ชีวิตชีวาที่กลับมาอีกครั้ง

นับแต่มีงานเข้าผู้คนบนโลกจากสภาวะที่เราเรียกกันว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19” จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการติดเชื้อที่รักษาหายและตายลงโขอยู่เหมือนกัน ถ้ามองดูจากการคงอยู่และการระบาดของโรคในบางภูมิภาคทำให้มองได้ว่า การมีอยู่และดับไปของโรคนี้มันต้องอาศัยความ “เด็ดขาด”ในการดูแลจัดการแบบไม่ว่าหน้าไหนทั้งสิ้น…แต่สิ่งที่คนบ้านเรากลับเข้าสู่สภาวะเกือบปกตินั่นคือ “ความกลัวต่อโรค”อย่างขึ้นสมองเลยก็ว่าได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งดีที่ผู้คนตกอกตกใจกันขนาดหนัก มันจะเกิดแนวคิดรักตัวกลัวตายขึ้นมาพร้อมๆกัน ในขณะที่มีมนุษย์อีกกลุ่มที่คอยเอารัดเอาเปรียบในช่วงเวลาเช่นนี้มันก็ต้องเชื่อว่าไอ้คนพวกนี้ “ใจมันทำด้วยนรก”จริงๆ

พอเราตั้งตัวได้กับการจัดการที่สุดก็อย่างที่เห็นในปัจจุบัน เมืองไทยนับเป็นในหลายประเทศที่มีชื่อว่า “เข้าขั้น”ในการจัดการกับโรคนี้กับเขาเหมือนกัน แต่สิ่งที่กำลังส่งผลกระทบอย่างมากจากโรคนี้คือ “ความอดอยากและสิ้นหวัง”ของผู้คน จะด้วยอะไรก็ช่างเจ้าสองสิ่งนี้จะตามตัวผู้คนไปอีกนาน ตอนนี้เราเริ่มกระดุกกระดิกพลิกตัวได้บ้างคงต้องจับตามองกันว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงจะเกิดอะไรตามมาอีกบ้าง เพราะเมื่อ ร.ร.เปิดเรียนอีกรอบนั่นคือเรื่องที่ต้องจับตาอย่างไม่ต้องกระพริบตาก็ว่าได้ ถึงแม้เราจะมีมาตรการที่เด็ดขาดบาดใจแค่ไหนหากผู้คนไม่ตระหนักต่อเชื้อร้ายนี้มันจะกลับมาอีกแน่นอน

การที่ครูไก่คิดแบบนี้นั่นเพราะยังมีอีกหลายประเทศที่ยังเพิกเฉยต่อความร้ายกาจของโรคไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แต่ผลพวงพวกนี้แหละคือ “ภาระในอนาคต”ของเราแน่นอน ก็รายได้ของประเทศเราเนี่ยมันยังต้องพึ่ง “การท่องเที่ยว”จากผู้คนนอกประเทศเป็นหลักแล้วมนุษย์ที่จะมาเที่ยวมาดูก็มักจะมาจากประเทศที่ไม่สนใจกับ “โควิด-19” หากเราไม่สามารถคัดกรองเอาคนที่ “อมโรค”ออกจากคนดีได้แล้วก็เตรียมตัวเหนื่อยกันอีกรอบได้เลย และถ้าเกิดเรื่องอีกรอบรับรอง “ล่มจม”กันทั้งชาติ เพราะตอนนี้เงินทองนั้นหายากยิ่งจะหันไปทางไหนก็ล้วนเจ็บกันมาทั้งนั้น หากจะให้ใครเขามาอุ้มกันอีกรอบหลังจากที่กรอบเป็นข้าวเกรียบกันมา คงยากที่จะรับไหว.

ดังนั้นในขณะที่สภาพในปัจจุบันนั้นอาจจะผ่อนคลายลงได้ เข้าสู่ช่วง 4 เข้าไปแล้ว แต่อย่าลืมว่า “หลายสิ่งหลายอย่างยังคงเอื้ออำนวยต่อการกลับมาของโรคอยู่” นั่นคือความเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาเนิ่นนาน แต่ในช่วงที่กำลังจัดการกับเจ้าเชื้อนี้อยู่คนพวกนี้ก็ยังคงอยู่ปะปนกับเราอยู่นี่แหละเพียงแต่ทำตัวเนียนไปกับสภาพที่ทุกคนเขาทำกัน พอเริ่มมีข่าวการผ่อนคลายของรัฐเกิดขึ้นความอัดอั้นต่อมาตรการที่มีมากกว่าชาวบ้านมันจะผลักดันให้เขาทำเรื่องแปลกๆที่เราเห็นกัน ส่วนมากมักจะเห็นเป็นข่าวในทางลบกันอยู่ แต่ยังมีอีกมากที่เราไม่รู้ไม่เห็นและพร้อมที่จะเป็นตัวแพร่กระจายของโรค

มนุษย์เราทุกคนมักจะมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่เสมอดังนั้นชีวิตชีวาที่กลับมาอีกครั้งมักจะพ่วงเอาความประมาทเข้ามาด้วย ดังนั้นถึงเวลานั้นก็จะใช้คำว่า “ตัวใครตัวมันแล้วครับ”

ครูไก่