แฟนคลับสำหรับนักกอล์ฟอาชีพ

แฟนคลับสำหรับนักกอล์ฟอาชีพ… จำเป็นหรือไม่

ว่าไปแล้วเส้นทางนักกีฬากับเส้นทางของดาราก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก

งานของดาราก็คือแสดงหนัง แสดงละคอนเพื่อให้คนดูได้ติดตาม

ถ้าแสดงแล้วบทบาทดีก็จะมีคนติดตามมาก ยิ่งหน้าตาดี การแสดงออกในสังคมดีก็จะยิ่งมีคนติดตาม มีคนพูดถึง ถ้าในสังคมยุคโซเชียลปัจจุบันก็จะเป็นการเขียนถึง การคอมเม้นท์ การแชร์ ทำให้คนอื่นๆได้รับรู้แล้วเข้าไปติดตามต่อเพิ่มไปเรื่อยๆ

แต่ดาราบางคนบทบาทการแสดงดี หน้าตาดี แต่การแสดงออกต่อหน้าสังคมไม่ดี ก้าวร้าว หยิ่ง พูดจาไม่มีเสน่ห์ ผู้คนก็ไม่มีใครติดตาม หรือกล่าวถึง งานก็จะลดน้อยถอยลงเพราะไม่มีใครจ้าง

หรือบางคนตัวดาราไม่มีปัญหา แต่คนในครอบครัวมีปัญหาแทนก็ส่งผลกระทบด้วยเช่นกัน

คนที่มีการแสดงบทบาทดี หน้าตาดี การวางตัวต่อสังคมดี การแสดงออกต่อผู้ใหญ่ในวงการดี วางตัวกับสื่อดี ทำตัวดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ก็จะทำให้มีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น สื่อก็จะเชียร์ งานก็จะมีมากขึ้นทั้งงานแสดง งานถ่ายแบบ การได้รับเชิญไปตามที่ต่างๆ การได้รับยกย่องให้เป็นตัวอย่างแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่

การจะเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ไม่ใช่ฝีมือดีหวังว่าจะล่าเงินรางวัลอย่างเดียวจะอยู่ได้ในระยะยาว

ถ้าเปรียบเทียบนักกีฬาสองคน ฝีมือไม่ได้แตกต่างกันมาก หน้าตาไม่แตกต่างกันมาก แต่คนหนึ่งมีสปอนเซอร์ดี จ่ายแพง มีคนเชิญไปออกงาน มีสื่อพูดถึงบ่อย ได้รับการยกตัวอย่างให้ได้ยินอยู่เสมอๆ แต่อีกคนหนึ่งสปอนเซอร์ไม่มาก มีการพูดถึงน้อย ได้รับเชิญน้อย แทบจะไม่มีตัวตน

แน่นอนว่าคุณค่าของนักกีฬาสองคนนี้ ถูกแปรค่ามาเป็นค่าตอบแทนเป็นเงินทุน เป็นทรัพย์สินได้แตกต่างกัน ถ้าไปวิเคราะห์ดูย้อนหลัง จะพบว่า การมีฐานแฟนคลับแตกต่างกัน

ลองมาพิจารณาเปรียบเทียบนักกีฬาสองคนนี้แล้วท่านคิดว่าใครจะมีแฟนคลับ มีรายได้มากกว่ากัน

คนหนึ่งจะมีมารยาทดี มืออ่อนเจอคนยกมือไหว้ทักทายผู้คนเสมอจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม ทำมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก เป็นนักกอล์ฟเยาวชน ถึงแม้เป็นนักกอล์ฟอาชีพแล้วก็ยังทำเหมือนเดิม คนในครอบครัวก็แสดงออกแบบเดียวกัน รวมถึงตอนเป็นนักกีฬาเยาวชนตอนแข่งขัน ตัวนักกีฬาเองและครอบครัว จะมีความเป็นมิตร มีน้ำใจนักกีฬา มีความปรารถนาดี มีความรู้สึกดีๆ สุภาพ่ออ่อนน้อมให้กับคนรอบข้างเสมอต้นเสมอปลาย

กับอีกคนหนึ่ง มือไม้แข็ง เจอคนที่ไม่รู้จัก ไม่มีประโยชน์กับตัวเองก็ไม่ยกมือไหว้ทักทาย ยิ่งเก่งขึ้นยิ่งกร่างยิ่งเก่งยิ่งเชิดเป็นเหมือนกันทั้งนักกีฬาและคนในครอบครัว และตอนเป็นนักกีฬาเยาวชนช่วงแข่งขันก็มีปัญหาอยู่เสมอๆ ไม่เอาใคร คิดว่าฉันไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ต้องสนใจใคร ไม่พูดคุยกับใคร ใครจะมาเอารัดเอาเปรียบฉันไม่ได้ ฉันไม่ยอม ฉันต้องได้สิทธิ์ก่อนเพราะฉันเก่ง ฉันรวย ฉันรู้จักคนเยอะ ฉันอยากจะตำหนิใครก็ได้ หรือบางคนจะคุยโม้โอ้อวดเสียงดังไม่มีใครเก่งเกินลูกตัวเอง เป็นที่น่าเบื่อยหน่ายต่อคนที่ได้ยิน

คิดว่านักกีฬาสองคนนี้ใครจะมีแฟนคลับมากกว่ากัน ใครจะมีรายได้มากกว่ากัน คุณค่าของสองคนนี้ใครจะมีมากกว่ากัน ใครจะอยู่ในสังคมอย่างยั่งยืน อย่างมีความสุขมากกว่ากัน ใครจะเป็นไอดอลของเด็กๆรุ่นใหม่มากกว่ากัน

ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนเรื่องนี้มาก็เพราะได้ยินโปรผู้สอนในอาชีพเดียวกันพูดปรับทุกข์ให้ฟังว่านักกีฬารุ่นใหม่ๆ พอเริ่มจะตีดีขึ้นมาก็เริ่มกร่าง เร่ิมไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ ไม่มีสัมมาคารวะ ก็เลยอยากเขียนขึ้นมา เพราะประสบการณ์ที่อยู่กับวงการกอล์ฟมานานทำให้เจอมามาก เลยอยากจะให้นักกอล์ฟรุ่นใหม่หรือพ่อแม่ได้อ่านไว้เป็นบทเรียนบทหนึ่ง ว่าในกีฬากอล์ฟ อย่าคิดว่าเป็นกีฬาที่ไม่ต้องไปยุ่งกับใครมากเอาเฉพาะครอบครัวหรือคนที่สนิทเท่านั้น

เพราะสุดท้ายผลที่จะออกมาในบั้นปลายก็จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทางใดก็ทางหนึ่ง เหมือนความรู้สึกของตัวผมเองที่เจอ ว่านักกีฬาคนนี้ จะฝีมือดีอย่างไร จะเก่งอย่างไร จะดังอย่างไรผมก็ไม่อยากเชียร์ ผมคนหนึ่งที่ไม่เป็นแฟนคลับ ไม่เอามายกตัวอย่างให้คนรุ่นใหม่ฟังอย่างแน่นอน

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์