น แต่จะอาศัยจากผู้ที่มีวิสัยทัศน์ และมีเป้าหมายร่วมกันกับการซื้อสมาชิก การบริจาค และการร่วมลงทุนในระยะยาวด้วยเหรียญดิจิตอล

สนามนี้ไม่ใช่เฉพาะคนไทย เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟทั่วโลกมาใช้บริการ สร้างรายได้เข้าประเทศ เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟได้สร้างเพื่อนสร้างมิตรภาพ ไม่ได้เป็นสนามกอล์ฟของผมคนเดียว แต่เป็นของทุกๆคนที่เห็นชอบด้วยกับหลักการ

รายละเอียด หน้าตาเป็นอย่างไร ติดตามได้ตอน 3 ครับ

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์