ตอนที่ 25 ความรัก คือชีวิต (1)

๒๕.ความรัก คือชีวิต (๑)

                        “พี่พบให้ผมพายเรือไปส่งไหมครับ ”

                        อาการซึมเศร้าของพบทำให้พันห่วง

                        “ไม่เป็นไรพัน พี่กลับเองได้ ขอบใจเอ็งมาก”

หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาคืนนั้น พบพายเรือข้ามฟากมายังบ้านเรือนไทย แสงจันทร์ที่ส่องผ่านต้นไม้ ใบไม้ พอเห็นแสงที่พบจะเดินได้โดยไม่ใช้ไฟส่อง เสียงจิ้งหรีดเรไรส่งเสียงร้องระงมผสมสายลมที่พัดกิ่งไม้ใบไม้โอนเอนเป็นระยะๆพบไม่รู้สึกกลัวสิ่งใด กลับอยากเจอลูกเมียเสียอีกครั้งแต่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้ว

เขาก้าวขึ้นบันไดบ้าน จุดตะเกียง อาบน้ำอาบท่าจนเสร็จสรรพ เขาบอกกับตัวเองว่าเขาไม่มีวันที่จะหลับตาลงได้อย่างแน่นอน เขาหยิบกล่องไม้ไปยังนอกชานที่เขาเคยนั่งเล่นกับลูกเมียยามพระจันทร์เต็มดวง วันนี้พระจันทร์ไม่เต็มดวงแต่ยังพอมีแสงร่ำไรเพราะเป็นข้างแรม พบเปิดกล่องไม้ออก แสงจากอัญมณีเขียวส่องสะท้อนพระจันทร์ข้างแรม แต่ความงดงามไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนพระจันทร์เต็มดวง เขาหยิบแหวนมรกตที่ยายให้เป็นแหวนแต่งงานขึ้นมาพิจารณาดู มันยังคงงดงามเหมือนใบหน้าของแพเมียสุดที่รักของเขา แหวนก้อยลั่นทมที่เขามอบให้แพทุกอย่างคงอยู่เขานำกลับมาเก็บรักษาเอาไว้ในกล่องเดียวกันเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก….

พบรำพึงกับตัวเอง เขาจะอยู่ได้อย่างไร…ถ้าปราศจากลูกเมีย สิ่งเดียวที่เขาจะดำรงชีพต่อไปจากนี้คือการครองผ้ากาสาวพัสตร์เหลืองอร่ามพึ่งบุญโพธิสมภารอันเป็นที่สุดของชีวิต ความรักของเขาที่มีให้กับลูกเมียคือชีวิตเขา

…ลมโชยหอบเอากลิ่นดอกลั่นทม ดอกไม้ที่แพหลงใหลในกลิ่นหอมเย็นจับใจ เขา

เปรียบแพเมียรักของเขาดังเช่น ดอกลั่นทม ที่มีกลิ่นหอมมิรู้ลืม ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้พุทธบูชาสูงค่ายิ่งนักจะส่งกลิ่นหอมเย็นจับใจเวลายามเย็น ตั้งแต่เด็กๆพบชอบเก็บดอกลั่นทมมาทัดที่ข้างหูแพ เราผูกพันกันจนมิอาจแยกจากกันได้ แต่วันนี้ไม่มีแม้เงาของลูกและเมีย ความอ้างว้างโดดเดี่ยวช่างทรมานเหลือจะทน น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินอีกครั้ง เขานั่งอยู่ชานบ้านเนิ่นนานจนที่สุดเขาก็หลับไป…

…เกิดนิมิตภาพของแพจูงลูก หญิงชาย ทั้งซ้าย-ขวา มีแก้วเดินตามถือตะกร้า ดอกไม้ ธูปเทียน เสียงของแพแจ่มใสเหมือนเมื่อวันวาน…………แก้วส่งดอกไม้ธูปเทียนมานี่สิจ๊ะ ฉันจะแต่งขันธ์ ๕ ขันธ์ ๘ ถวายหลวงพ่อพระสุก เธอดูน้องทั้งสองคนนะ

แก้ว…ยื่นตะกร้าให้

แพนำใบตองมาทำกรวยเพื่อจัดขันธ์ ๕ ขันธ์ ๘ ใส่พานเพื่อบูชาหลวงพ่อพระสุก  แล้วเรียกเด็ก  ๆ

“เอ้าเด็กๆลูกมาทางนี้ มากราบ หลวงพ่อพระสุกกัน”

ภาพสามคนแม่ลูก แก้ว อิ่มเอิบใจ อิ่มบุญ อิ่มสุข เหมือนการจากไปครั้งนี้เป็นการจากไป

ด้วยความสบายใจ สุคติ

“พบ…ไม่ต้องห่วงแพกับลูกนะ แพอยู่ทางนี้ได้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ไหว้พระ เหมือน

ภพมนุษย์นั่นแหละ แพตัดสินใจเอง ตอนใบบัวผลัดตกจากเรือ แก้วก็ว่ายน้ำไม่เป็น แพตัดสินใจไปอยู่กับพวกลูกๆและแก้ว ไปอยู่กับ ท่านปู่ ท่านย่า ในเมืองบาดาล ที่นี่สวยงามมากเหลือเกิน แหวนมรกตส่องประกายวูบวาบ”

“แพได้ยินพบสัญญาว่า จะบวชตลอดชีวิต แพดีใจมากนะพบอนุโมทนาบุญด้วย

อานิสงส์อันนี้ยิ่งใหญ่ เราไม่มีวันจากกัน  เราจะได้พบกันทุกชาติไป ตั้งใจปฏิบัติสวดมนต์ภาวนาเหมือนกันนะพบ ชีวิตเรามากันแค่นี้ในภพมนุษย์ แพจะขอทำหน้าที่ในเมืองบาดาลให้ครบสมบูรณ์และเราเจอกันในภพชาติหน้า” …………แพยิ้มละมัย

เสียงไก่ขัน…พบสะดุ้งสุดตัว…

“แพๆ”

เขาร้องเรียกเมียรักของเขาดังลั่น แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบแต่ความว่างเปล่า…นี่เราฝัน

ไปหรือนี่…พบเอามือทั้งสองกดที่ขมับซ้าย-ขวา เหมือนดึงจิตใจกลับมาอีกครั้ง เขานิ่งคิด…แพมาบอกเราให้เราไม่ต้องเป็นห่วงหรือเราคิดไปเอง จะเป็นไปได้เช่นไร แพจะอยู่ในเมืองบาดาล มันมีจริงเหรอ พบสับสนเสียเหลือเกิน

เสียงเรียกของเจ้หมวยที่อุตส่าห์ให้เด็กพายเรือข้ามฟากมาเพื่อพาพบไปใส่บาตรเช้า

พร้อมๆกัน

“พบเอ้ย ตื่นรึยัง  เจ้เตรียมของใส่บาตรมาให้”

พบรีบลุกลงไปรับเจ้หมวย

“ขอบคุณครับเจ้หมวย ขึ้นเรือนก่อนครับ ผมขอเวลาอาบน้ำประเดี๋ยว”

“ได้ๆ  เจ้จะรอนะ  เดี๋ยวจะได้ทำบุญด้วยกัน””

เจ้หมวยเดินขึ้นบ้าน อดเศร้าใจแทนพบไม่ได้ เฮ้อ…ชีวิตหนอมนุษย์นี่ไม่มีใครรู้เลยว่าวัน

ตายจะมาวันไหน ยิ่งแกกวาดสายตาไปเห็นอุปกรณ์ที่ร้อยมาลัยของแพ แกยิ่งรู้สึกสะเทือนใจยิ่งนัก…เจ้หมวยกลายเป็นคนคุ้นเคยเป็นผู้ใหญ่อีกคนที่พบกับแพนับถือ แกรำพึงกับตัวเอง…ทำไมโชคชะตาถึงโหดร้ายกับคนดีๆเช่นนี้นะ

“เสร็จแล้วครับเจ้หมวย ไปเถอะไปตักบาตรให้แพและลูกและแก้วกัน”

“เอ็งไม่ต้องออกเรือไปหรอกนะ เจ้ให้เด็กมันพายมาส่งเดี๋ยวไปด้วยกัน จะได้ไปดูเตรียม

งานที่วัดเย็นนี้ด้วย”

“ครับ”

เจ้หมวยถามว่า

“เอ่อ…พบแล้วเอ็งจะบวชตอนไหน”

“เสร็จงานผมบวชเลยครับเจ้ ผมคงเก็บดอกบัวให้เจ้ไม่ได้แล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอก เจ้อนุโมทนาบุญด้วยนะ เดี๋ยวให้เจ้าพันมันทำต่อได้ เห็นมันพูดเมื่อวาน

กับเจ้หมวยว่า ถ้าพี่พบบวชผมจะช่วยเจ้หมวยเอง”

“ครับ”

ระหว่างที่เรือถูกพายออกจากฝั่ง พบอดคิดถึงลูกเมียไม่ได้เพราะมันรวดเร็วเกินกว่าใครๆ

จะทำใจได้  เจ้หมวย…รู้ใจจึงรีบพูดขึ้นว่า

“เอ่อ…พบการบวชนี่ได้อานิสงส์มากมาย ขอให้เอ็งปฏิบัติให้ได้อย่างที่เอ็งสัญญาไว้กับ

ลูกกับเมียนะ เจ้ขออนุโมทนาบุญ และที่สำคัญชีวิตเรายังต้องดำเนินต่อไปอีก เอ็งอย่าได้ท้อแท้นะพบ”

“ครับเจ้หมวย  ผมไม่ท้อหรอกครับ”

มณีจันทร์ฉาย